
"บิ๊กตู่" ไม่ขวางทะลุแก๊ส แต่ขีดเส้นป่วนภายใต้กฎหมาย เตือนให้คิดมีคดีคือหมดอนาคต บอกเห็นใจ จนท.เสี่ยงภัยรายวัน ลั่นหากใช้กำลังก่อน ตร.มีสิทธิ์ป้องกันตัว "อีโอดี" ผงะสมรภูมิดินแดงระเบิดปิงปองเกลื่อนเกือบ 20 ลูก
เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวขับไล่กลับมาอีกครั้ง มีความกังวลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่ว่าเขาทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ วันนี้ทุกคนก็ต้องการประชาธิปไตยและรัฐบาลเองก็ไม่ได้ขัดขวาง โดยให้มีการขออนุมัติ ขออนุญาต และไม่ให้ใช้ความรุนแรง แล้วทำไมสื่อมวลชนไม่เสนอข่าวทางนั้นบ้าง
"วันนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความเสี่ยงภัยอยู่ทุกวัน ซึ่งถ้าไม่ใช้ความรุนแรงก็คงไม่ต้องปฏิบัติการอะไร เจ้าหน้าที่เขาห้ามไปตรงไหนก็ห้ามไป แต่ถ้าไปเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการเท่านั้น แต่ถ้าหากถูกใช้กำลังก่อน เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ์ในการที่จะบังคับใช้กฎหมายในการป้องกันตัว" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ก็ขอเตือนน้องๆ หลานๆ ลูกๆ ก็แล้วกัน ตนก็มองในแง่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงออก เพียงแต่ขอว่าให้คำนึงถึงกฎหมายด้วยก็แล้วกัน ไม่อยากให้มีคดีความ ในวันข้างหน้ามันเสียอนาคตด้วย เรื่องนี้ไม่ได้ขู่ เพราะนี่คือกฎหมาย ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย และวันนี้ตนคิดว่าเป็นเวลาที่เราต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา เรื่องอื่นๆ เอาไว้ก่อนได้ไหม
วันเดียวกัน พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.รัฐชัย ศรีวิชัย ผกก สน.ดินแดง นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองกำกับสุนัขตำรวจ K9 และเจ้าหน้าที่กองกำกับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 และ สน.ดินแดง ร่วมกันปล่อยแถวตรวจค้นหาวัตถุต้องสงสัยบริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ซึ่งตลอด 2 วันที่ผ่านมา (11-12 มิ.ย.) กลุ่มมวลชนรวมตัวจัดกิจกรรมทางการเมือง และมีการก่อเหตุจุดประทัดโยนใส่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเดินปูพรมตรวจค้นตั้งแต่แฟลตดินแดงจนถึงคอนโดฯ รัดเกล้าและใต้ทางด่วนดินแดง
จากการตรวจค้นพบระเบิดปิงปองพร้อมใช้งานเกือบ 20 ลูก, ประทัด, ลูกแก้ว และอุปกรณ์ไฟแช็กจำนวนหนึ่ง ที่ผู้ชุมนุมเก็บไว้ใช้สำหรับก่อเหตุความรุนแรง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานของกลางในคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกันจากกรณีเพจ "อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 2" ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน บริเวณอุโมงค์บางบัว ใกล้เคียงกับราบ 11 เส้นทางมุ่งหน้าถนนลาดปลาเค้า และมีการขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดจำนวน 2 ครั้ง โดยในคลิปดังกล่าวมีการแปะสติกเกอร์ใช้คำว่า "ลองหน่อย 100" ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่มาจากสตอรีของ Facebook ชื่อ "ความตายไม่เคยเตือนใคร" สำหรับจุดเกิดเหตุดังกล่าวพบเป็นถนนเลียบค่ายทหารราบ 11 ใกล้เคียงกับวัดบางบัว ทั้งนี้ไม่หลงเหลือร่องรอยเศษวัตถุระเบิดแล้ว
วันเดียวกัน ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ได้คุมตัวนายไพรัช ประพันธ์ อายุ 21 ปี พนักงานร้านสุกี้มาสอบสวนที่ สน.บางเขน หลังสืบทราบว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว โดยเป็นคนขับรถขี่จักรยานยนต์คันที่ 2 และเป็นคนปาระเบิดปิงปองตามที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในห้องเช่าซอยลาดปลาเค้า 45
เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นกลางดึกของวันที่ 10 มิถุนายน โดยร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน ที่ทำลงไปด้วยความคึกคะนอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำ และติดตามตัวเยาวชนที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบว่าการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สผิดกฎหมายการชุมนุมหรือไม่ และให้ตรวจสอบว่ามีต่างด้าวเข้าร่วมการชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวาย หรือมีพรรคการเมืองใดให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
นายสนธิญากล่าวอีกว่า การชุมนุมสามารถกระทำได้บนสิทธิและเสรีภาพ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น การชุมนุมที่มีทั้งระเบิด พลุ ประทัด เป็นการก่อจลาจล อั้งยี่ ซ่องโจร และต้องการเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าคนเหล่านั้นมีแรงงานเมียนมาอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะข้อมูลที่ได้รับมามีแรงงานต่างด้าวเข้าร่วมชุมนุมด้วย
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะพยายามใช้มาตรการเท่าที่จำเป็น เดินตามกรอบของกฎหมาย อะไรที่หลีกเลี่ยงได้ที่จะไม่ใช้กำลังเราก็จะไม่ใช้ เว้นแต่ว่าจำเป็นจริงๆ ขอให้แยกแยะเรื่องสิทธิการชุมนุมกับเรื่องการก่อเหตุมันคนละเรื่อง ตำรวจไม่เคยห้ามสิทธิในการชุมนุมตามกฎหมาย แต่ที่เราจับอยู่ทุกวันเป็นการก่อเหตุความวุ่นวาย
สำหรับบรรยากาศการเคลื่อนไหวชุมนุมวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 16.30 น. แก๊งทะลุแก๊สนัดรวมพลที่สามเหลี่ยมดินแดง เพื่อไปกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพต้องลาออก 2.รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบ
อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงเวลานัดหมายของมวลชน ที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงและบริเวณโดยรอบ อาทิ บริเวณพหลโยธินซอย 2 บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง บริเวณแยกราชปรารภ บริเวณแยกประชาสงเคราะห์ (หรือแยกโบสถ์แม่พระ) และบริเวณถนนดินแดง ทางเข้า กทม. 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ โดยวางกำลังไว้ตามจุดต่างๆ อย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้มวลชนเข้ามาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่สัญจรไปมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฤกษ์ดี! 'อนุทิน' ควง 'จ๋า ธนนนท์' จดทะเบียนสมรส
'อนุทิน' ไม่รอวันวาเลนไทน์ ควง ’จ๋า ธนนนท์‘ จดทะเบียนสมรส ที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยาน
ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา แพ้นับใหม่
เปิดเบื้องลึก! 'ภท.' ชิงเปิดตัว 'พรรคเล็ก' ร่วมรัฐบาล
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ภูมิใจไทย ชิงเปิดตัวพรรคเล็ก" โดยระบุว่า
สดุดีผอ.ศศิพัชร ปูนบำเหน็จ7ขั้น ศธ.เข้มงวดรปภ.
"สมเด็จพระสังฆราช" ทรงสดุดี "ผอ.ศศิพัชร" กล้าหาญเสียสละ ประทานปัจจัย-ผ้าไตร-ไม้จันทน์ "ศธ." ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น
มั่นใจโอกาสทองของไทย ต่างชาติเชื่อเสถียรภาพรบ.
"อนุทิน” มั่นใจเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพหลังเห็นผลเลือกตั้ง
ไฟเขียวเสริมรั้วชายแดน ทภ.1เตือนทหารเขมรป่วน
"อนุทิน" ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธเพิ่มความแข็งแกร่ง

