ไฟใต้ยังระอุ! 5 โจรบุกห้างดังปัตตานี บึ้ม 3 จุด โชคดีระเบิด 15 กก.ไม่ทำงาน นายกฯ ชี้เหตุป่วนรัฐบังคับใช้กฎหมายเต็มที่ และอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน กำชับ จนท.ทำงานเข้มข้นให้มากที่สุด แจงไม่ไปชายแดนใต้ ต้องการให้ดูแล ปชช.ก่อน "นิด้าโพล" เผยคน จชต.เชื่อโยงงบประมาณ-ทุนเทา
ช่วงเช้าวันที่ 30 สิงหาคม พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก.สภ.เมืองปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ที่ห้างโกลบอลเฮาส์ สาขาปัตตานี ตั้งอยู่ ม.4 ต.บานา อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี หลังจากเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายพกพาอาวุธปืนยาว บุกเข้าไปภายในก่อนใช้อาวุธข่มขู่และไล่พนักงาน รวมถึงลูกค้าให้ออกจากห้าง ทำให้ประชาชนต่างพากันวิ่งหนีออกจากพื้นที่ด้วยความตกใจ จากนั้นภายในห้างเกิดเหตุระเบิดขึ้นจำนวน 3 จุด และก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป คนร้ายได้บอกกับ รปภ.ว่า หากไม่ต้องการให้มีผู้เสียชีวิต ให้รีบแจ้งทุกคนออกจากห้างนั้น
ทั้งนี้ พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ได้กำชับกำลังพลให้มีการปิดกั้นพื้นที่ สั่งห้ามไม่ให้ใครที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า และกำชับให้รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งได้ทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งอยู่บริเวณป้อมยามทางเข้าของห้าง โดยกล้องจับภาพคนร้ายจำนวน 5 คน ปิดบังใบหน้า พร้อมอาวุธปืนสงคราม ทั้งปืนยาวและปืนพกสั้น ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน และรถ จยย.พ่วงข้าง 1 คัน บุกเข้าไปภายในห้าง โดยบังคับให้เจ้าหน้าที่ รปภ.นอนคว่ำหน้าลงกับพื้นในป้อมยาม จากนั้นได้บังคับให้คนงานไปไล่พนักงานของร้านโกบอลเฮาส์และประชาชนซึ่งยังเปิดทำการอยู่ออกจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่คนร้ายได้นำรถพ่วงข้างไปจอดไว้ในโกดังด้านข้างห้าง จากนั้นได้พากันขับขี่รถจักรยานยนต์อีก 2 คันหลบหนีไป กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. จึงได้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด จำนวน 3 ครั้ง ระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 20 วินาที
ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงระบุว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายจากภาพกล้องวงจรปิด และจากข้อมูลการข่าวความเคลื่อนไหวก่อนที่จะก่อเหตุนั้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็น นายกอเซ็ง มะแอ นายอับดุลเลาะ มะแด และอาชิ ดอฆอ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง และเป็นแกนนำระดับปฏิบัติการและมีความเชี่ยวชาญในการประกอบระเบิด ซึ่งจากการสืบสวนอย่างละเอียดหลังก่อเหตุนั้น พยานระบุว่าคนร้ายได้หลบหนีไปยังเส้นทางบ้านกูวิง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวหลายเหตุที่เกิดขึ้น คนร้ายจะใช้เส้นทางดังกล่าวหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อทะลุเส้นทางอีกหลายพื้นที่
ขณะที่การตรวจสอบรถ จยย.พ่วงข้างที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น พบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมา ซึ่งมีกล่องสัญญาณ พร้อมกล่องลังจำนวน 3 กล่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้หุ่นยนต์เข้าทำการตัดกล่องวงจรระเบิด ก่อนดึงรถพ่วงข้างออกมาอยู่พื้นที่กว้าง จากการตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา บรรจุถังแก๊สน้ำหนัก 15 กิโลกรัม (กก.) ซึ่้งถังแก๊สดังกล่าวพบว่ามีการดัดแปลง ภายในบรรจุดินระเบิด โดยน้ำหนักของระเบิดมากถึง 50-60 กก. มีการประกอบวงจรในลักษณะตั้งเวลา และยังมีแกลลอนน้ำมันบรรจุเบนซินจนเต็ม จำนวน 8 แกลลอน หนัก 42 กก. ซึ่งระเบิดทั้งหมดคนร้ายได้ใส่ไว้ในลังกระดาษวางไว้บนพ่วงข้างเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ขณะขนเข้ามาภายในห้าง โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ทำการตัดวงจรระเบิดทุกชิ้นส่วนตามขั้นตอนด้านความปลอดภัย
สำหรับระเบิดที่เก็บกู้ไว้ได้นั้น หน่วยความมั่นคงระบุว่า หากเกิดระเบิดขึ้นจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทั้งห้าง เนื่องจากจุดที่คนร้ายนำมาตั้งไว้เป็นคลังรับสินค้าที่มีวัสดุอุปกรณ์เชื้อไฟอย่างดี จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาดูสถานที่มาก่อนที่จะก่อเหตุ ในส่วนระเบิดทำไมไม่ทำงานนั้น เนื่องจากการตรวจสอบวงจรระเบิด คนร้ายได้มีการตั้งระบบไว้หลายทาง เช่น การตั้งเวลาระเบิดและการจุดชนวนให้ระเบิด เบื้องต้นพบว่าวงจรมีลักษณะจะมีการจุดระเบิด แต่ระเบิดไม่ทำงาน อาจจะเป็นเพราะการขนมาด้วยรถ จยย.พ่วงข้าง จะมีการกระแทกจนทำให้ลัดวงจร ถือเป็นความโชคดีที่ไม่ได้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น
