ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น

คู่นี้เคยดวลกันมาในฟุตบอลโลก 2006 โดยเป็นบราซิลที่ตอนนั้นนำทัพโดยโรนัลโด, โรนัลดินโญ ไล่ถล่มญี่ปุ่นไปแบบขาดลอย 4-1 แต่ผ่านไป 20 ปี ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเปิดบ้านเฉือนบราซิล 3-2

พลพรรค "แซมบ้า" อดีตแชมป์โลก 5 สมัย ผลงานรอบแบ่งกลุ่มทำผลงานชนะ 2 นัด เสมอ 1 นัด มี 7 คะแนน เข้ารอบในฐานะแชมป์ของกลุ่มซี แม้ออกสตาร์ทจะเสมอโมร็อกโก 1-1 แต่ในอีก 2 นัดถัดมาเหมือนจะเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองได้ ไล่ต้อนเฮติและสกอตแลนด์ 3-0

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ จะไม่สามารถใช้งานราฟินญา แนวรุกจากบาร์เซโลนาที่ยังบาดเจ็บ แต่ตัวหลักคนอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้า นำทัพโดย วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ยิงในเวิลด์คัพหนนี้ไปแล้ว 4 ประตู, ติอาโก คุนญา, รายาน, ลูคัส ปาเกตา และ 2 ตัวกลางอย่าง คาเซมิโร กับบรูโน กิมาไรส์ ขณะที่เนย์มาร์มีลุ้นลงเป็นตัวทีเด็ดในครึ่งหลัง

ทางฝั่งญี่ปุ่น ภายใต้การคุมทีมของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เป็นหนึ่งในทีมที่แฟนฟุตบอลชาวไทยปันใจเชียร์มากที่สุดในฟุตบอลโลกหนนี้ พวกเขาไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม เสมอเนเธอร์แลนด์ 2-2, ชนะตูนิเซีย 4-0 และเสมอสวีเดน 1-1 เข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอฟ

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ ทาเคฟุสะ คุโบะ กับโค อิตาคุระ ส่วนนักเตะคนอื่นๆ อยู่กันครบ นำทัพโดย อายาเสะ อูเอดะ, ไดเซน มาเอดะ, ริสึ โดอัน โดยมี ไดอิจิ คามาดะ กับไคชู ซาโนะ คุมเกมแดนกลาง ส่วนเคดิโอตะ นากามูระ กับยูกินาริ ซูงาวาระ ยืนวิงแบ็ก

แม้เกมนี้หลายฝ่ายจะมองว่าญี่ปุ่นอาจจะดีพอที่จะสู้บราซิลชุดนี้ได้ แต่อย่าลืมว่าทัพ "แซมบ้า" มีคาร์โล อันเชล็อตติ กุมบังเหียน มีประสบการณ์สูงในการพาทีมลงเล่นฟุตบอลรอบน็อกเอาต์ และน่าจะพาบราซิลเฉือนเอาชนะญี่ปุ่นไปได้ 2-1

ส่วนอีกคู่ที่น่าสนใจ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ที่ดูกระท่อนกระแท่นพอสมควร แม้จะเข้ารอบมาในฐานะแชมป์ของกลุ่มอี โดยพวกเขาเปิดหัวน่าตื่นตาตื่นใจด้วยการถล่มกือราเซา 7-1 แต่นัดที่ 2 หืดจับกว่าจะเอาชนะโกตดิวัวร์ ในช่วงทดเจ็บ 2-1 และเกมสุดท้ายพลิกล็อกพ่ายเอกวาดอร์ 1-2 จะพบกับปารากวัย ทีมอันดับ 3 ของกลุ่มดี

สภาพทีมในเกมนี้แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้งาน นิโค ชล็อตเตอร์เบ็ก ปราการหลัง ที่บาดเจ็บยาวจนปิดเทอมทัวร์นาเมนต์นี้ไปแล้ว แต่แข้งหลักคนอื่นๆ อยู่กันพร้อม นำทัพโดย ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, จามาล มูเซียลา และไค ฮาแวร์ตซ์ 3 แนวรุก โดยมี อเล็กซานเดอร์ ปาฟโลวิช กับ เฟลิกซ์ เมชา คุมแดนกลาง

ด้านปารากวัย เกมนี้ได้รับข่าวดี มิเกล อัลมิรอน พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้ แต่จะไม่มี ดิเอโก โกเมซ ที่สลับไปติดโทษแบนแทน ส่วนแข้งคนอื่นๆ นำทัพโดย ฮูลิโอ เอ็นซิโซ, อันเดรส คูบาส, มาเทียส กาลาร์ซา, โฆเซ คานาเล

เกมนี้เยอรมนีดูเหนือกว่าเยอะ คาดว่ามีสิทธิ์ปูพรมไล่ถล่มปารากวัยไปแบบไม่ยากเย็น เพราะทีมจากอเมริกาใต้ทีมนี้ดูจะมีจุดอ่อนอยู่ที่เกมรับที่ไม่ค่อยเหนียวแน่นอนเท่าไหร่ "อินทรีเหล็ก" ไล่ถล่ม 3-0.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลัดจังหวัดภูเก็ต รอดคุกได้ประกัน

ปปป.คุมตัว "ปลัดจังหวัดภูเก็ต" ส่งศาลทุจริตภาค 9 สอบเพิ่มปมถูกกล่าวหาเรียกรับเงินช่วยสอบบรรจุท้องถิ่น รอดคุกหวิว ใช้ตำแหน่งข้าราชการเป็นหลักประกัน ขณะที่ “บิ๊กเต่า” ยังอุบเงียบ เผยเตรียมแถลงใหญ่