ขู่ฟ้องศาล!ปมนํ้าท่วม

“อธิบดี ปภ.” โต้รีด กทม. 200 ล้านเยียวยาน้ำท่วม แจงวิธีปฏิบัติปกติตามหลักสำนักงบฯ  เหตุเป็นท้องถิ่นฐานะการคลังดีสุดในประเทศ "ปชป." เตรียมฟ้องศาลปกครอง เอาผิด "กทม.-ปภ.-หน่วยงานเกี่ยวข้อง" บกพร่องจนเกิดมหาอุทกภัย "สทนช." ประกาศพื้นที่ 14 จ.ใต้เสี่ยงท่วมฉับพลัน "ภูเก็ต-สตูล" อ่วมฝนถล่มไม่หยุด ปักธงเหลืองยกระดับเตือนภัย

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ชี้แจงถึงกรณีนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน   ระบุการจ่ายเงินเยียวยาในพื้นที่กรุงเทพฯ   ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดนบีบให้สมทบเงินน้ำท่วมสูงถึง 200 ล้านว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณของรัฐบาล ของกรม หรือกระทรวงใด รวมไปถึง กทม. องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือเทศบาลใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่เกิดขึ้นที่ใด จะเป็นการเตรียมแผนเผชิญเหตุตามปกติ  และหากมีความเสียหายในระดับที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ กทม.ทำไหว จะใช้งบฉุกเฉินของเขา แต่ครั้งนี้เป็นอุทกภัยขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว้างมาก รัฐบาลจึงให้การช่วยเหลือและดูแลอย่างเต็มที่ทั่วประเทศ ซึ่งรวมทั้ง กทม.ด้วย

นายนิรัตน์กล่าวว่า ได้มีการจ่ายเงินที่เรียกว่าเงินฉุกเฉินที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณออกไปจำนวนมาก โดยรัฐบาลได้เพิ่มเงินเยียวยาครัวเรือน 5,000 บาทและ 9,000 บาทให้ ซึ่งก่อนที่จะสิ้นปีงบประมาณ นายกรัฐมนตรีได้เชิญสำนักงบประมาณทุกหน่วย รวมถึงท้องถิ่น และผู้ว่าราชการ กทม.มาเอง มีการตกลงกันว่าในส่วนของ กทม. มีประมาณ 3 แสนครัวเรือน ณ วันนั้น ซึ่งมีจำนวนมากกว่าจังหวัดอื่นๆ นายกฯ จึงชวน กทม. ต้องช่วยกันออก ซึ่งเป็นไปตามหลักงบประมาณ ซึ่งหนังสือของสำนักงบประมาณแจ้งอย่างชัดเจน ว่าการให้เงินช่วยเหลือท้องถิ่นที่มีศักยภาพ หรือมีฐานะทางการคลังดี จะต้องใช้เงินของท้องถิ่นนั้นก่อน ซึ่ง กทม.ถือเป็นท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  และมีฐานะทางการคลังดีที่สุด มีงบประมาณเกือบแสนล้านต่อปี จึงต้องช่วย และรัฐบาลจะเติมเข้าไป  นี่ถือเป็นหลักปฏิบัติปกติ ซึ่งตามต่างจังหวัด เทศบาลหรือ อบต.ทำกันอยู่ เพียงแต่ในพื้นที่ กทม.เราไม่เคยประสบภัยใหญ่มา 15 ปี ย้อนไปปี 2554

"200 ล้าน ไม่ใช่ว่าบีบเอามา แต่เป็นเรื่องที่ กทม.เขาพิจารณาเอาให้มาก่อนก้อนแรก ไม่มีการบีบกันใดๆ ทั้งสิ้น อย่าไปคิดว่า กทม.จะถูกใครบีบง่ายๆ เป็นไปไม่ได้ เรามีแต่การทำงานแบบให้เกียรติกันและกัน ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็เป็นแบบนี้  ตามความห่วงใยของท่านนายกฯ จ่ายเร็ววันต่อวัน  เงินก้อนแรกใช้หมด มีความจำเป็นก็ไปขอมาใหม่  วันนี้ขึ้นปีงบประมาณ 2570 แล้ว กรุงเทพมหานครมีเวลาตั้งหลัก เพื่อนำเงินตัวเองออกมาช่วยกับรัฐบาล ช่วยเหลือประชาชน ยืนยันว่าไม่แปลกอะไร  กทม.โอนเข้ามาปุ๊บ ปภ.ก็จ่ายออกไป" อธิบดี ปภ.ระบุ

ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ  โดยพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อเอาผิดหน่วยงานรัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ จนก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เนื่องจากไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติหรือฝนตกหนักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการบริหารจัดการที่บกพร่องและไม่มีประสิทธิภาพของภาครัฐ ทั้งเรื่องการไม่พร่องน้ำล่วงหน้าอย่างเต็มขีดความสามารถ การปล่อยให้เครื่องสูบน้ำชำรุด การแจ้งเตือนภัยล่าช้า ปัญหาผังเมือง ตลอดจนกรณีคลองคู้บอนที่หายไป ซึ่งรองผู้ว่าฯ กทม.ยอมรับเองว่าไม่ได้มีการแจ้งเตือนประชาชนอย่างจริงจัง นอกจากนี้มาตรการเยียวยาของภาครัฐไม่มีความสอดคล้องกับความเป็นจริง ประชาชนต้องเผชิญความเสียหายหลักแสนบาท แต่กลับได้รับเงินเยียวยาจากรัฐเพียงเศษเงินหลักพันบาท

"มอบหมายให้ทีมกฎหมายของพรรค เร่งจัดทำคำฟ้องเพื่อยื่นต่อศาลปกครอง เอาผิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ในข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบีบให้หน่วยงานรัฐเข้ามาชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยาประชาชนอย่างเป็นธรรมและสมเหตุสมผล พร้อมทั้งสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องความยุติธรรมจากรัฐได้ในอนาคต" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุ

วันเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 12/2569 ระบุว่า มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 26-29 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคใต้ ดังนี้ 1.จังหวัดชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ และหลังสวน) 2.จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง กระบุรี กะเปอร์ และสุขสำราญ) 3.จังหวัดพังงา (อำเภอเกาะยาว กะปง คุระบุรี ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ทับปุด ท้ายเหมือง และเมืองพังงา) 4.จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้) 5.จังหวัดกระบี่ (อำเภอเกาะลันตา คลองท่อม เขาพนม เมืองกระบี่ เหนือคลอง อ่าวลึก ปลายพระยา และลำทับ) 6.จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอกาญจนดิษฐ์ เกาะพะงัน เกาะสมุย เคียนซา ไชยา ชัยบุรี ดอนสัก ท่าฉาง ท่าชนะ บ้านตาขุน บ้านนาเดิม บ้านนาสาร พนม พระแสง พุนพิน เมืองสุราษฎร์ธานี วิภาวดี เวียงสระ และคีรีรัฐนิคม) 7.จังหวัดนครศรีธรรมราช (อำเภอขนอม จุฬาภรณ์ ฉวาง เฉลิมพระเกียรติ ชะอวด ช้างกลาง เชียรใหญ่ ท่าศาลา ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ถ้ำพรรณรา นบพิตำ นาบอน บางขัน พรหมคีรี พระพรหม พิปูน ร่อนพิบูลย์ เมืองนครศรีธรรมราช ลานสกา สิชล และหัวไทร)

8.จังหวัดตรัง (อำเภอกันตัง นาโยง ปะเหลียน เมืองตรัง ย่านตาขาว รัษฎา วังวิเศษ สิเกา ห้วยยอด และหาดสำราญ) 9.จังหวัดสตูล (อำเภอควนกาหลง ควนโดน ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง เมืองสตูล และละงู) 10.จังหวัดพัทลุง (อำเภอกงหรา ควนขนุน ตะโหมด ปากพะยูน ป่าบอน ป่าพะยอม เมืองพัทลุง ศรีนครินทร์ และศรีบรรพต) 11.จังหวัดสงขลา (อำเภอกระแสสินธุ์ จะนะ นาทวี นาหม่อม บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา สะบ้าย้อย คลองหอยโข่ง ควนเนียง และหาดใหญ่) 12.จังหวัดยะลา (อำเภอกาบัง กรงปินัง ธารโต บันนังสตา เบตง เมืองยะลา ยะหา และรามัน) 13.จังหวัดปัตตานี (อำเภอกะพ้อ โคกโพธิ์ ทุ่งยางแดง ปะนาเระ มายอ ไม้แก่น เมืองปัตตานี ยะรัง ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก และแม่ลาน) และ14.จังหวัดนราธิวาส (อำเภอเจาะไอร้อง ตากใบ บาเจาะ เมืองนราธิวาส ระแงะ รือเสาะ แว้ง ศรีสาคร สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี สุคิริน และจะแนะ)

  ที่ จ.สงขลา โครงการชลประทานสงขลาได้ดำเนินงานตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน กำหนดจุดเสี่ยงเฝ้าระวัง 22 จุด และเตรียมเครื่องจักรกลและเครื่องมือ 488 หน่วย ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำ 42 เครื่อง, เครื่องผลักดันน้ำ 3 เครื่อง และสถานีสูบน้ำไฟฟ้า 9 แห่ง พร้อมระบุว่า การดำเนินโครงการขุดลอกคลองสายสำคัญ ได้แก่ คลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100%  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่

ทั้งนี้ ได้กำหนดพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แบ่งภารกิจการกำกับดูแลออกเป็น 4 เขต เขตเศรษฐกิจ, เขตสังคม, เขตกิจการพิเศษ และเขตความมั่นคง เพื่อกระจายความรับผิดชอบให้ชัดเจนและลดความซ้ำซ้อน ในส่วนของพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ ได้แบ่ง 4 โซนปฏิบัติการ เตรียมศูนย์พักพิง 12 แห่ง ที่จอดรถสำรองมากกว่า 10 จุด และมีจุดจอดรถสำรอง 4 แห่ง

ส่วน จ.ภูเก็ต เวลาประมาณ 12.00 น. เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายในจุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งในอำเภอเมืองฯ อำเภอถลาง และอำเภอกะทู้ กระทบต่อการสัญจรของประชาชนในพื้นที่

ที่ จ.สตูล มีฝนตกหนักครอบคลุมทั้งจังหวัดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ 24 ต.ค. จนถึงขณะนี้ฝนยังตกลงมาไม่หยุด มวลน้ำสะสมส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดระดับน้ำเริ่มไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่แปลงเกษตรของชาวบ้านแล้ว ล่าสุดในอำเภอเมืองฯ และอำเภอควนโดน ได้ยก "ธงเหลือง" เพิ่มระดับเตือนภัยให้ประชาชนเก็บข้าวของขึ้นที่สูงและนำสัตว์เลี้ยงไว้ในที่ปลอดภัย ทั้งนี้้ นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าฯ สตูล ลงพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยงน้ำท่วมด้วยตนเองเพื่อประเมินสถานการณ์จริงอย่างใกล้ชิด พร้อมออกคำสั่งด่วนให้ทุกอำเภอเตรียมเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ กำลังพลเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง และการจัดตั้งจุดอพยพรองรับประชาชนหากสถานการณ์ลุกลาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

WHOจี้‘อนุทิน’ คงสถานะสสส. มหิดลร่วมหนุน

WHO ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ  อนุทิน หนุนรัฐบาลไทยคงเสถียรภาพการเงินการคลังของกองทุน สสส. แนะคงภาษีเหล้า-บุหรี่   อธิการบดีมหิดลเห็นพ้อง แนะรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีฟังเสียงประชาชน    

นายกฯชูจุดขายนักลงทุน ‘ปชช.’ยี้สวัสดิการยุคหนู!

“อนุทิน” ย้ำชัดไทยไม่ใช่ปลายทางแรงงานราคาถูก แต่มีจุดขายทั้งความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน-ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงตลาดอาเซียน 700 ล้านคน

ซัดรบ.เงื่อนไขเยอะ สาทิตย์ชี้สาหัสกว่าสมัยแม้ว/26ต.ค.ฝ่ายค้านถกวันซักฟอก

"ธนกร" แจงรัฐบาลพร้อมเปิดให้ซักฟอกเต็มที่ในกรอบวันเวลาที่เหมาะสม แต่ฝ่ายค้านยื้อจะเอา 5 วันให้ได้ "สาทิตย์" โวย 31 ปีในสภาไม่เคยเจอ รัฐบาลเงื่อนไขเยอะ

‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน

“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง

ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’

"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