อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 นายธนวัฒน์ เกตุงาม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสม็ดใต้ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า ฝ่ายปกครองอำเภอบางคล้าได้แจ้งมายัง อบต.เสม็ดใต้ ว่าญาติของผู้เสียชีวิตสามารถเข้ามาดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างออกจากสุสาน JEWISH CEMETERY THAILAND ได้ โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ซึ่งขณะนี้บริษัท กานชาบาด จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุสาน ได้จัดทำกุญแจสำรองและนำมาฝากไว้ที่ อบต.เสม็ดใต้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติ หากต้องการเข้ามาดำเนินการเคลื่อนย้ายร่าง
“มีเพียงร่างแรกที่ถูกนำมาฝังไว้ในช่วงที่สุสานยังมีใบอนุญาตเท่านั้น ที่เคยมีญาติเข้ามาติดต่อกับ อบต.เสม็ดใต้ และแสดงความประสงค์ขอเคลื่อนย้าย ส่วนอีก 3 ร่างที่เหลือยังไม่มีญาติหรือทายาทเข้ามาติดต่อแต่อย่างใด”
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐ ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และอื่นๆ เข้าไปดำเนินการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น ตรวจสอบที่มาของชาวยิวให้ชัดเจนว่าเป็นการมาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นการเข้ามาลงทุนโดยการใช้นอมินีหรือไม่ และการได้มาของสัญชาติถูกต้องหรือไม่ ที่สำคัญต้องทำความเข้าใจกับชุมชนชาวยิวทุกแห่งให้เข้าใจกฎหมายและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกับชุมชนชาวไทย เพื่อลดความขัดแย้ง
นายไชยยงค์กล่าวว่า ชาวยิวที่เดินทางมาประเทศไทยมี 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นการแสวงหาที่อยู่ที่ลงทุนใหม่ เพราะเบื่อสงครามในประเทศตนเอง และกลุ่มที่สองคือ อดีตทหารปลดประจำการ และกลุ่มท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นครั้งคราว กลุ่มแรกมีปัญหาเรื่องนอมินีในการครอบ ครองอสังหาริมทรัพย์ และแย่งอาชีพคนไทย กลุ่มที่สองมีปัญหาเรื่องของความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นหน่วยงานของรัฐจึงต้องมีนโยบายที่ชัดเจนกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันการบานปลายของปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจเรื่อง ชาวยิว จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต และแม่ฮ่องสอน รวม 1,410 หน่วยตัวอย่าง
โดยเมื่อถามถึงการเคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในไทย พบว่า 76.38% เคยได้ยินจากข่าวผ่านจากสื่อต่างๆ, 17.45% ไม่เคยได้ยินข่าวใดๆ และไม่เคยมีประสบการณ์โดยตรง, 5.11% เคยมีประสบการณ์โดยตรงด้วยตนเอง, 4.33% เคยได้รับการบอกเล่าจากคนที่มีประสบการณ์โดยตรง และ 3.48% เคยได้รับการบอกเล่าจากคนที่ไม่ได้มีประสบการณ์โดยตรง
เมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่าเคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในไทยเกี่ยวกับความรู้สึกไม่พอใจของประชาชนต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พบว่า 71.22% ไม่เคารพกฎหมาย, 46.39% พูดจาไม่สุภาพ แสดงอาการดูถูกคนไทย, 45.96% ไม่เคารพวัฒนธรรมไทย, 40.03% ไม่เคารพวิถีชีวิตชุมชน, 36.43% ไม่เคารพพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ, 31.44% ใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองที่ดิน, 29.04% ใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อถือครองธุรกิจ, 20.02% แสดงอาการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ศาสนา, 19.93% ตั้งสุสานชาวอิสราเอลในไทยโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่, 18.47% ขยายชุมชนชาวอิสราเอลในพื้นที่ใดที่หนึ่ง, 16.41% อยู่ในไทยเกินกว่าเวลาที่วีซ่าอนุญาต, 10.48% ทำธุรกิจหรือแย่งอาชีพสงวนของคนไทย, 10.22% เปิดให้บริการสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา, 9.54% ทำงานที่ไม่ตรงกับใบอนุญาตทำงาน, 9.36% ประกอบธุรกิจศูนย์เหรียญ, 2.41% ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร และ 1.98% ไม่มั่นใจว่าข่าวที่ได้ยินมาเป็นจริงหรือไม่
ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามตัวอย่างที่ระบุว่า เคยได้ยินข่าวสารหรือมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เกี่ยวกับมาตรการของไทยในการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พบว่า 77.49% เจ้าหน้าที่ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด, 45.45% รัฐควรลดเวลาอนุญาตพำนักอาศัยของชาวอิสราเอลในไทย, 38.49% ให้สถานทูตอิสราเอลกำกับพฤติกรรมชาวอิสราเอลในไทยอย่างเข้มงวด, 26.46% คนไทยควรร่วมมือกันต่อต้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในไทย, 23.54% รัฐควรพิจารณาถึงประเด็นความมั่นคงของชาติจากการขยายตัวของชุมชนชาวอิสราเอล, 17.53% คนไทยควรร่วมมือกันต่อต้านผู้ที่ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ/หรือผิดกฎหมายของชาวอิสราเอลในไทย, 6.62% รัฐควรเนรเทศผู้ที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมายออกนอกราชอาณาจักร, 1.20% เราควรตรวจสอบให้ดีว่าข่าวที่ได้ยินมาเป็นจริงหรือไม่ และเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลหรือไม่, 1.12 ระบุว่าเราไม่ควรทำอะไรที่รุนแรงเกินไป เพราะจะกระทบการท่องเที่ยว และ 2.75% ระบุอื่นๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คลังวางไทม์ไลน์3เดือน ต่ออายุเกษียณบิ๊ก‘รสก.’
“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้
รมต.ลูกเทพเฮ!หนูยกนิ้วชม
"อนุทิน" เปิดบ้านทำบุญฉลองแซยิด ปลื้ม "บิ๊กตู่-คุณหญิงอ้อ" ส่งแจกันดอกไม้อวยพร นายกฯ ย้ำทำหน้าที่เพื่อประเทศและ ปชช.
ลุ้น!ชี้ขาดคดีฮั้วสว. ‘กกต.’แถลงมติบ่ายสาม ม็อบบี้ส่ง229ชื่อให้ศาล
จับตา กกต.นัดแถลงมติปิดคดีฮั้ว สว.บ่ายสามโมง 229 ชื่อ-บิ๊กเนมการเมืองวัดใจ ลุ้น 7 อรหันต์ เอาผิดยกแผง-ปล่อยผียกพวงหรือฟันแต่น้ำเงินอ่อน ขณะที่ภาค ปชช.เคลื่อนไหวหนัก
โพลชี้คนไทยต้องการให้เจ้าหน้าที่จัดการ ชาวอิสราเอล ทำผิดกฎหมายเต็มที่
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ชาวยิว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี
‘อนุทิน’สั่ง‘เอกนิติ’ ต่ออายุ‘ไทยพลัส’
“อนุทิน” สั่ง “เอกนิติ” ขยาย “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อ 1 หรือ 2 เดือน ตามงบที่เหลือ พ่อค้า-แม่ค้าเชียร์ลั่น อยากให้ขยายไปถึงสิ้นปีเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน เผยถ้าโครงการจบตลาดเงียบแน่นอน
สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน
รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย

