นายกฯอุบไต๋แก้นํ้ามัน! สอท.ชงวาระแห่งชาติ

“บิ๊กตู่” ไม่ตอบเรื่องถกทีมเศรษฐกิจวิกฤตพลังงานและของแพง “พท.-สอท.-ทสท.” ประสานเสียงจี้รัฐบาลเร่งแก้ไข สนธิรัตน์แนะเร่งเป็นวาระแห่งชาติ เชื่อปัญหาอาจลากยาวถึงต้นปีหน้า

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมภริยาเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ณ พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดย พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการแก้ปัญหาพลังงานและสินค้าราคาแพง ภายหลังหารือร่วมกับทีมเศรษฐกิจเมื่อวันศุกร์ที่  24 มิ.ย.

ขณะที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภคปลายทางล้วนพาเหรดขึ้นราคา นับตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน เพราะรัฐบาลไปไม่เป็น โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งทำทันทีคือ ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ตรงจุด  และที่สำคัญต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาทต่อลิตร

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวว่า ขอเสนอให้นำเรื่องราคาน้ำมันเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ กระทบต่อต้นทุนการดำเนินชีวิตของประชาชน  กระทบต่อสภาวการณ์ต่างๆ ของทุกภาคส่วนอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังไม่เห็นแนวโน้มที่วิกฤตนี้จะถูกแก้ไขได้โดยเร็วและโดยง่าย

“มาตรการ 7-8 มาตรการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนเป็นแค่การพยุงสถานการณ์ ต้องยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ และต้องตั้งสมมุติฐานว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อไปถึงสิ้นปีนี้ถึงต้นปีหน้า” นายสนธิรัตน์กล่าว

นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค สอท.กล่าวว่า  มาตรการที่รัฐบาลออกมายังไม่เป็นรูปธรรม โดยควรยกเรื่องนี้ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ ดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรงๆ จะแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ส่วนนายสุพันธุ์ มงคลสุธี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลควรส่งเสริมให้เกิดโซลาร์เซลล์ตามบ้านเรือน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของพลังงานได้ในระยะยาว หากมีไฟฟ้าเหลือยังสามารถนำไปขายต่อให้ภาครัฐได้  เพื่อให้กลับคืนเป็นรายได้เข้าสู่ภาคครัวเรือนด้วย

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอประชาชนอย่าเชื่อข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ขอยืนยันว่าธนาคารโลกไม่ได้ประเมินระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งถือเป็นการปล่อยข่าวเท็จและบิดเบือน เพื่อหวังดิสเครดิตลดความน่าเชื่อถือรัฐบาล

นายธนกรยังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องเตรียมความพร้อมที่จะเติบโตด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทั้งเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับอุตสาหกรรม การค้า การลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการลดปริมาณคาร์บอน เพื่อให้เป็นไปตามที่ไทยได้ประกาศกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการประชุมสุดยอดผู้นำเวทีโลก COP26

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความยินดี หลังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนเปิดให้สายการบินสัญชาติไทยสามารถบินระหว่างไทยและจีนได้แล้วเบื้องต้น  2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ถือเป็นสัญญาณดีของการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน