"วราวุธ" ติดตามแก้ปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหลที่ปราจีนฯ กำชับเยียวยาความเสียหาย สลดใจ! โรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีตรงไหนถูกกฎหมายเลย ซัดหนักแผ่นดินไทยมาก ประสาน ตม.ล่าตัว ดีเอสไอ-ปปง.สอบเส้นเงิน สั่งอุตฯ จังหวัดปูพรมตรวจ รง.ประเภท 105/106 ทั่วประเทศ หากเป็นโรงงานเถื่อน ทำตัวเป็นขยะสังคม ไม่ว่าชาติไหนเตรียมตัวให้ดี ลั่นได้รับคำสั่งนายกฯ ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น เจอผิด กม.ดำเนินการเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์, นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหารั่วไหลคราบน้ำมันของโรงงาน โดยมีนายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 และนายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับ
โดยจุดแรก นายวราวุธและคณะเดินทางไปยังบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปจากโรงงานและกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรม จากนั้นนายวราวุธเปิดเผยว่า ตนรับหนังสือและรับฟังความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำสีรุ้ง โดยผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้มีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดูแลเกษตรกรชาวนาที่ได้รับความเสียหายจากคราบน้ำมันรั่วไหลด้วย
นายวราวุธกล่าวว่า กรณีคราบน้ำมันจากนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะหาวิธีแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์อย่างไร และเมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงๆ จะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหรือไม่ ซึ่งต้องเตรียมการไว้ในอนาคต เพราะบางครั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้เห็นในทันที บางครั้งจะค่อยๆ เห็นผลกระทบที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการตรงนี้ด้วย และอยากฝากทางบริษัท เวลาตั้งโรงานอยู่แห่งไหนและมีชุมชนอยู่โดยรอบ หากท่านอยู่แล้วดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ มีการทำ Corporate Social Responsibility (CSR) ยามเกิดปัญหาชุมชนจะปกป้องท่าน เวลาทำงานกับประชาชนโดยรอบ หากเป็นเรื่องหนักก็จะกลายเป็นเบา มีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปแล้วจะมีการทำกิจกรรม CSR เพิ่มขึ้นได้อย่างไร
“แน่นอนว่าการเยียวยาความเสียหายต้องทำแน่นอน ซึ่งทางบริษัทจะต้องหาแนวทางเยียวยาต่อไป แต่ทำการ CSR จะเป็นเหมือนการเยียวยาทางความรู้สึก ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นมิตรกับโรงงานมากขึ้น”
รมว.อุตสาหกรรมกล่าวว่า เรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ ขอฝากให้ดูแลประชาชน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อเกิดแล้วจะร่วมแก้ปัญหากันอย่างไร คนที่เดือดร้อนต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ในส่วนหน่วยราชการตนกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว เวลาทำงานอย่าทำคนเดียว ให้มีท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย อย่างเช่นกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าการตรวจสอบที่เกิดขึ้นมีการถ่วงดุลกัน ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน
"ขอฝากผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ต่อไปจะต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลในกรณีฝนตกหนัก จะต้องทำคันรอบโรงงานหรือไม่ และจะต้องทำสูงขนาดไหนจึงจะเหมาะ" นายวราวุธกล่าว
หลังจากนั้นนายวราวุธและคณะลงตรวจพื้นที่ บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ ที่ก่อนหน้านี้ถูกตรวจสอบกรณีฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบขยายเครื่องจักร และประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยได้ลงสำรวจพื้นที่ภายในโรงงาน ดูการจัดการและกองขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก พร้อมกับรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งภายหลังนายวราวุธให้สัมภาษณ์ว่า ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วสลดใจ เพราะไม่มีตรงไหนเลยที่ถูกกฎหมาย คาดว่าเป็นการรุกที่ป่าสงวนฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังสืบสวนอยู่ กองขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลเป็นความจำเป็นที่จะต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกต้อง มีการใช้เศษพลาสติกกลบรวมกับดินจำนวนมาก และน่ากังวลว่ามีการนำดินตรงนี้ไปทำกิจกรรมอะไร หรือแอบนำไปทิ้งที่อื่นหรือไม่
"การกระทำแบบนี้หนักแผ่นดินไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติใดก็ตาม ดูจากรายละเอียดแล้วไม่แน่ใจว่าเจ้าของกิจการยังอยู่ประเทศไทยหรือไม่ โดยได้ประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ว่ายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ หากยังอยู่สมควรไม่ให้ออกนอกประเทศ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อยึดทรัพย์ผู้ประกอบการ"
รมว.อุตสาหกรรมกล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่นิ่งนอนใจ ตนได้ให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัดเร่งตรวจสอบ ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานที่ขอใบอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 เกือบ 3,000 แห่งทั่วประเทศ จากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะประสานกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และ สตม.เร่งตรวจสอบ เพื่อทำให้โรงงานเช่นนี้หมดไปจากแผ่นดินไทย หากพบผิดกฎหมายหรือโรงงานเถื่อน จะดำเนินการอย่างรวดเร็วและเคร่งครัด
“ส่วนใครทำตัวเป็นขยะสังคม ทำความเดือดร้อนให้แผ่นดินไทย ลักลอบเอาเข้ามา จะเป็นชาติไหน ไม่ขอเหมาว่าเป็นจีนอย่างเดียว เพราะไม่รู้เป็นชาติไหนบ้าง แต่พวกที่กระทำความผิดให้เตรียมตัวให้ดี แก้ไขเสีย วันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ตามตรวจสอบทุกที่ที่เกิดขึ้น ไม่ต้องบอกว่าเป็นของคนนั้นคนนี้ ผมได้รับคำสั่งโดยตรงจากนายกฯ ไม่ไว้หน้าไหนทั้งนั้น จะใคร จะนามสกุลอะไร ไม่ได้ดู ดูแค่ถ้าทำผิดกฎหมายขึ้นมาจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด” นายวราวุธระบุ
นายวราวุธยังกล่าวถึงการลงพื้นที่บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ว่าที่มีไม่เป็นไปตามเงื่อนไขคือ กองที่จะฝังกลบแทนที่จะมีตัวพลาสติกคลุมทั้งหมด แต่ไม่ได้คลุม จะเข้าข่ายมาตรา 37 และมาตรา 39 พ.ร.บ.โรงงาน ขณะที่คราบน้ำมันที่ไหลรั่วออกไปเนื่องจากมีฝนตกปริมาณมาก และน้ำท่วมเข้าไปในบริเวณโรงงาน ซึ่งมีถังเก็บน้ำมันและไม่ได้มีการปิดอย่างดี ทำให้น้ำมันในถังรั่วไหลออกมา ถือเป็นความผิดพลาดที่โรงงานจะต้องรับผิดชอบ
"ขอให้วางใจได้ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้โรงงานดังกล่าวหยุดดำเนินการแล้ว หากประชาชนยังกังวลว่า จะมีการแอบดำเนินการ ผมจะให้กระทรวงอุตสาหกรรมติดตามอย่างใกล้ชิด หรือถ้าประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งมายังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป"
เมื่อถามว่า สำหรับพื้นที่ที่ปนเปื้อนไปแล้ว หลังจากน้ำลดจะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า จะมีการเดินสำรวจกันเลย ทั้งจากบริษัท ประชาชน กรมควบคุมมลพิษ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ทำงานคนเดียว ตรงไหนมีคราบน้ำมันจะมีการส่งตรวจสอบทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้ผลออกมาตรงกัน หากเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น บริษัทต้องเยียวยาให้ประชาชน 100% นอกจากนี้หลังจากน้ำลดแล้ว จะมีการตรวจสอบว่าได้มีการดำเนินการตามการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA หรือไม่
นายวราวุธยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.โรงงานว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังสามารถตัดหรือเพิ่มเติมอะไรได้ โดยตนได้ให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมาตรการเข้าไป ทั้งการเพิ่มโทษที่หนักขึ้นเพราะปัจจุบันโทษยังเบาไป อีกประเด็นคือการทำให้คดีแบบนี้เป็นคดีการเงิน เพื่อให้ดีเอสไอและ ปปง.สามารถยึดทรัพย์ผู้ประกอบการได้ นอกจากนี้ยังจะมีเงื่อนไขว่า เมื่อกระทำผิดซ้ำจะต้องมีระบบตัดคะแนน หากกระทำผิด 3 ครั้งจะยึดใบอนุญาตและห้ามไม่ให้เปิดกิจการได้อีก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ของบกลางปี70 1หมื่นล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
น้ำท่วมรัดคอรัฐบาลหนู ยอมรับใช้งบกลางปี 69 เกลี้ยงแล้ว รองบปี 70 เยียวยาผู้ประสบภัย คาดแตะหมื่นล้าน
ไฟลามทุ่ง!อิตาลี-สเปน-โปรตุเกส
กลุ่มผู้ประท้วงฝรั่งเศสปิดกั้นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีส ขณะที่ทางการกำลังเร่งควบคุมความไม่พอใจของประชาชน
จวกรัฐล้มเหลวอุ้ม‘ไอเดียร์’
"โสภณ" ปัดตักเตือน สส.ปชน.กล่าวหาความผิดปกติทรัพย์สินของ "สุชาดา" กับคู่สมรสแต่ไม่เปิดหลักฐาน
หักคอซักฟอก3วัน ภราดรอ้างนายกฯไปนอก เท้งโต้ต้องจัดการเวลาได้
“อนุทิน" ยิ้มเลี่ยงตอบปมดินเนอร์ “ธรรมนัส” บอกแค่ “หิวๆ” ภราดรยืนกรานมีข้อจำกัดเรื่องวันซักฟอก ให้ได้แค่ 3 วัน
ใช้‘แรง-สมอง’ทำงานไม่ใช่ปาก
นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ย้ำโครงการ "ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย" ต้องเกิด
โวยหักคออภิปราย! ปชน.ยันต้องได้5วัน/โพลฟันมท.อ่วมแต่เชื่อไร้ผล
นายกฯ ควงอธิบดีกรมศุลฯ กินข้าวต้มปลาเยาวราช สั่งชาเย็น-เก๊กฮวย นั่งกินสบายๆ แบบส่วนตัว แกนนำภูมิใจไทยภาคใต้ต้อนรับ “เนวิน”

