“อนุทิน" ยิ้มเลี่ยงตอบปมดินเนอร์ “ธรรมนัส” บอกแค่ “หิวๆ” ภราดรยืนกรานมีข้อจำกัดเรื่องวันซักฟอก ให้ได้แค่ 3 วัน รอถกในวิปสามฝ่ายอีกรอบ “กรวีร์” เผย 21 ต.ค.นี้วิปหารือ ชี้อย่าเพิ่งยึดติดจำนวนวัน "เท้ง" โวย รัฐบาลเลิกคิดเองเออเองให้ข่าวซักฟอก ซัด “นายกฯ” อย่าอ้างไปนอกต้องบริหารจัดการเวลาได้ จวกเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย “รังสิมันต์” ปลุกเพื่อน สส.ใช้มโนธรรมในหัวใจดูความเสียหายประเทศจากระบอบน้ำเงิน
เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ต.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพร่วมรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ร้านอาหารอินเดีย ทำให้ถูกจับตาเรื่องการเมืองว่าพรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยนายกฯ ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “หิวๆ” และหันมายิ้มให้สื่อเท่านั้น และเมื่อสอบถามเรื่องดังกล่าวอีกหลายครั้ง นายกฯ ก็ยังไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด รวมทั้งเมื่อถามว่ายังไม่ถึงเวลาตอบเรื่องนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทินก็ได้แต่ยิ้ม และเมื่อถามถึงการขอเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ ก็ไม่ตอบคำถาม โดยเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า นายกฯ มีคุณสมบัติพิเศษ มีแต่เพื่อน อย่าง ร.อ.ธรรมนัสก็เป็นเพื่อนนายกฯ สนิทสนมกัน จะไปตีความว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ก็สุดแท้แต่ แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกัน การไปรับประทานข้าวกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวถึงขั้นควบรวมพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม นายภราดรกล่าวว่า ต้องไปถามกรรมการบริหารพรรคของทั้งสองพรรค ส่วนหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วจะมาร่วมรัฐบาลกันหรือไม่นั้น อนาคตยังไม่ถึง อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น เอาสัปดาห์หน้าก่อนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่ากี่วัน เอาจำนวนวันให้ชัดก่อน
“ครม.เป็นเรื่องของนายกฯ เป็นอำนาจของท่าน ถ้าถามว่ามีการปรับ ครม.หรือไม่ ในพรรคภูมิใจไทยก็คงจะมีการคุยกัน กรรมการบริหารพรรคก็ต้องตัดสินใจ” นายภราดรกล่าว
นายภราดรยังกล่าวถึงจำนวนวันอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 26 ต.ค. จากนั้นวันที่ 30-31 ต.ค. นายกฯ จะเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้นจะเหลือช่วงเวลาวันที่ 27-29 ต.ค.ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และลงมติในวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งคงต้องคุยกันด้วยเหตุด้วยผล เพราะมีข้อจำกัดเรื่องของเวลาและเนื้อหาสาระของการอภิปราย
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า สภาจะนัดประชุมวิป 3 ฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะอภิปรายกี่วันภายในสัปดาห์นี้ โดยได้มอบหมายให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาคนที่ 1 รับผิดชอบเรื่องนี้ ซึ่งจะได้กำหนดกรอบว่าเป็นวันไหน อยู่ที่การเจรจา
อย่าเพิ่งตั้งธงจำนวนวัน
ส่วนนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ได้รับการประสานจากประธานสภาจะเชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือร่วมกันถึงกรอบระยะเวลา จำนวนชั่วโมงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 21 ต.ค.นี้ และคิดว่ากรอบเวลา 3 หรือ 5 วันน่าจะเป็นปลายทาง และคิดว่าฝ่ายค้านไม่ได้ต้องการ 5 วัน แต่ต้องการเวลาที่เพียงพอสำหรับการอภิปราย ฉะนั้นการที่จะคุยเรื่องเวลา 3 หรือ 5 วัน หากคุยแบบนั้นจะหาข้อสรุปได้ยาก
“ถ้าเราเริ่มต้นปักธงว่าต้อง 5 วัน หรือ 3 วันเท่านั้น ก็น่าจะหาจุดตรงกลางกันยาก ถ้าเราเอาประเด็นเป็นตัวตั้ง แล้วมาคำนวณเวลาที่ใช้ในแต่ละวัน ก็คิดว่าน่าจะหาข้อสรุปทั้ง 3 ฝ่ายได้” นายกรวีร์กล่าว
เมื่อถามว่า มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน ซึ่งอาจมีเนื้อหาและต้องใช้เวลามากกว่าอภิปราย 3 วัน นายกรวีร์ กล่าวว่า ใน 18 คนนี้เมื่อไปพิจารณาดูเนื้อหาของรัฐมนตรีแต่ละคนแล้ว พบว่าค่อนข้างกว้าง จึงทำให้ประเด็นในการจับเนื้อหาต่างๆ ไม่ได้เป็นประเด็นที่ชัดเจนว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ได้แต่คาดการณ์เอา ประเด็นหลักตนคิดว่าน่าจะมีอยู่แค่ 6-7 ประเด็นเท่านั้นที่ครอบคลุมทั้ง 18 คน เช่น เรื่องการเลือก สว.ประเด็นเดียว แต่คาบเกี่ยวกับรัฐมนตรีหลายคน ดังนั้น ถ้าเราพิจารณาประเด็นก็น่าจะคำนวณเวลาได้
“รัฐมนตรีทั้ง 18 คนพร้อมตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อกล่าวหา ทุกคนทำการบ้านเตรียมความพร้อมสำหรับการตอบข้อซักถาม จึงมั่นใจว่าแผลต่างๆ ที่ฝ่ายค้านมี รัฐบาลทุกคนมั่นใจว่าเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันนั้นไม่มี และมั่นใจว่าสามารถตอบข้อชี้แจงของฝ่ายค้านที่กล่าวหาได้” นายกรวีร์กล่าวและว่า ไม่มีการตั้งองครักษ์ แต่หากถูกกล่าวพาดพิงพรรคการเมือง ซึ่งทำให้พรรคการเมืองเสียหาย หรือพาดพิงถึง สส.คนไหน คิดว่า สส.ก็มีสิทธิ์ชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิง สิ่งที่เราได้พูดคุยกันคือพยายามให้การประชุมอยู่ในกรอบของข้อบังคับ
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) จะร่วมสนับสนุนด้วยหรือไม่ เพราะไม่มีรัฐมนตรีของพรรค พท.ถูกอภิปราย นายกรวีร์กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลแม้ไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย แต่การอภิปรายนายกฯ สามารถมอบหมาย ให้รัฐมนตรีอื่นชี้แจงได้หากเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง หรือเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีแล้วไปเกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็คิดว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่สามารถชี้แจงต่อที่ประชุมได้ รวมถึง สส.พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าพาดพิงและทำให้พรรคการเมืองเขาเสียหาย
ถามถึงพรรค กธ.ได้ส่งสัญญาณอะไรที่อยากจะสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ไม่มีสัญญาณอะไร มีเพียงแต่ภาพข่าวที่ ร.อ.ธรรมนัสไปรับประทานอาหารร่วมกับนายกฯ ซึ่งไม่อยากโยงไปว่าเป็นประเด็นการเมือง เพราะ ร.อ.ธรรมนัสกับนายอนุทินเป็นเพื่อนกัน รู้จักและทำงานร่วมกันมาหลายปี การที่ไปบอกว่าส่งสัญญาณแบบนี้ กล้าธรรมจะต้องโหวตให้รัฐบาลแน่ คิดว่าเร็วเกินไปเพราะการอภิปรายยังไม่เกิดขึ้น
ซัดรัฐบาลคิดเองเออเอง
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวว่า ในการอภิปรายที่จะให้เวลาเพียงแค่ 3 วันนั้น แปลว่ารัฐบาลพยายามจะเล่นกล เล่นเกมการเมืองในรัฐสภา เพื่อให้เวลากับฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรี 18 คนเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น และการที่รัฐบาลออกมาให้ข่าวเช่นนั้น ก็ยังไม่เคยพูดคุยกับตัวแทนฝ่ายค้านเลย และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้นัดประชุมวิปแต่อย่างใด ว่าตกลงแล้วจะอภิปรายวันไหนและให้กี่วัน ฉะนั้นสิ่งที่อยากส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือ ต้องหยุดคิดเองเออเอง เลิกคิดแทนฝ่ายค้าน และให้ข่าวมาโดยที่ไม่มีการพูดคุยกับพวกตนทั้งสิ้น
นายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ในปี 2563-2565 ที่อยู่ในรัฐบาลระบอบประยุทธ์ ปี 2563 มีการอภิปรายรัฐมนตรี 6 คน อภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 หรือในปี 2564 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 10 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 หรือช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2564 ที่มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี 6 คน และเดือน ก.ค. 2565 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี 11 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 เช่นกัน เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล
เมื่อถามว่า เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้คือนายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ สามารถบริหารจัดการตารางงานของตัวเองได้ ถ้าให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีซักฟอกเวทีสภาเท่าๆ กับงานส่วนอื่นๆ ของท่าน สุดท้ายแล้วอยู่ที่การให้ความสำคัญเท่านั้น ว่าตกลงแล้วคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ ให้ความสำคัญกับสภามากน้อยแค่ไหน
