โยน‘ซูเปอร์บอร์ดกัญชา’ สางปมช่วง‘สุญญากาศ’

“วิษณุ" โยน "คกก.ซูเปอร์บอร์ดกัญชา" สางปมกัญชาเสรีช่วงสุญญากาศ แย้ม กม.กัญชากัญชงคาดเสร็จปลาย ก.ค.หรือต้น ส.ค. “ส.ว.สมชาย” แนะนายกฯ เร่งออกมาตรการชั่วคราว ลั่นหาก กมธ.กัญชาฯ ออก กม.ไม่ชัดเจน ส.ว.ไม่ให้ผ่าน “ทิชา” นำเยาวชนร้อง กมธ.เร่งแก้ด้านมืดกัญชา “ตำรวจ” รับยังไม่มีอำนาจจับกุม ทำได้แค่ขอความร่วมมือไปก่อน

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการออกกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ..… ว่า เห็นนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ.…. ระบุจะเสร็จประมาณปลายเดือน ก.ค. หรือต้นเดือน ส.ค. คงเสร็จจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหากระหว่างที่กฎหมายยังไม่เสร็จ มีการซื้อขายกันแบบโจ๋งครึ่ม เราก็ไล่จับไปเรื่อย

นายวิษณุยอมรับว่า การบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้ตำรวจก็งง อย่าว่าแต่ตำรวจเลย ตนก็งง เพราะไม่รู้ว่าจะถูกหรือผิดขนาดไหนอย่างไร เราถึงได้ตั้งคณะกรรมการซูเปอร์บอร์ดใหญ่ในประเทศ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้จะต้องเป็นคนตอบว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรได้หรือไม่ได้ ในคณะกรรมการชุดนี้จะมีระบุไว้หมด ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หมอ ซึ่ง นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็อยู่ในนั้น รวมถึงแพทยสภา

ถามว่า หลายคนก็ยังห่วงกับสุญญากาศตรงนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ถ้าห่วงก็อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีที่สุด อย่าไปเสพ อย่าไปสูบ อย่าไปเด็ด อย่าไปดม อย่าไปดอม ที่ยุ่งๆ อยู่คือประเภทกล้าๆกลัวๆ อยากลอง 

ส่วนนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงคลิปภาพกลุ่มคนนั่งเสพกัญชาและสาธิตวิธีการใช้บ้องกัญชาริมถนนย่านสีลมว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมาหลายเรื่อง ภาพที่เกิดขึ้นเป็นภาพมาจากการปลดล็อกโดยไม่มีกฎหมายควบคุม เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นบริเวณถนนข้าวสาร ทั้งหมดตำรวจเองไม่มีอำนาจจะมาควบคุมได้ ทำได้เพียงแค่ใช้ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดแบบเดียวกับที่ใช้กับกลุ่มหาบเร่แผงลอยและกฎหมายควบคุมควัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องตลกมากของประเทศไทย

นายสมชายกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเสรีกัญชาที่ไร้ขอบเขตที่สุดในโลก เหตุใดไม่มีการควบคุมกัญชาบางส่วนเหมือนกาวและทินเนอร์ ที่แม้จะไม่ใช้ยาเสพติด แต่เมื่อนำไปใช้เสพจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ดังนั้น ช่อดอกกัญชา ซึ่งมีปริมาณสาร  THC 5-20% จึงไม่ควรอยู่ประเภทเดียวกับใบ

 “ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งออกมาตรการควบคุมในระหว่างยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ เช่น การออกประกาศของกระทรวงสาธารณสุขให้มีโทษบังคับชัดเจน หรือออกประกาศกำหนดให้ช่อดอกของกัญชา เป็นส่วนที่เป็นวัตถุการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เพื่อควบคุมการใช้ช่อดอก หรือออก พ.ร.ก.ควบคุมไปพลางก่อน โดยใช้เนื้อหาบางมาตราที่กำลังพิจารณาอยู่” นายสมชายกล่าว

ส.ว.รายนี้ระบุว่า ร่างกฎหมายกัญชา กัญชงที่กำลังพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ ของสภาผู้แทนราษฎร หากยังร่างกฎหมายอยู่ภายใต้หลักเสรีแบบนี้ โดยไม่กำหนดประเภทการใช้งานที่ชัดเจน รวมถึงบทกำหนดโทษ เมื่อร่างกฎหมายมาถึงชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา วุฒิสภาอาจมีการเสนอให้มีการแก้ไขใหม่ ทำให้เวลาที่ล่าช้ามากกว่าเดิม และอาจไม่ทันระยะเวลาของสภาชุดนี้

"ถ้ายังไปด้วยหลักเสรีแบบนี้ โดยไม่มีขอบเขต ไม่ดูแลสังคม ส.ว. ก็จำเป็นจะต้องทำหน้าที่ในฐานะสภากลั่นกรอง ถ้ามีการปรับแก้ร่างก็จะเสียเวลา แล้วหากไม่เห็นด้วยกับการปรับร่างก็ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมขึ้นมาอีก ยิ่งต้องใช้เวลามาก ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เราไม่รู้สภาจะได้อยู่ถึงหรือเปล่า" นายสมชายกล่าว

