เฮไทยพลัสต่ออีก2เดือน

"ศุภจี" เผยข่าวดี นายกฯ สั่ง “เอกนิติ” หาทางต่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” 2 เดือน ช่วยค่าครองชีพประชาชน "บอร์ดกลั่นกรอง" นัดถก  17 ก.ย. ไฟเขียวเฟส 2 ก่อนชง ครม. แย้มใช้งบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ "ทีมไทยแลนด์" เร่งถก USTR  เคาะดีลภาษีโค้งสุดท้าย ปูทาง "อนุทิน" สายตรงคุย "ทรัมป์" สัปดาห์นี้ ลุ้นผลเจรจาภาษีเทียบเท่าเพื่อนบ้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 กันยายน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความชัดเจนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์อีกแล้ว เห็นได้จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม  และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้พิจารณาต่อโครงการดังกล่าวไปอีกสักระยะได้หรือไม่

เมื่อถามว่า จะต่อโครงการนี้ไปอีกกี่เดือน  นางศุภจีชู 2 นิ้วให้ผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้เป็นแนวทาง เมื่อถามว่าวงเงินจะได้เท่าเดิม 1,000 บาทต่อเดือนหรือไม่ นางศุภจีกล่าวว่า รายละเอียดนายเอกนิติจะเป็นผู้ชี้แจง  ต้องมาดูว่าภายใน 2 เดือน จะแคะกระปุกช่วยได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแคะกระปุกด้วย พ.ร.ก.เงินกู้ หรืองบประมาณรายจ่ายประจำปี นางศุภจีกล่าวว่า มีทุกกระปุกแคะหมดเลย ซึ่งนายเอกนิติจะเป็นผู้ดำเนินการว่าจะใช้กระปุกใด

ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการรับมือราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไรนั้น นางศุภจีกล่าวว่า ได้ซ้อมใหญ่มาแล้วช่วงเดือน มี.ค.  เพราะฉะนั้นต้องทำในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ตนได้หารือกับนายเอกนิติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน ในรูปแบบวงเล็ก หลังจากนี้จะมีแผนออกมาอธิบายให้ฟัง โดยเป็นมาตรการที่ดำเนินการเลย ไม่รอไปถึงช่วงปลายปี

นางศุภจีกล่าวด้วยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะไม่ได้มีแค่โครงการไทยช่วยไทยพลัส  แต่จะมีมาตรการอื่นด้วย เพราะวิกฤตครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ เราช้ำจากรอบแรกและยังไม่ฟื้น ประกอบกับช่วงโควิด โดยจะต้องดูทั้งระบบ

ที่กระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ วงเงิน 4 แสนล้านบาท เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มีความเห็นให้พิจารณาแนวทางการต่ออายุโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเป็นผู้เสนอรายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา โดยแม้เป็นการต่ออายุโครงการเดิม แต่ต้องเสนอรายละเอียดการใช้จ่ายเงินเข้ามาพิจารณาใหม่ตามขั้นตอน  ส่วนแหล่งเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ เบื้องต้นจะใช้จาก พ.ร.ก.กู้เงินก้อนแรก วงเงิน 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำหรับช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงาน โดยปัจจุบันเหลือวงเงินมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท

 “หากยังจ่ายให้ประชาชนอัตราเดิม วงเงินที่เหลืออยู่สามารถรองรับการต่ออายุโครงการได้ประมาณ 1 เดือน เนื่องจากปัจจุบันโครงการไทยช่วยไทยพลัส ใช้เงินเฉลี่ยเดือนละกว่า 4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากวงเงินไม่เพียงพอ ยังสามารถพิจารณาโยกเงินจากก้อนที่ 2 เพื่อการเปลี่ยนผ่าน วงเงิน 2 แสนล้านบาท มาดำเนินการได้ ซึ่งเป็นเงินสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศมาใช้ได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องไว้” ปลัดกระทรวงการคลังระบุ

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมมากกว่า 1 เดือน จะต้องพิจารณาปรับเงื่อนไขของโครงการว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อเสนอของกระทรวงการคลัง และอาจขยายระยะเวลาออกไปมากกว่า 1 เดือน สำหรับสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระทรวงการคลังมีการพิจารณาต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อกว่าสมมติฐานเดิมที่คาดว่าจะยุติภายใน 4 เดือน  และล่าสุดกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นสูงกว่า 100  ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นายลวรณกล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาแล้ว จะต้องเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติโดยเร็ว ก่อนโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หากรัฐบาลมีนโยบายต่ออายุโครงการ ควรดำเนินการให้ต่อเนื่องโดยไม่มีรอยต่อ ทั้งในโครงการหรือการใช้จ่ายของประชาชน

วันเดียวกัน นางศุภจีเปิดเผยว่า คืนวันที่ 15  ก.ย. ทีมไทยแลนด์จะหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) เพื่อสรุปรายละเอียดสุดท้ายถึงการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐ ก่อนที่นายกฯ จะโทรศัพท์หารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐ ตอนนี้ทางสหรัฐพิจารณาเลือกวันนัดหมายระหว่างวันที่ 17 หรือ 18 ก.ย.นี้ เพื่อตกลงกรอบเนื้อหาต่างๆ ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางไปสหรัฐ และมีกำหนดการพบปะประธานาธิบดีสหรัฐ ในเวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในวันที่ 24 ก.ย.นี้

 “ในส่วนของตัวเลขและอัตราภาษีตอนนี้ ก็ยังรอลุ้นว่าจะมีข่าวดี แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผย เนื่องจากต้องการให้นายกฯ เป็นผู้เจรจาข้อเสนอพิเศษกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เจรจาในส่วนเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ ซึ่งการผลักดันประเด็นการค้าจนถึงระดับผู้นำสองประเทศ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักที่มีมูลค่าสูง” นางศุภจีระบุ

สำหรับหลักการสำคัญในการเจรจาภาษีสหรัฐ มองว่าเป็นการรักษาเงื่อนไขและต้องการให้อัตราภาษีของไทยอยู่ในระนาบเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เชื่อว่าสหรัฐน่าจะมีมุมมองต่อประเทศไทยที่เป็นบวกมากขึ้น หลังจากที่เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับประเด็นการส่งผ่านสินค้า ซึ่งไทยได้เสนอข้อมูลเชิงลึกและหลักฐานชัดเจนว่าไม่มีการกระทำผิดใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกไต่สวน โดยภาคการผลิตทั้ง 3  กลุ่มของไทย มีกำลังการผลิตจริงสูงถึง 75% ถึง 100% ไม่ใช่ระดับต่ำกว่า 60% ตามที่เข้าใจ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้ประสานความร่วมมือในการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ให้สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัดเข็มขัดงบ70ไม่เพิ่มขรก.

สำนักงบประมาณร่อนหนังสือแจ้งทุกส่วนราชการ รัดเข็มขัดงบกำลังคนภาครัฐปี  70 สั่งชะลอบรรจุอัตราว่าง แต่งตั้งได้เฉพาะที่ได้อนุมัติงบแล้ว

แม้วดิ้นขวางยึดทรัพย์ คุก8เดือน‘ศรัณย์วุฒิ’

"ทักษิณ" ดิ้นอีกเฮือก! ฟ้องศาลภาษีฯ เบรกสรรพากรบี้ยึดทรัพย์อีก 1.5 หมื่นล้าน  ทนายหน้าหอโวยลั่นตามจิกเกินกว่าคำรับผิดตามคำพิพากษา ฟาดมีไอ้โม่งหนุนหลัง