ขู่โหวตคว่ำ‘จุติ-สันติ’ กลุ่ม16ลงมติทางเดียวกัน ก.ก.ผวาสปายแวร์ล้วงตับ

ซักฟอกวันที่ 3 ดุเดือด!  “ขจิตร” เรียก “ธรรมนัสน้องรัก” ช่วยยกมือโหวตเอานายกฯ ออก “อมรัตน์” ซัด “ประยุทธ์” หลับตาข้างเดียวเอื้อพวกพ้อง  จวกไร้ยางอายรับทำรัฐประหาร เหน็บเปิดพจนานุกรม "ตู่" หมายถึงทึกทักเอาของคนอื่นเป็นของตัวเอง เจอสวนตู่กับเตี้ยใครทำประโยชน์มากกว่า เปิดวิวาทะปมก้าวล่วงสถาบัน "ประเสริฐ" หา "บิ๊กตู่" ร่วม "อเนก-เสกสกล" ผลาญงบกลาง 2,051 ล้าน "แรมโบ้" ฉุนประกาศฟ้องหมิ่นฯ "ก้าวไกล" ผวา! โดนล้วงตับ แฉ "รัฐบาล" สั่งซื้อสปายแวร์ระดับโลกสอดแนม ปชช. เผย "นักวิชาการ-สิทธิมนุษยชน" ยัน "ช่อ-ปิยบุตร" ตกเป็นเหยื่อ "กลุ่ม 16" ชัดเจนโหวตคว่ำ "จุติ-สันติ" นายกฯล็อบบี้ขอยกมือ 11 รมต.ทางเดียวกัน

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2565 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

โดยช่วงเช้า ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมภริยา ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา พุทธศักราช 2565 ใช้เวลาประมาณ 40 นาที เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สมเด็จพระสังฆราชประทานพรและเตือนสติประชาชนอย่างไรในช่วงนี้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “พระท่านเอาพรมาฝาก”

ถามถึงการดำรงตำแหน่งวาระ 8 ปีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมโบกมือ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำในประเด็นดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า “ฟังพระสวดนะ”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อเข้าร่วมประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า กังวลเสียงโหวตนอกสภาหรือไม่ โดยแค่ส่ายหน้า พอซักว่าภาพรวมความพอใจการชี้แจงของรัฐมนตรีหรือไม่  ก็แค่พยักหน้ารับ

ขณะที่ในการประชุมสภาเริ่มขึ้นเวลา 08.30 น. มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เป็นคิวแรกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงการบริหารของรัฐบาล ทั้งการปล่อยเครื่องบินของเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าไทย สถานการณ์หนี้ต่างๆ ของประเทศ การกู้เงิน ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าน้ำมันที่สูงมากกว่าเดิม

จากนั้น นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้ขอหารือว่า วันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ปรากฏว่าไม่มีรัฐมนตรีแม้แต่คนเดียวมานั่งฟังบนบัลลังก์เลย เช่นเดียวกับนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ก่อนอภิปรายก็ได้เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีมานั่ง โดยนายชวนตอบกลับว่า ก็ไม่ทราบว่าขณะนี้นายกฯ อยู่ที่ใด แต่ตามหลักผู้ถูกอภิปรายไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอด

อย่างไรก็ตาม นายขจิตรได้เข้าสู่เนื้อหาอภิปรายเกี่ยวกับค่าโง่คลองด่าน ระบุรัฐบาลสมัย คสช.ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 4.8 พันล้านบาท เนื่องจากมติครม.ในขณะนั้นให้จ่ายเงินแก่เอกชน ผิดประมวลกฎหมายมาตรา 157 สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อแผ่นดิน จากนั้นเมื่อพล.อ.ประยุทธ์มาดำรงตำแหน่งนายกฯ ในรัฐบาลปัจจุบัน ยังละเว้นไม่ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงหาผู้รับผิดทางแพ่ง

'บิ๊กตู่-อมรัตน์'วิวาทะเดือด

ช่วงท้ายการอภิปราย นายขจิตรได้วิงวอนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้าน ยกมือให้ประยุทธ์ออกไป

"ผมขอกราบผู้แทนฝ่ายรัฐบาล เลิกเถอะ ในพรรคประชาธิปัตย์ได้ข่าวมามี ส.ส. 2-3 ท่านจะไม่ยกมือให้รัฐมนตรีพรรคตัวเอง ท่านธรรมนัสก็ออกมาตั้งพรรคใหม่แล้ว ผู้กองธรรมนัสไอ้น้องรัก  เป็นพี่น้องกัน เพราะเคยอยู่เพื่อไทยด้วยกันมา ยกเถอะ ร่วมมือกับเรา ยกมือให้นายกฯ ออก เสียงพอไม่พอไม่สำคัญ ถ้ายกก่อนเดี๋ยวก็มาเอง" นายขจิตรระบุ

เวลา 10.29 น. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ของกองทัพ ใน 3 ประเด็น 1.จงใจปล่อยปละละเลยให้เกิดเครือข่ายทุจริตในกองทัพ 2.สร้างความเสื่อมเสียแก่พระเกียรติยศในโครงการเทิดพระเกียรติ และ 3.มีจิตสำนึกเผด็จการ สันดานทรราช หลังรัฐประหารยังจงใจบ่อนทำลายระบอบการปกครองและอุดมการณ์ประชาธิปไตย

นางอมรัตน์กล่าวถึงความไม่ชอบในโครงการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 ที่ค่ายภูมิพล จ.ลพบุรี โดยได้กล่าวถึงที่มาของงบประมาณที่สูงราว 60 ล้านบาท รวมทั้งยังพบว่าโครงการสร้างแท่นพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 9 ของกรมยุทธโยธาทหารบก มูลค่า 59.99 ล้านบาท โครงการก่อสร้างบ้านพักรับรอง ผบ.ทร. มูลค่า 65 ล้านบาท มีการให้ผู้รับเหมาเข้าไปก่อสร้างก่อนที่จะประกาศผู้ชนะประมูลและเซ็นสัญญา

“การประกวดราคาในกองทัพบกเป็นเพียงพิธีกรรม เพราะแอบล็อกสเปกไว้ก่อนหน้า มีการจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชาให้นายพลมากน้อยต่างกันตามยศ ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายจนเคยชิน แบบนี้จะให้ตนเรียกว่ากองทัพหรือกองโจร” นางอมรัตน์ระบุ ซึ่งนายชวนได้ตักเตือนว่าอย่าใช้คำว่ากองโจร เพราะต้องมองกองทัพในแง่ดี

นางอมรัตน์อภิปรายว่า เมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงพฤติกรรมชูแขน แอ่นอก ยิ้มร่า รับว่าตัวเองก่อการกบฏเพียงคนเดียว การหัวเราะเรื่องรัฐประหารในสภาแห่งนี้คือการไร้ยางอาย ไม่มีวุฒิภาวะ ทำอะไรไม่ถูกกาลเทศะ ถ้าปล่อย พล.อ.ประยุทธ์ครองอำนาจต่อไป วันหนึ่งตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็จะไม่มีเหลือ

นอกจากนี้ ช่วงหนึ่งนางอมรัตน์ระบุว่า "ก็สมชื่อนะคะท่านประธาน ไปเปิดใน พจนานุกรมแล้ว "ตู่" หมายถึงกล่าวอ้าง หรือทึกทักเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง"

ตอนท้ายนางอมรัตน์ได้ยกกระจกมอบให้นายกฯ และกล่าวว่า “ขอให้นายกฯ ส่องกระจก เวลาชี้หน้าใครว่าก่อความไม่สงบ เที่ยวชี้หน้าใครว่าไม่มีมารยาท ไม่รักชาติ ให้มองที่กระจกบานนี้ และเวลาที่ท่านว่าใครว่าไม่อ่านประวัติศาสตร์ ก็ขอให้มองกระจกบานนี้ ทั้งหมดคือคนในกระจก”

ต่อมาเวลา 11.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า ตนพยายามทำให้ดีที่สุด แต่อาจไม่ดีในสายตาของท่าน ก็ไม่เป็นไร วันนี้ท่านบอกว่าชื่อตนมีความหมายนู่นนี่ ก็ไปคิดเอาว่าตู่กับเตี้ยความหมายเหมือนกันหรือไม่ ก็คงไม่เหมือน ไปดูว่าใครทำประโยชน์มากกว่า ตนเห็นท่านเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ท่านบอกว่าศึกษาประวัติศาสตร์ ก็ขอให้ศึกษาประวัติศาสตร์ส่วนที่ดีไว้บ้าง สิ่งที่ท่านทำหลายๆ อย่างวันนี้ก็ปรากฏแล้วว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการก้าวล่วงสถาบันของชาติ ซึ่งตนรับไม่ได้อยู่แล้ว

ทำให้นางอมรัตน์ลุกขึ้นประท้วงทันที โดยถามนายกฯ ว่า ตนก้าวล่วงสถาบันตรงไหน ข้อหานี้ผิดมีโทษร้ายแรง อยู่ดีๆจะปากพล่อยว่าคนอื่นแบบนี้ได้อย่างไร อย่ามั่วเที่ยวพูดตีขลุม นายกฯ จึงตอบโต้ว่าตนไม่ได้พูดอะไรเกินความเป็นจริงเท่าไหร่ ถ้าดูในคดีต่างๆ ก็มีหลายคดี เตรียมต่อสู้คดีแล้วกัน นางอมรัตน์จึงประท้วงอีกครั้ง โดยขอให้นายกฯ ถอนคำพูด ขณะที่ นายกฯ ยืนยันว่า “ผมไม่ถอนครับ” จากนั้นประธานในที่ประชุมกล่าวว่า ขอให้ฟังประธาน เราอภิปรายเขาก็หนัก จึงไม่มีอะไรต้องถอน ดีที่สุดคือต้องระมัดระวัง

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงการก่อสร้างแท่นประดิษฐานปรับปรุงภูมิทัศน์พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ชี้แจงค่าโง่คดีคลองด่าน ชี้แจงการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ชี้แจงการเพิ่มอัตราค่าไฟในอนาคต ชี้แจงการกู้เงิน พร้อมยืนยันไม่ใช่ไม่ดีทุกเรื่อง ไม่ใช่เลวที่สุด ไม่ใช่แย่ที่สุด ท่านมีความมุ่งหวังอะไรตนก็ไม่ทราบ เวลานี้ควรรวมพลังคนไทยทั้งชาติแก้ปัญหาบ้านเมือง มากกว่ามัวทะเลาะเบาะแว้งกัน ท่านพูดแรง ตนก็อดไม่ได้ แต่ตนก็ให้เกียรติท่านอยู่แล้ว

‘ก.ก.’ผวา!รบ.ซื้อสปายแวร์

เวลา 12.55 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ประเด็นเหมืองทองอัครา ตั้งข้อสงสัยเหตุใดมีการถอนการเครมค่าเสียหาย เท่ากับว่าการทำตามสิ่งที่คิงส์เกตเรียกร้อง เป็นการเอาทรัพย์สมบัติของประเทศไปชดใช้ค่าเสียหายแลกกับการถอนฟ้องใช่หรือไม่

เวลา 14.25 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายกรณีการใช้งบกลางไม่โปร่งใสของนายกฯ คือการเสนองบกลาง 2,051 ล้านบาท เข้า ครม.อนุมัติในวันที่ 20เม.ย.65 โดยใช้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ดำเนินการภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร ไม่สนใจข้อทักท้วงของสำนักงบประมาณ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องทุจริต 4 กลุ่มคือ 1.พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ในการอนุมัติงบ 2,051ล้านบาท ในวันเดียวให้ตกอยู่ในมือคนทุจริต มีเงินทอน 1,600 ล้านบาท เกิดขึ้น 2.นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาฯ 3.นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี   ที่เป็นผู้ประสานงานโครงการ มักไปปรากฏตัวในการอบรมโครงการ 4.ผู้บริหารมหาวิทยาลัย 4 คน ทุกอย่างทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ

อย่างไรก็ดี ในประเด็นนี้ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ยืนยันจะมีการฟ้องร้องนายประเสริฐ เพราะได้รับความเสียหาย

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ขณะนี้มีการซื้อสปายแวร์ ซึ่งเป็นโปรแกรมดักฟัง สอดแนมในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่จัดอยู่ในระดับอาวุธสงครามร้ายแรง 3 ชนิด ตั้งแต่ปี 2557-2565 คือสปายแวร์เพกาซัส ที่สังคมไทยให้ความสนใจตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังกลุ่มไอลอว์เปิดเผยว่านักวิชาการ นักกิจกรรม และนักสิทธิมนุษยชน 35 คน ถูกสอดแนมหรือแฮ็กโดยสปายแวร์เพกาซัส พร้อมยกรายงานจาก Citizen Lab ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมในแคนาดาที่เชี่ยวชาญด้านการติดตามการจารกรรมทางไซเบอร์และการใช้สปายแวร์ ระบุว่าพบการใช้เพกาซัสในไทยครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ค.2557 อาทิ Website ชื่อว่า Siamha, thtube และ thainews และมีการใช้งานเพกาซัสอย่างต่อเนื่องมาจนถึงอย่างน้อยในปี 2564 

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการสั่งซื้อสปายแวร์อื่นๆ อีก อาทิ สปายแวร์ชื่อ RCS จากบริษัท Hacking Team ในอิตาลี คู่แข่งของเพกาซัส โดยชื่อหน่วยงานที่ซื้อคือกรมราชทัณฑ์ ซื้อในปี 2556 ในราคา 286,482 ยูโร หรือประมาณ 11.5 ล้านบาท บวกค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีอีก 52,000 ยูโร หรือประมาณ 2 ล้านบาท และกองทัพบกซื้อในปี 2557 ในราคา 360,000 ยูโร หรือประมาณ 14.4  ล้านบาท ที่สำคัญได้ตรวจสอบพบหลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Circles จำนวน 9 รายการ ในระหว่างปี 2558-2563 และพบอีก 10 รายการที่เบิกจ่ายงบซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน แต่ไม่ระบุยี่ห้อ โดยจากรายงานของ Citizen Labs ตรวจพบการใช้งานสปายแวร์ Circles ของ 3 หน่วยงานราชการไทย คือ หน่วยข่าวกรองทหารบก, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.)

กลุ่ม 16 โหวตคว่ำ 'จุติ-สันติ'

นายพิจารณ์กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตการใช้สปายแวร์ระดับโลก ที่สามารถแฮ็กเข้าโทรศัพท์มือถือของประชาชนได้เพียงแค่รู้เบอร์โทรศัพท์ หรือ apple ID และสามารถล้วงข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของเหยื่อได้ รวมถึงเปลี่ยนโทรศัพท์เหยื่อเป็นกล้องและอุปกรณ์ดักฟังตลอด 24 ชั่วโมง หากใช้กับอาชญากรร้ายแรง ป้องกันการก่อการร้าย หรือตามจับพ่อค้ายาเสพติด ก็ไม่เป็นปัญหา คุ้มค่ากับเงินหลักพันล้านที่ใช้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ แต่ปรากฏว่าผู้ที่ถูกแฮ็กหรือถูกสอดแนมกลับกลายเป็นนักวิชาการ อาทิ น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์, รศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ รวมถึงนักการเมืองฝ่ายค้าน เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.พรรคก้าวไกล, และนายปกรณ์ อารีกุล ผู้ช่วยนายรังสิมันต์ โรม ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่ได้เป็นอาชญากรร้ายแรงใดๆ เพียงแต่เป็นผู้ที่เป็นศัตรูของระบอบประยุทธ์เท่านั้น

“ในวันนี้ ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ใช้อาวุธสงครามร้ายแรงอย่างสปายแวร์เพกาซัสกับอริราชศัตรู แต่กลับใช้กับประชาชน อ้างว่าใช้กับอาชญากร แต่แท้จริงตัวท่านนั่นแหละกำลังประพฤติตนเป็นอาชญากรไซเบอร์ หันอาวุธสงครามใส่ประชาชนเสียเอง และขอเตือนประชาชนว่า อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว สปายแวร์นี้สามารถถูกใช้สอดแนมใครก็ได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าเป็นภัยต่อตนเอง ไม่แน่ว่าโทรศัพท์มือถือของพี่น้องประชาชนทุกวันนี้อาจถูกแฮ็กโดยเพกาซัสแล้วก็ได้” ส.ส.ก้าวไกลรายนี้ระบุ

 

 

วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวของส.ส.กลุ่ม 16 ในการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เวลา 16.00 น. ส.ส.กลุ่ม 16 ได้หารือเบื้องต้นหลังฟังคำชี้แจงของ 11รัฐมนตรีครบถ้วนทุกคน โดยจะลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 2 คนแน่นอนคือ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง จะได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด ส่วนนายจุรินทร์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ยังเห็นก้ำกึ่ง รอสรุปอีกครั้งวันที่ 22 ก.ค.

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 ไปพูดคุยที่ห้องรับรองส่วนตัว กำชับให้ลงมติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่กลุ่ม 16 ยืนยันจะไม่โหวตให้นายสันติและนายจุติแน่นอน

นายพิเชษฐกล่าวว่า ขณะนี้เสียงกลุ่ม 16 ค่อนข้างชัดเจนแล้วจะลงมติไม่ไว้วางใจนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ที่ไม่ตอบข้อกล่าวหาการอภิปรายได้ชัดเจน ส่วนนายจุรินทร์กับนายนิพนธ์ยังไม่ชัวร์ เพราะกลุ่ม 16 ยังเห็นต่างกันอยู่ ต้องลงสรุปกันอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ค. ส่วนคนอื่นๆ อย่างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ก่อนหน้านี้จะลงมติไม่ไว้ใจนั้น แต่จากการฟังคำชี้แจงของ พล.อ.อนุพงษ์ สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ จึงจะลงมติไว้วางใจ รวมถึงนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีที่เหลือคนอื่นๆ ก็น่าจะได้คะแนนไว้วางใจครบทุกคน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อึ้ง!นิด้าอวย6เดือนชัชชาติ

“นิด้าโพล” อวย “ผู้ว่าฯ 1.4 ล้านเสียง” เต็มสูบ ผลสำรวจเรื่องผลงาน 6 เดือนแรกคนแห่ชื่นชม! 42.60% บอกค่อนข้างพอใจ “ชัชชาติ” โวอยากได้คำติเยอะๆ

เข้าโหมดเคาต์ดาวน์เลือกตั้ง 2 ลุง ‘แยกกันเดิน แต่เจอกันได้’

จากที่เคยลุ้นๆ กันว่าผู้มีอำนาจจะตุกติก เล่นพิเรนทร์อะไรกับเรื่องกฎหมายลูกหรือไม่ วันนี้นักการเมืองหลายคนคงโล่งอก มองเห็นสนามเลือกตั้งชัดเจนขึ้น ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไฟเขียวให้กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