ที่รัฐสภา นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายลดปัจจัยเด็ก และตัวแทนเยาวชน เข้ายื่นหนังสือต่อนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. … เพื่อยื่นข้อเสนอต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยให้เน้นการใช้กัญชาทางการแพทย์ ไม่เปิดสันทนาการและห้ามขายกัญชาให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งห้ามใช้กัญชาในสถานศึกษา สถานที่ราชการ และศาสนสถานอย่างเด็ดขาด, ห้ามไม่ให้จำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาผ่านเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติโดยเด็ดขาด เพื่อจำกัดการเข้าถึงและครอบคลุมอายุของผู้ซื้อ, ควรห้ามการโฆษณากัญชา กัญชง และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีวิธีการและเนื้อหาเชิญชวนเด็กและเยาวชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

 “เราไม่ได้ต่อต้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้กัญชาโดยทั่วไป เพราะปลดล็อกกัญชาออกจากพืชยาเสพติดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เพียงวันแรกที่ปลดล็อกมีสินค้าหลายชนิดที่มีส่วนผสมของกัญชาวางจำหน่ายทั่วประเทศอย่างเปิดเผยและเสรี ทั้งเครื่องดื่ม ขนม และต้นกัญชา ดังนั้น ในช่วงสุญญากาศของการบังคับใช้กฎหมาย ในอดีตเคยมีหรือไม่ ถ้าไม่เคยมีครั้งนี้ถือเป็นความอัปยศของรัฐสภาไทย ซึ่งมีความห่วงใยจากหลายกลุ่มว่าจะเกิดผลกระทบขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งคนเหล่านี้ตกหลุมดำมาก่อน และเมื่อตกหลุมดำไปแล้วไม่ใช่งานที่ง่ายที่จะเอาพวกเขาขึ้นมา  จึงอยากให้ กมธ.ช่วยคิดด้วยว่าจะทำอย่างไรกับด้านมืดของกัญชา และด้านที่เป็นแสงสว่างของกัญชา เพราะกัญชาถือเป็นดาบ 2 คม ที่คมกริบทั้ง 2 ด้าน ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ต้องไม่ทิ้งพวกเขา” นางทิชากล่าว

ส่วนนายศุภชัยยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้จะต้องออกมาแล้ว ทำให้กัญชาสามารถใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดต่อประเทศไทยและคนไทย และกฎหมายฉบับนี้ต้องสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วนที่มีความกังวล ให้ได้รับความมั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้เพื่อปกป้องประชาชน

 “เชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ดีที่สุดที่ผมเคยทำมาในชีวิต เพราะจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในทางการแพทย์ ปกป้องคนที่ต้องปกป้อง และต่างประเทศเห็นกฎหมายนี้ออกมาแล้วสบายใจ เพราะ กมธ.ทุกคนคิดเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อปกป้องเยาวชน ทุกคนก็ห่วงลูกห่วงหลาน และผมก็ห่วงลูกห่วงหลานเช่นกัน จึงอยากให้ทุกคนร่วมกันเสนอแนะ แต่ขออย่างเดียว อย่ายืนอยู่นิ่งๆ แล้วด่า เพราะสภาแห่งนี้ไม่ได้อัปยศ ส.ส.ทำงานกันทุกวัน” นายศุภชัยกล่าว

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ประชุมตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการนโยบายเรื่องเกี่ยวกับกัญชา

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ตร.ได้พูดคุยกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม รวมถึงสำนักงานอัยการ สรุปได้สั้นๆ ฟังดูแล้วอาจสับสน เอาเป็นว่า ณ วันนี้ตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย จะพิจารณากฎหมายอื่นเพื่อเป็นแนวทางให้ตำรวจควบคุม กำกับดูแลวัตถุประสงค์ เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยปลอดภัยให้กับประชาชน กฎหมายที่เราดูอยู่ เรียนตรงๆว่าไม่ใช่ตำรวจเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น พ.ร.บ.สาธารณสุข เป็นต้น

 “หลักๆ ที่เป็นประเด็นอยู่เราจะพยายามใช้การทำความเข้าใจมากกว่า พิจารณาในหลายๆ เรื่อง การจำหน่ายต้องมีใบอนุญาตต่างหากไหม หรือการแปรรูปจะต้องมีการขอใบอนุญาตต่างหากไหม ฝากเตือนผู้ประกอบการต้องดูด้วย ทางเจ้าหน้าที่กำลังดูกฎหมายพวกนี้อยู่ การแปรรูปก็เป็นความผิด แต่ความชัดเจนจริงๆ ต้องรอกฎหมายที่กำลังจะออกมา ฝากประชาชนคำนึงถึงความสงบสุขเรียบร้อยในภาพรวม การจำหน่ายกัญชามันสุ่มเสี่ยงหลายเรื่อง ไม่ใช่ว่าตำรวจไม่มีอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมาย เพียงแต่ต้องทำให้ชัดเจนในเรื่องข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายโดยไม่มีใบอนุญาต การแปรรูป การฝ่าฝืนประกาศต่างๆ โดยสามัญสำนึกทำไม่ได้อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่พยายามใช้กฎหมายอื่นบังคับแทน แต่ยืนยันว่าถ้ามีการร้องทุกข์ผู้จำหน่ายก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี” ผบ.ตร.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง