นายกฯ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ลุยปิดช่องโหว่ทั้งระบบ พลังงานแจ้งความเอาผิดบริษัทย่านพระราม 9 ตุนน้ำมัน 2 แสนลิตร "เอกนัฏ" ขึงขังบังคับใช้กฎหมายเข้ม ยันแยกประเภทใช้ไฟไม่ให้กระทบ ปชช. หลังสภาไล่บี้รัฐบาลเร่งจัดระเบียบให้ชัดเจน “กรณ์” กาง 7 ปัญหาหลัก หวั่นกระทบไฟฟ้า-น้ำ-มลพิษ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการลักลอบติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในหลายพื้นที่ จนทำให้ประชาชนกังวล จะมีแนวทางอย่างไรบ้างว่า ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลแล้ว และรับทราบปัญหาทุกอย่าง โดยในวันที่ 4 ก.ย. จะมีการประชุมครั้งแรก เมื่อถามอีกว่าจะมีการสั่งการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนทราบบทบาท และทราบวิธีการอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. วันที่ 4 ก.ย. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีติดตามปัญหาการดำเนินกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เมืองอย่างใกล้ชิด หลังพบข้อกังวลว่าผู้ประกอบการบางรายอาจใช้ช่องว่างของกฎหมาย โดยขออนุญาตก่อสร้างอาคารในลักษณะโกดังสินค้า ก่อนนำไปติดตั้งระบบและดำเนินกิจการในลักษณะดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งอาจทำให้การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมไม่ครอบคลุม
ทั้งนี้ นายกฯ ได้แต่งตั้งให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.นี้ เพื่อเร่งทบทวนกฎหมาย กฎ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดช่องโหว่ในการกำกับดูแล และวางมาตรฐานรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบ ให้เดินหน้าไปพร้อมกับความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และความมั่นใจของประชาชน
ที่ สน.มักกะสัน ฝ่ายทีมงานกฎหมายของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ ย่านถนนพระราม 9 ในความผิดฐาน "สำรองน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต" ตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง หลังลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีการสำรองน้ำมันประมาณ 2 แสนลิตร ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและทำบันทึกประจำวันไว้ก่อน เนื่องจากต้องประสานข้อมูลและขอเอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.45 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด ของนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรื่องปัญหา Data Center แต่นายกฯ ติดภารกิจ จึงมอบให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ชี้แจงแทน
โดยนายศุภณัฐถามว่า ประชาชนมีความกังวลการควบคุม Data Center โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยที่มีการกักเก็บน้ำมันเป็นแสนลิตรในอาคารที่ติดตั้ง Data Center บางแห่งขออนุญาตจัดเก็บน้ำมันถูกต้อง แต่บางแห่งไม่รู้ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งไม่อยากได้รัฐบาลแมวไล่จับหนู วัวหายล้อมคอก เน้นไล่ปิดโรงงานหลังเกิดเหตุ จึงอยากทราบว่าการจัดระเบียบควบคุม Data Center จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด
นายเอกนัฏชี้แจงว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว จากนี้จะตรวจปูพรมอาคาร Data Center ทุกแห่งใน กทม. ถ้าไม่มีการขออนุญาตเก็บน้ำมันถือว่าผิดกฎหมาย ระหว่างนี้จะสั่งระงับการขอตั้ง Data Center ไว้ก่อน จะเอาน้ำมันสำรองมาตั้งไว้กลาง กทม.ไม่ได้ จะไม่ให้เปิดจนกว่าจะจัดระเบียบ Data Center สำเร็จ ทุกหน่วยงานต้องมาร่วมจัดการให้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง แต่ส่วนใดต้องแก้กฎหมายก็ต้องทำ ระหว่างนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากอาคารใดไม่มีการขออนุญาตเก็บน้ำมันจะจับให้หมด การตั้ง Data Center หลังจากนี้ต้องทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และอยู่ในกฎหมายผังเมือง กรอบเวลาการไปจัดระเบียบคงใช้เวลาไม่นาน คาดหลักเดือน กฎหมายและกฎกระทรวงต่างๆ จะจบ
"หลังจากนี้จะมีการแยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าของ Data Center ออกมาโดยเฉพาะ จะต้องรับผิดชอบเอง จ่ายค่าไฟแพงกว่าชาวบ้าน จะไม่ให้ไปใช้ไฟฟ้าร่วมกับประชาชนทั่วไป" รมว.พลังงาน ระบุ
จากนั้นเวลา 12.30 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายเอกนัฏ นั่งหัวโต๊ะประชุมด่วนหาแนวทางตรวจสอบการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพมหานคร โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี, นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เข้าร่วมประชุม
โดยนายไชยชนกกล่าวว่า รัฐบาลจริงจังและจริงใจในเรื่องนี้ เรามีการทำการบ้านหาข้อมูลเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตต่างๆ ปริมาณ หรือสิ่งที่ยังเป็นความต้องการที่ไม่ได้ประโยชน์สูงสุดในระยะยาวกับประชาชนชาวไทย ซึ่งทุกอย่างได้รวบรวมไว้หมดแล้ว เพื่อเข้าที่ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ 4 ก.ย.นี้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้ไม่มีเกมการเมือง เอาการทำงานเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง
วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความเป็นห่วงเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ปัจจุบันมีปัญหาหลักๆ 7 เรื่อง คือ 1.การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล แม้จะมีคณะกรรมการที่รัฐบาลขึ้นมา แต่ยังไม่มีเจ้าภาพดูแลเรื่องนี้ กฎเกณฑ์กติกา ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร 2.เรื่องไฟฟ้า รมว.พลังงานพยายามชี้แจง แต่ยังไม่ได้ตอบคำถามชัดเจนว่า การส่งเสริมดาต้าเซ็นเตอร์ มีผลย้อนแย้งต่อนโยบายด้านพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลอย่างไร
3.เรื่องน้ำ รู้กันว่าดาต้าเซ็นเตอร์ใช้น้ำในปริมาณน้ำสูงมาก ถ้าเทียบกันเท่ากับการใช้น้ำประชากร 5-6 หมื่นคนต่อปี จึงมีคำถามว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาลงทุนในไทย มีสัญญาซื้อน้ำโดยตรงจากบริษัทเอกชน นั่นหมายความว่ามีสิทธิเข้าถึงน้ำก่อนประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่หรือไม่ รัฐบาลจะจัดการอย่างไร 4.เรื่องมลพิษ ทั้งเสียง ความร้อน น้ำเสีย ที่ออกมาจากระบบดาต้าเซ็นเตอร์ ใครรับผิดชอบ และจะมีการบริหารจัดการอย่างไร 5.เรื่องอธิปไตย เรากำลังส่งเสริมให้มีการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของต่างประทศ หมายความว่าเรากำลังเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติมาลงทุน แต่กลับไม่ส่งเสริมให้ยกระดับคุณภาพเอไอ หรือดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเพื่อศักยภาพการแข่งขันและการลงทุนของไทย
6.ทั้งหมดนี้มีมาตรการชัดเจนแล้วอย่างไรว่าผู้ประกอบการไทย หรือสตาร์ทอัป จะได้ประโยชน์จากการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์อย่างไร 7.รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ชี้เป้าเอ่ยชื่อประเทศไทยว่า อาจจะมีส่วนเป็นทางลัดให้กับจีนเข้าถึงการใช้ชิประดับสูงที่สหรัฐมีนโยบายปิดกั้นไม่ให้จีนเข้าถึง เรื่องนี้อาจส่งผลต่อสิทธิการนำเข้าซีพียู หรือชิประดับสูง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโอกาสการพัฒนาธุรกิจเอไอ หรือเศรษฐกิจทางด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยโดยรวม
นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีข้อมูลว่าดาต้าเซ็นเตอร์ กว่า 70% จะไปอยู่ที่เศรษฐกิจพิเศษ หรือภาคตะวันออก ซึ่งกังวลต่อการใช้น้ำ เพราะในพื้นที่ภาคตะวันออกมีปัญหาการใช้น้ำประปาและน้ำเพื่อการเกษตร ดังนั้นจึงควรจำกัดโซนนิง แต่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการใดๆ ในพื้นที่ และเริ่มมีการก่อสร้างขึ้นมาแล้ว จึงขอให้รัฐบาลได้วางแผนก่อนเดินหน้า ไม่ใช่ดำเนินการแล้วค่อยกลับมาแก้ไข.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไล่เช็กบิล5,925คนโกง! กมธ.ตามเส้นเงิน9พันล.
"วรศิษฎ์" แถลงผลการเพิกถอนบรรจุ 5,925 ราย กรณีทุจริตสอบท้องถิ่น
เดินหน้าประกันภัยพิบัติ ‘วรงค์’จับตา‘คอมมิชชัน’
"คลัง" เดินหน้าประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน สั่ง คปภ.เร่งออกแบบกรมธรรม์ ครอบคลุม 3 ภัยธรรมชาติ
ดันนักกีฬาสู่อันดับต้นโลก
นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับนักตบลูกยางสาวไทยชุดแชมป์เอเชีย-ตั๋วโอลิมปิก 2028
ปิดทางซักฟอกกกต. ฝ่ายค้านจวกน่าเกลียดถกไฟใต้บังหน้า/หนูเมินสนธิลงถนน
“นายกฯ” ลั่นประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ต้องมีใครมาทวงคืน หลัง “สนธิ” นัดนำมวลชนลงถนนทวงคืนประเทศ 7 ก.ย.นี้
จ่อรื้อระบบใหม่ ดาต้าเซ็นเตอร์ เบรกใบอนุญาต
"เอกนิติ" ไม่ทน! เตรียมประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมดึง "ชัชชาติ" ร่วมด้วย ลั่นทุบโต๊ะรื้อระบบใหม่
ศาลปค.พลิกรับฟ้องสรณ
ศาล ปค.สูงสุดพลิก! สั่งรับคำฟ้อง "หมอสรณ"