“การจัดทัพของฝ่ายค้านตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เราพร้อมทุกวินาที อยู่ที่ทางรัฐบาลเองมากกว่าว่าจะให้เราซักฟอกรัฐบาลเมื่อไหร่ ประเด็นสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้คือ ชี้ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินเป็นภัยคุกคามต่อประเทศจริงๆ การดำเนินนโยบายของรัฐบาล จริงๆ แล้วถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย”
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ญัตตินี้เป็นญัตติของสภา เป็นญัตติที่ฝ่ายค้านเข้าชื่อเสนอ ต้องเคารพผู้เสนอ ซึ่งเวลาเหมาะสมที่จะอภิปรายให้ครอบคลุมทั้ง 18 คน ต้องยืนยันว่า 5 วัน จะมีกรณีเดียวหากจะบอกว่าเอา 3 วัน แสดงว่าคุณรู้สึกไม่ปลอดภัย คุณรู้สึกกังวล และเริ่มมั่นใจว่าการให้เวลากับฝ่ายค้านมากๆ อาจจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลได้
“ผมยืนยันว่าอย่ามีพฤติกรรมแบบนี้ แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันหลายอย่าง แต่ขั้นต่ำที่สุดต้องช่วยดำเนินการให้ถูกต้อง คือการพูดคุยกันก่อน ไม่ใช่การหักคอกันหรือบังคับกัน การทำแบบนี้ไม่แตกต่างอะไรกับการหลีกหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน” นายรังสิมันต์กล่าว
เรียกร้องมโนธรรมสำนึก
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมขุนพลผู้อภิปรายนั้น เราเตรียมไว้เยอะมากแบบจัดหนักจัดเต็ม และยอมรับว่าข้อมูลการอภิปรายซึ่งบางส่วนอาจจะเคยเห็น และบางส่วนอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน ข้อมูลทั้ง 2 ชุด มั่นใจว่าสามารถเอาผิดนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือฝั่งรัฐบาลได้ ทั้งนี้ขอใช้โอกาสนี้แจ้งต่อเพื่อน สส.ทุกคนว่า เรียกร้องมโนธรรมสำนึกจากเพื่อน สส.ทุกคน และตั้งคำถามว่าสภาพประเทศในขณะนี้ จะปล่อยให้ระบอบสีน้ำเงินกินรวบโกยเรียบแบบนี้จริงหรือ หรือจะปล่อยให้ระบอบสีน้ำเงินใช้อำนาจแบบเหิมเกริม ใช้อำนาจโดยไม่ได้แคร์หลักนิติรัฐ เศรษฐกิจ การบริหารประเทศหรือประชาชน คิดแต่พวกพ้องเครือข่าย ทำเป็นกิจจะลักษณะเป็นกระบวนการ แบบนี้ปล่อยได้จริงๆ หรือ
“ผมคิดว่าวันนี้นอกจากการอภิปราย สิ่งที่ต้องการจะทำให้ทุกคนได้เห็นคือประเทศไทยไม่ไหวแล้ว จึงเตรียมพยานหลักฐานข้อมูลต่างๆ ขอแค่เพียงใช้เศษเสี้ยวแห่งความดีในหัวใจที่มี ชี้ว่าคุณสามารถที่จะเข้าใจถึงความเดือดร้อน ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้นเราทำงานเต็มที่เพื่อเตรียมการมาสักระยะ ฝ่ายค้านจะมีการเปิดเผยภาพรวมแน่นอน” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์ย้ำว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่สไตล์ที่จะมาโวหาร น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง แต่จะเป็นการนำพยานหลักฐานมาว่ากัน ไม่ได้คิดแค่ชั้นเดียว แต่คิดต่อถึงการดำเนินการหลังจากนั้น หากสมมติว่าเพื่อน สส.ในสภาไม่สนับสนุนเราพอ แต่หวังว่าเพื่อน สส.จะเห็นและใช้ประกายแห่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ที่อยู่ในจิตใจตัดสินเรื่องนี้ออกมาอย่างดีที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ของบกลางปี70 1หมื่นล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
น้ำท่วมรัดคอรัฐบาลหนู ยอมรับใช้งบกลางปี 69 เกลี้ยงแล้ว รองบปี 70 เยียวยาผู้ประสบภัย คาดแตะหมื่นล้าน
ไฟลามทุ่ง!อิตาลี-สเปน-โปรตุเกส
กลุ่มผู้ประท้วงฝรั่งเศสปิดกั้นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีส ขณะที่ทางการกำลังเร่งควบคุมความไม่พอใจของประชาชน
จวกรัฐล้มเหลวอุ้ม‘ไอเดียร์’
"โสภณ" ปัดตักเตือน สส.ปชน.กล่าวหาความผิดปกติทรัพย์สินของ "สุชาดา" กับคู่สมรสแต่ไม่เปิดหลักฐาน
สลดใจ!สั่งล่าตัวรง.ขยะเถื่อน
"วราวุธ" ติดตามแก้ปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหลที่ปราจีนฯ กำชับเยียวยาความเสียหาย สลดใจ! โรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์
ใช้‘แรง-สมอง’ทำงานไม่ใช่ปาก
นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ประตูระบายน้ำสองพี่น้อง สุพรรณบุรี ย้ำโครงการ "ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย" ต้องเกิด
โวยหักคออภิปราย! ปชน.ยันต้องได้5วัน/โพลฟันมท.อ่วมแต่เชื่อไร้ผล
นายกฯ ควงอธิบดีกรมศุลฯ กินข้าวต้มปลาเยาวราช สั่งชาเย็น-เก๊กฮวย นั่งกินสบายๆ แบบส่วนตัว แกนนำภูมิใจไทยภาคใต้ต้อนรับ “เนวิน”

