ขยายซักฟอก4วัน รัฐบาลพร้อมตอบ26-29ต.ค. ฝ่ายค้านขอเลื่อนไปพ.ย.

“น้ำเงิน-เขียว” หวานฉ่ำ “อนุทิน”   ร่วมเฟรมเบิร์ธเดย์ “สส.กล้าธรรม” แจงแค่ไปเยี่ยม “ธรรมนัส” ป่วย บอกมอง “กธ.” อยู่ฝ่ายปกป้องผลประโยชน์ ปชช. ปัดข่าวเปลี่ยนตัว “รมว.พาณิชย์” ลั่นเปลี่ยน “ศุภจี” ต้องเปลี่ยนนายกฯ  ซัด “อภิสิทธิ์” เลิกวัฒนธรรมพูดแซะ “วิป 3 ฝ่าย”  วงแตกอีก! ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ เคาะวันซักฟอกไม่ลงตัว โยน "โสภณ" ตัดสินใจบรรจุญัตติ เคาะวันพิจารณา “ไอติม” โวยโดนรัฐบาลบีบเวลา จี้ “ปธ.สภาฯ” ส่งเรื่องกลับ ครม.หาวันใหม่ในเดือน พ.ย.-ธ.ค. “กรวีร์” สวนผิดหวังฝ่ายค้านไม่ยึดประโยชน์สภา ยอมขยายเป็น 4 วันก็ปฏิเสธ งัดสถิติโชว์สื่อรัฐบาล ภท.ให้เวลา 45-48 ชั่วโมงอภิปรายเยอะสุดแล้ว ระบุให้ รมต. 18 คนอยู่พร้อมกัน 5 วันเรื่องยาก

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตั้งแต่ช่วงเช้า มีการเผยแพร่ภาพของช่วงค่ำวันที่ 21 ต.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา โดยเป็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ  รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  (ภท.) ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด น.ส.สุภานันท์  ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม (กธ.) โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค กธ., นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา รองหัวหน้าพรรค   สส.ราชบุรี, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายอัครา พรหมเผ่า สส.พะเยา, นายอรรถกร ศิริลัทยากร สส.ฉะเชิงเทรา, นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา และ สส.พรรค กธ.อีกจำนวนหนึ่งร่วมถ่ายภาพ บรรยากาศชื่นมื่นและเป็นกันเองทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ การปรากฏภาพระหว่างนายอนุทินกับ ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเพจเฟซบุ๊กร้าน Punjab Grill Bangkok โพสต์ภาพทั้งสองคนร่วมรับประทานอาหารกัน ซึ่งอยู่ในช่วงที่มีกระแสข่าวว่าพรรค กธ.จะเข้ามาร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท.

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงภาพดังกล่าวโดยได้ถอนหายใจก่อนบอกว่า เอาอย่างนี้ เดี๋ยวนั่งฟังกันสักครึ่งชั่วโมงดีไหมว่าที่มาที่ไปอย่างไร เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ร.อ.ธรรมนัสส่งรูปมาให้ตนดู บอกว่ามีอาการป่วยนิดหน่อย ปวดหู เลยเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาล ส่งรูปมาให้ดูว่ายังอยู่ที่โรงพยาบาลในช่วงบ่าย พอช่วงเย็นตนไปประชุมสภาฯ เดินออกมาเจอ สส.พรรค กธ.ที่สนิทกันดีคือนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ที่ชั้น 2 ก่อนเข้าลิฟต์จึงทักว่าไปเยี่ยมลูกพี่หรือไม่ เขาจึงบอกว่าไปเยี่ยมเรื่องอะไร ตนจึงบอกไปว่าเห็น ร.อ.ธรรมนัสเข้าโรงพยาบาลส่งรูปมาให้ดู เขาจึงชี้ไปที่ห้องพรรค กธ.ที่อยู่ติดกับลิฟต์

“พอรู้ว่า ร.อ.ธรรมนัสอยู่ในห้องพรรคเลยเดินเข้าไป เห็นเขาเป่าเค้กให้ น.ส.สุภานันท์ โดยมี น.ส.นฤมล นายอัคราและนายอรรถกรอยู่ครบ  เป่าเค้กกันอยู่ ก็เข้าไปจอยเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย ถ้ามีอะไรหลบๆ ซ่อนๆ คงไม่ไปยืนถ่ายภาพ คนร่วมถ่ายกันเป็นร้อยคน”  นายอนุทินกล่าว

ถามว่า ภาพดังกล่าวพรรค กธ.เป็นฝ่ายปล่อยออกมาหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนเข้าไปเพียงสองคนกับนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรค ภท. ไม่จำเป็นต้องไปหลบๆ   ซ่อนๆ อะไร คนรู้จักกันทั้งนั้น ตนถึงบอกว่าหน้าที่ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลฝ่ายอะไรก็แล้วแต่นั่นคือหน้าที่ แต่เรื่องความสัมพันธ์ฉันเพื่อนฉันมิตรยังมีอยู่ เข้าไปก็มีแค่นั้น เมื่อภาพออกมาจะให้อธิบายอย่างไร ไม่มีเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง  เข้าไปร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์เสร็จก็อวยพรตามธรรมเนียม แล้วก็แยกย้าย

หนูมอง กธ.อยู่ฝ่าย ปชช.

ซักว่ามิตรภาพที่มีกับพรรค กธ.เช่นนี้ มองพรรค กธ.เป็นฝ่ายไหน นายอนุทินกล่าวว่า ตนกับพรรค กธ.แกนหลักและสมาชิกหลายคนรู้จักกัน เมื่อถามว่าในสภามีสองฝ่าย คือฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน มองพรรค กธ.อยู่ฝ่ายไหน   นายอนุทินกล่าวว่า ทุกวันนี้เขาอยู่ในรัฐบาลหรือไม่ ตนต้องมองเขาเป็นฝ่ายไหน ก็มองเขาเป็น สส.คอยทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชนที่เลือกพวกเขาเข้ามาทำหน้าที่

ถามว่า มีกระแสข่าวหากพรรค กธ.เข้าร่วมรัฐบาลจะได้ดูแลกระทรวงพาณิชย์ จะให้ความมั่นใจกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า "ถ้าจะเปลี่ยนศุภจี เปลี่ยนอนุทิน จะได้ไม่ต้องถามอีก พูดแบบนี้ไม่ดีเลย ผมเคยเป็น รมช.มาก่อน ไม่ว่าจะเข้มแข็งอะไรขนาดไหน ถ้าเกิดอยู่ดีๆ สื่อบอกคนนี้โดนแน่ ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ท่านศุภจีถือว่าเป็นบุคลากรหลัก เป็นเสาหนึ่งเสาของรัฐบาลของผม ผมไปขอร้องให้ท่านช่วยงานผมตั้งแต่หนู 1 และขอร้องให้ท่านมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ ในรัฐบาลหนู 2 ขอร้องให้ท่านดูแลด้านการตลาดด้านพาณิชย์ เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมของประเทศ  ท่านไม่ได้มาขอผมเป็นรัฐมนตรี ผมเป็นคนขอให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นถ้าเปลี่ยนคุณศุภจี ก็คือต้องเปลี่ยนนายกฯ"

ถามว่า นางศุภจีได้มาถามอะไรหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า รุ่นใหญ่เขาไม่ถาม เขามั่นใจตัวเอง เมื่อถามอีกว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี

จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการมอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไปเจรจากับทางสภาเพื่อตกลงเรื่องกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ คืบหน้าอย่างไรบ้าง ว่ายังไม่จบ วันนี้เขานัดประชุมกันต่อ โดยต้องหารือกันเรื่องจำนวนเวลา ตนบอกไปว่าหากฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปรายมาก ครม.พร้อมให้เอาเวลาของ ครม.ไปเติมให้ฝ่ายค้าน เพื่อให้ฝ่ายค้านได้เวลามากที่สุด การชี้แจงของ ครม.ตนได้แจ้งไปว่าให้แจงด้วยความกระชับ ชัดเจน ไม่น้ำท่วมทุ่ง ไม่อ้อมค้อม

“ไม่ใช่เป็นการไม่ให้เกียรติสภาเหมือนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  (ปชป.) ออกมาพูด มันเป็นไปไม่ได้เลย ผมให้เกียรติทุกคน ไม่ใช่สภาอย่างเดียว เราชี้แจงด้วยความกระชับ ไม่จำเป็นต้องพูดมาก เราถูกตั้งข้อซักถามข้อกล่าวหาข้อสงสัยใดๆ มา ครม.มีหน้าที่ตอบก็ตอบให้ตรงประเด็น เวลาที่ใช้เราถึงบอกว่าถ้าจะเอาไปให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายเพิ่มมากขึ้นเราก็ยินดี นี้คือการให้เกียรติ คือความร่วมมือ  ฉะนั้นก็มีความชัดเจน แต่ต้องไม่มาพูดแบบกระแนะกระแหนกัน มาพูดแดกดันกันแบบนี้ เราสร้างวัฒนธรรมแบบนี้ไม่ดีหรอก ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง มีอดีตอันยิ่งใหญ่ ควรเก็บอดีตอันยิ่งใหญ่ไว้ให้คนจดจำและเอาแบบอย่าง  ทุกวันนี้พอพูดอะไรต้องมีวกมีแว้ง ต้องมีแซะ  แบบนี้เยาวชนคนรุ่นหลังดู เราไม่อยากให้ประเทศเรามีวัฒนธรรมแบบนั้น พูดทุกอย่างด้วยความสร้างสรรค์ให้ความร่วมมือทุกอย่างอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว

ที่รัฐสภา เวลา 14.00 น. ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาวาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล  ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2  โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม

วอล์กเอาต์ 'วิป 3 ฝ่าย’ ล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมว่า ที่ประชุมก็ยังไม่มีข้อสรุป ขณะที่ตัวแทนวิปฝ่ายค้านได้วอล์กเอาต์ออกจากที่ประชุม เนื่องจากรัฐบาลไม่ตอบรับต่อการปรับเวลา จากเดิมที่กำหนดอภิปรายวันที่ 27-30 ต.ค. ไปเป็นเดือน พ.ย. ซึ่งทางฝ่ายค้านได้ถามกลับว่าจะไม่มีช่วงเวลาว่างจริงๆ หรือ

มีรายงานแจ้งว่า เมื่อที่ประชุมไม่มีข้อสรุป  ต้องเป็นหน้าที่ของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ตัดสินใจว่าจะบรรจุวาระประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 27-30 ต.ค.หรือไม่ โดยต้องพิจารณาภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อไม่ให้ขัดกับข้อบังคับการประชุม และล่าสุดจะไม่มีการหารือรอบสามกับวิปฝ่ายค้านแล้ว

เวลา 15.00 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงว่า ที่ประชุมไม่มีข้อสรุป การพยายามลดต้นตอของปัญหาเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ เริ่มมาจากทัศนคติของรัฐบาลที่มองว่าสภาเป็นสาขาของรัฐบาล ตนเช็กกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่อยู่ดีๆ ครม.ก็ออกหนังสือเป็นมติ ครม. ส่งมาที่สภาก่อนมีการหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย แล้วมากำหนดว่า ครม.พร้อมเฉพาะวันนั้นหรือวันนี้ และพยายามบีบสภา โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เป็นผู้เสนอญัตติให้อยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว

“เมื่อเริ่มเห็นท่าทีไม่ดี ผมก็บอกไปด้วยซ้ำว่าแม้ตอนแรกที่เราตั้งต้นว่าจะอภิปรายช่วงปลายเดือน ต.ค.หรือต้น พ.ย. แต่หากติดขัดจริงๆ มีภารกิจที่ไม่สามารถเลื่อนได้จริงๆ นายกฯ ต้องไปร่วมประชุมนานาชาติจริงๆ เราก็พร้อมที่ขยับเวลาออกไป ขอเพียงแค่มีการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่ตรงนี้ เมื่อวานเราก็ย้ำข้อเสนอตรงนี้อีกว่า หากสมมติจำเป็นที่จะต้องขยับออกไปเพื่อให้มีวันและเวลาเพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่เราก็ยินดี แต่มาจนถึงวันนี้ฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อเสนออะไรที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ยังคงพยายามที่จะยืนยันว่าจะต้องอภิปรายสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาเรา 5 วัน หรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอในการทำหน้าที่ พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีข้อสรุป” นายพริษฐ์กล่าว

ถามว่า หมายความว่าสมัยประชุมนี้จะไม่มีการอภิปรายใช่หรือไม่ ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าวว่า  ตนเสนอไปก่อนที่จะเดินออกมาว่าให้ น.ส.มัลลิกา ในฐานะประธานที่ประชุม ทำหนังสือกลับไปที่ ครม.ว่าทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ในช่วงเวลา 3 วันที่ ครม.เสนอมา และทำหนังสือถามไปยัง ครม. เพื่อให้พิจารณาหาวันที่เหลืออยู่ในสมัยประชุมนี้ คือเดือน พ.ย.และ ธ.ค. ให้ทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ในช่วงเวลาใหม่ที่ ครม.เสนอมา แต่ทางรองประธานสภาฯ ไม่ได้รับปาก แม้กระทั่งจะทำแค่นี้ทางเราก็ไม่มีทางเลือก

ซักว่าหาก ครม.ตั้งธงว่าจะอภิปรายในช่วงเวลาเดิมจะทำอย่างไร ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าวว่า  เราก็ต้องตั้งคำถาม และตนถามสื่อก็ได้ว่าจะเป็นไปได้จริงหรือ เราเหลือเวลาเดือน พ.ย.และเดือนธ.ค. จะเป็นไปได้จริงหรือที่ไม่มีช่วงเวลาไหนอีกเลยที่รัฐบาลจะทำหน้าที่ในการชี้แจงข้อกล่าวหา อภิปรายไม่ไว้วางใจ คิดว่าเป็นไปไม่ได้

“ในขั้นตอนนี้ผมเสนอ หากรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ไม่ทำ ขอเสนอผ่านสื่อไปยังประธานสภาฯ ให้ทำหนังสือกลับไปที่ ครม.ว่าวิป 3 ฝ่ายได้หารือกันแล้วแต่ไม่ได้ข้อสรุป ตามช่วงเวลา 27-29 ต.ค.ที่ ครม.เสนอมา และขอให้ ครม.เสนอช่วงเวลาใหม่ตอบกลับมาภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งในสมัยประชุมนี้ ครม.ยังมีเวลาเหลือ 2 เดือน คิดว่าเป็นข้อเสนอและเป็นการดำเนินการขั้นต่ำที่ประธานสภาฯ สามารถทำได้ตามหน้าที่ของตนเอง เพื่อหาทางออกให้กับเรื่องดังกล่าว” ปธ.วิปฝ่ายค้านระบุ

พอถามว่า หากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ รัฐบาลสามารถเคาะวันและเวลาได้หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นอำนาจของประธาน แต่คิดว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญก็เขียนชัดว่าประธานต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นเรื่องไปแล้ว ตนก็พยายามสอบถามว่าทางประธานสภาฯ จะมีการนัดประชุมทุกฝ่ายเมื่อไหร่ เพราะจากที่เห็นในอดีต เมื่อมีการยื่นญัตติแล้วอาจมีการคุยนอกรอบอย่างไม่เป็นทางการ แต่ท้ายที่สุดประธานสภาฯ ก็ต้องนัดทุกฝ่ายมาคุยกันเป็นทางการ ซึ่งกว่าจะได้ข้อสรุปก็ต้องประชุม 2-3 ครั้ง จึงจะมีการแจ้งไปที่ ครม. เพื่อให้รับรู้และมีคำยืนยันกลับมาเป็นทางการ

ซัดฝ่ายค้านไม่หาจุดกลาง

ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เบื้องต้นค่อนข้างผิดหวังกับการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลจริงๆ หากเอาประโยชน์ของสภา ประโยชน์ของการที่ตั้งใจจะพิจารณาเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่างฝ่ายต่างควรที่จะหาวิธีการที่จะเจอกันตรงกลาง เพื่อเดินหน้าไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป้าหมายการประชุมวันนี้ตั้งใจหาทางออกทั้งฝ่ายค้านและรัฐมนตรี ซึ่งพูดคุยกันยังไม่ทันจบดี ฝ่ายค้านก็วอล์กเอาต์ เพราะไม่ได้ตามที่เขาเรียกร้องต้องการ 5 วัน

“ทาง ครม.ได้ตอบกลับมาที่สภาแล้วว่าวันที่รัฐมนตรีสามารถมาตอบได้คือวันที่ 27-29 ต.ค.  ซึ่งจากการพูดคุยกัน ฝ่ายค้านระบุว่าน้อยไป ประธานในที่ประชุมได้ให้นายภราดรกลับไปคุยกับ ครม.มาใหม่ ก็ได้คำตอบกลับมาว่า ครม.จะเพิ่มเวลาให้อีก 1 วัน เป็น 4 วัน รวมกับวันลงมติจะเป็น 5 วัน ดังนั้นตามกรอบที่เราวางไว้ จะเริ่มอภิปรายตั้งแต่วันที่ 26-29 ต.ค. และลงมติในวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งก็เป็นการขยายเวลาให้ฝ่ายค้านแล้ว หากถอยกันคนละนิดคนละหน่อยก็คงจะไปกันได้ แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายค้านอีก บอกถ้าจะเป็น 4 วันก็จะไม่อภิปรายในสัปดาห์หน้า ขอเป็นวันอื่นในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งทางรัฐบาลและ ครม.ก็ไปทำการบ้านมาแล้วว่ามีช่วงเวลาไหนหรือไม่ การอภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 ท่านจะอยู่พร้อมกันเป็นระยะเวลา 5 วัน โดยที่ให้ลงมติ ไม่ไปไหน คิดว่าเป็นเรื่องยาก เชื่อว่าฝ่ายค้านก็ทราบดีว่าเป็นเรื่องยาก ดังนั้นไม่สามารถหาเวลาในช่วงที่เหมาะสมได้” นายกรวีร์กล่าว

ปธ.วิปรัฐบาลกล่าวว่า หากเราเจอกันตรงกลาง เอาประโยชน์สภาเป็นที่ตั้ง ควรจะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะสมเหตุสมผลทุกอย่างแล้ว ตนขอสรุปตัวเลข หากเราอภิปรายตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 ต.ค. ถึงวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. จะได้เวลารวม 63 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่ฝ่ายค้านจะได้กรอบเวลาที่ 45-48 ชั่วโมง ขณะที่รัฐมนตรีจะใช้เวลาที่ท่านเหลือแล้ว

 “ย้อนสถิติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ปี 2563 ฝ่ายค้านอ้างว่าได้เวลามากกว่า วันนั้นจำนวน 3 วันครึ่ง ฝ่ายค้านใช้เวลา 33 ชั่วโมง ปี 2564 ฝ่ายค้านได้เวลา 4 วัน ใช้เวลาจริง 38 ชั่วโมง 52 นาที ส่วนในปี 2564 ครั้งที่ 2 ใช้เวลาทั้งหมด 4 วัน อภิปราย 37 ชั่วโมง 4 นาที และครั้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ฝ่ายค้านใช้เวลา 4 วัน อภิปราย 43 ชั่วโมง 40 นาที ขณะที่เราให้ถึง 45-48 ชั่วโมงมากกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมาตั้งแต่มีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญกติกาใหม่ ถามจริงๆ ว่าเราใจแคบตรงไหน” ปธ.วิปรัฐบาลระบุ

ถามว่า หากไม่ได้อภิปรายสัปดาห์หน้า แสดงว่าจะไม่ได้อภิปรายแล้วใช่หรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ฝ่ายค้านเป็นคนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา ดังนั้นหากตนเป็นคนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็แสดงว่าต้องเป็นคนที่พร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่วันนี้แล้ว กรอบเวลามีแบบนี้ เงื่อนไขเวลามีแบบนี้ ต้องถามฝ่ายค้านว่าพร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้แล้วหรือยัง

“เราพยายามหาช่วงเวลาในเดือน พ.ย. ส่วนเดือน ธ.ค.ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีงานพระราชพิธี  นายกฯ และรัฐมนตรีมีภารกิจแน่นมาก ส่วนช่วงเดือน พ.ย. ครม.ได้มีการพูดคุยกันหลายรอบ แต่จะหาเวลาที่ติดกัน 4-5 วันไม่ได้จริงๆ” นายกรวีร์ระบุ

ซักว่าวิป 3 ฝ่ายจะหารือกันครั้งที่ 3 หรือไม่ ปธ.วิปรัฐบาลกล่าวว่า ในครั้งที่ 3 รัฐบาลถอยจนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว เราไม่มีเวลาให้ได้มากกว่านี้แล้ว เพราะหากจะอภิปราย 5 วัน และลงมติในวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. นายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ ดังนั้นหากจะเจรจากันอีก คงต้องถามฝ่ายค้านแล้ว ไม่ใช่พวกตน ยืนยันว่าหากเลือกกรอบอื่นหรือเวลาอื่นเราทำเต็มที่แล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เส้นเงินShuffle100ล.โยงการเมือง

กมธ.กฎหมายฯ เดือด! โต้กันวุ่น เชิญ  "ศิริโชค" ให้ข้อมูลครองหุ้นเว็บไซต์พนันออนไลน์  "สามีสุชาดา" ด้าน "สส.ภูมิใจไทย"

'อรรถกร' ยัน 'กล้าธรรม' ไม่เคยปิดประตูร่วมรัฐบาล

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมอวยพรวันเกิด สส.เชียงใหม่พรรคกล้าธรรมเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) ว่า ตนอยู่ในห้องด้วยแต่ไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี

'อนุทิน' ถก สมช. แก้ชายแดนใต้ สั่งหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน

นายกฯอนุทิน เอาจริงแก้ปัญหาชายแดนใต้ สั่งทุกหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน บูรณาการทำงานเป็นเอกภาพ ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน เดินหน้าพูดคุยสันติสุข ไม่ยอมรับความรุนแรง