ส่วนระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จำนวน 3 ครั้ง พบเป็นระเบิดลูกเล็ก โดยจุดที่ระเบิดอยู่ภายในจุดจำหน่ายสินค้าห่างกันประมาณ 3-5 เมตร ซึ่งได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีวัตถุต้องสงสัยหรือสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหลงเหลืออยู่ภายในและโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างรวบรวมวัตถุพยานและพยานหลักฐานในพื้นที่ และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องล่าสุดที่ปัตตานีว่า ได้กำชับตำรวจและทหารให้บูรณาการทำงานตามแผนที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้มีมติ ช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีการเปลี่ยนผ่าน จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเข้มข้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบ และตนได้กำชับในที่ประชุม สมช.ว่า เราจะเป็นฝ่ายรองรับสถานการณ์อย่างเดียวไม่ได้ ขณะที่ในพื้นที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้การสั่งการของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนเจ้าหน้าที่รัฐตามหลังผู้ก่อเหตุตลอด นายอนุทินกล่าวว่า เรามีกฎหมายที่จะต้องทำตาม พอเราใช้ความรุนแรงมากก็หาว่าเราไม่เคารพกฎหมาย จึงต้องบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้นที่สุด และที่เป็นแบบนี้เป็นเพราะว่าเราใช้กฎหมายอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.สงขลา จะใช้โอกาสนี้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปกำชับมาตรการต่างๆ ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การไป ครม.สัญจร จะไปดูในพื้นที่ จ.สงขลา ส่วนคนที่เกี่ยวข้องอาจจะลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง แต่ต้องดูสถานการณ์ว่า ถ้าลงไปแล้วเจ้าหน้าที่ต้องมาดูแล แทนที่จะไปดูแลประชาชน แต่ต้องมาดูแลความปลอดภัยของผู้ใหญ่ คงไม่ให้ไป ให้ดูแลประชาชนก่อน
ส่วนกรณีนิด้าโพลตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องมาจากเรื่องของงบประมาณด้วย นายอนุทินกล่าวว่า เอาของจริงดีกว่า อย่าเอาโพลมาถาม
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มีการประสานตั้งจุดตรวจและทำการสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปในพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลอด โดยประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ความไม่สงบล่าสุด คน จชต.คิดอย่างไร” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-27 ส.ค.2569 จากประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,100 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 35.73 ระบุว่า เกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ รองลงมา ร้อยละ 30.36 กลุ่มทุนเทา (เช่น ยาเสพติด ค้าของเถื่อน มาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง เป็นต้น) ไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา, ร้อยละ 29.64 เกี่ยวข้องกับการเมืองส่วนท้องถิ่น, ร้อยละ 27.64 เป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อนการพูดคุยสันติสุขจะเริ่มต้นเร็วๆ นี้, ร้อยละ 26.27 กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนร่วมมือกับกลุ่มทุนเทาสร้างสถานการณ์, ร้อยละ 20.27 กลุ่มเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา, ร้อยละ 19.55 กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบต้องการสร้างความแตกแยกในพื้นที่, ร้อยละ 19.09 เกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติ
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 40.82 ระบุว่า ข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์และทิศทางในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองลงมา ร้อยละ 39.91 การไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง, ร้อยละ 34.27 ความประมาทของเจ้าหน้าที่, ร้อยละ 29.73 ข้อบกพร่องในงานด้านการข่าว, ร้อยละ 29.36 ผู้ก่อความไม่สงบกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้ยากต่อการป้องกัน, ร้อยละ 18.82 การบังคับใช้กฎหมายที่ประนีประนอมมากเกินไป, ร้อยละ 18.09 การขาดความร่วมมือจากภาคประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกนิติ’รับลูก ไทยพลัสเฟส3 หลังปชช.ปลื้ม
ดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองเดือน ส.ค.ต่ำเตี้ยเหลือแค่ 3.63 คะแนน 25 ตัวชี้วัดลดทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน
ระดมกึ๋นปลุกด้ามขวาน โปรเจกต์พรึ่บ!ชง‘ครม.’
รัฐบาลระดม 171 ตัวแทนภาครัฐ-เอกชน ชง ครม.สัญจร 1 ก.ย.
ซ่อมเมืองอุดร สีน้ำเงินเหนียว ‘อธิการ’เข้าวิน
ไร้พลิก! เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 1 แทน “หรั่ง” สีน้ำเงินยังเหนียวแน่น “ลูกเขย” อดีต สส.นำม้วนเดียวจบ “อนุทิน” ลงพื้นที่ร่วมเชียร์
ปัดฟันฮั้วสว.แค่10 กกต.ยันเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว/ส้ม-เครือข่ายพาเหรดเขย่า
"กกต." โต้ข่าวลือล็อกเป้าฟัน 10 คนคดีฮั้ว สว. ระบุนัด 7 เสือเคาะมติชี้ชะตา 14 ก.ย.
ผลัดแผ่นดินไวกิ้ง บทใหม่‘นอร์เวย์’
นอร์เวย์ได้เปิดบทใหม่ในประวัติศาสตร์ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ฮาคอนที่ 8 หลังจากที่พระราชบิดาของพระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์
ใต้ป่วนไม่เลิก บุกเผา‘อบต.’ วางบึ้มปลอม
คนร้ายกว่า 10 คนบุกเผา อบต.สาคอบน จับมัด รปภ.และเจ้าหน้าที่รถขยะ เผายางรถยนต์ถนนสายยะลา-ปัตตานี 2 จุด วางระเบิดปลอมบนสะพานลอยป่วนสถานการณ์

