นภาเดชเคาะชื่อ ‘ผบ.ทอ.’คนใหม่ สานต่อซื้อF-35

“บิ๊กป้อง” เตรียมเสนอชื่อ  ผบ.ทอ.คนใหม่ ระบุสเปกต้องสานต่อโครงการเอฟ-35 คาดรู้ผลสภาคองเกรสสหรัฐตัดสินใจช่วงเดือน ก.พ.เป็นต้นไป ชี้เครื่องบินไม่ว่าใหม่หรือเก่าล้วนเป็นของคนไทย ทอ.แค่ผู้รักษาและใช้งานให้เกิดความคุ้มค่า 

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม กองทัพอากาศ (ทอ.) จัดพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถในการบิน กองทัพอากาศ และมอบประกาศนียบัตรนักบินประจำกองแก่ศิษย์การบิน นายทหารสัญญาบัตร รุ่น น.148 ที่สำเร็จการฝึกอบรม จำนวน 33 คน โดย พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประดับปีกนักบินใหม่ ว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของกองทัพ ซึ่งนักบินเหล่านี้ในอนาคตจะเติบโต บางส่วนเป็นนักบินลำเลียงและนักบินเฮลิคอปเตอร์ และหากว่าเราดำเนินการสำเร็จในขั้นตอนต่อไปเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบิน F-35A นักบินเหล่านี้จะมีอยู่ส่วนหนึ่งที่อาจเป็นนักบิน F-35A ในอนาคตก็ได้ และบางส่วนเป็นนักบินที่บินกับเครื่องบินที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีอายุใช้งานพอสมควร

พล.อ.อ.นภาเดชย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินเก่าหรือใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นของประชาชน ทอ.เป็นเพียงผู้ดูแลรักษา ใช้งานให้เกิดความยั่งยืนและปลอดภัยในการบิน มีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับภาษี ซึ่งต้องขอขอบคุณต่อการตัดสินใจอนุมัติงบประมาณเบื้องต้นจัดซื้อที่ต้องใช้เวลาอีกระยะ เนื่องจากมีขั้นตอนและกระบวนการยากลำบาก หลังจากนี้ไปเมื่อรัฐบาลอนุมัติงบประมาณจะเป็นขั้นตอนเหนือขึ้นไปกว่า ทอ. เป็นเรื่องของรัฐบาล และที่สำคัญที่สุดคือประชาชน หากได้รับการสนับสนุนทั้งประเทศหนุนหลังรัฐบาลในการเจรจาจะทำให้มีโอกาสมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายกฯ รองนายกฯ คณะกรรมาธิการงบประมาณ

เมื่อถามว่าในระหว่างนี้เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า เราได้การพอสมควร โดยเฉพาะการศึกษาหาความรู้ ซึ่งได้ร้องขอไปทางสหรัฐอเมริกาส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำกับ ทอ. ซึ่งกองทัพอากาศสหรัฐรับปากว่าจัดส่งทีมมา คาดว่าปลายปี 2565 ซึ่งก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว คงต้องฝากการต้อนรับ การดำเนินการต่างๆ ไว้กับ ผบ.ทอ.คนใหม่ที่จะมาแทน ซึ่งเชื่อมั่นว่าการเตรียมการเพื่อให้เห็นถึงความพร้อมของเรา กระบวนการต่างๆ ทั้งด้านงบประมาณ การสนับสนุนประชาชน จะมีส่วนในการพิจารณาตกลงใจก่อนที่สภาคองเกรสจะตอบรับหรือปฏิเสธ 

"ก่อนหน้านี้มีประชาชนทั้งสนับสนุน และไม่เห็นด้วยต่อการจัดซื้อ F-35 แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว ขณะนี้มาถึงขั้นที่เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อให้ได้ของดี ที่จะสะท้อนกลับไปยังลูกหลานของเรา ประเทศชาติบ้านเมือง ผมอยากชวนเชิญทุกคนร่วมกัน ทอ.เตรียมรับ หากว่าได้จะเป็นผลดี หากไม่ได้ค่อยว่ากันใหม่" พล.อ.อ.นภาเดชกล่าว

เมื่อถามว่า มั่นใจต่อการตัดสินใจของสภาคองเกรสอย่างไร พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวว่า ตอบยาก เพราะมีปัจจัยทางด้านการเมือง การต่างประเทศเข้ามาเกื้อหนุนพอสมควร เราทำเต็มที่ในส่วนของเรา ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลประมาณช่วงเดือน ก.พ.เป็นต้นไป

ถามอีกว่า ระหว่างสภาคองเกรสกับเสียงสนับสนุนของคนไทย สิ่งไหนเป็นปัจจัยจะผลักดันให้โครงการประสบความสำเร็จ พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ สภาคองเกรส เพราะมีมาตรฐานพิจารณาที่เป็นระบบ จะดูอะไรหลายอย่าง แต่เราพยายามทำในส่วนที่ทำได้ให้ดี เมื่อเขาพิจารณาประกอบสถานการณ์ต่างประเทศแล้วจะออกมาเป็นคำตอบที่จะบ่งบอกอะไรหลายๆ อย่าง

เมื่อถามว่าคนที่จะมาสานต่อโครงการ F-35 ได้วางหลักการไว้อย่างไร พล.อ.นภาเดชกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจ ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจในแบบที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ในใจก็มีชื่ออยู่แล้ว และไม่ได้มีแค่เพียงคนเดียว แต่เป็นกลุ่มบุคคล เพราะเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถทั้งสิ้น ขอให้ใจเย็น อีกไม่กี่วันน่าจะทราบ เพราะลำบากใจเหมือนกัน

เมื่อถามว่า ปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจคืออะไร พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า คนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือก ต้องมีความรู้ ความสามารถ และมีผลงาน ซึ่งมีอยู่แล้วทุกคน แต่สิ่งสำคัญสามารถสานต่องานที่ทำค้างไว้ได้ 

ถามย้ำว่าสานต่อโครงการ F-35 ด้วยหรือไม่ พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า F-35 เป็นโครงการใหญ่ มีความสำคัญตัดสินหรือชี้ชะตาประสิทธิภาพหรือความด้อยประสิทธิภาพ ความทันสมัย ล้าสมัย ทอ. แน่นอน ต้องมีผลในการพิจารณาตัวบุคคล เป็นนักบิน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักบินขับไล่ เป็นใครก็ได้ที่เชื่อมั่นว่าเขาจะนำพา ทอ.ไปสู่ ทอ.ที่มีคุณภาพ ส่วนต้องผ่านจากเป็นผู้ฝูง ผู้การกองบิน ผู้ช่วยทูตทหารหรือไม่นั้น ถือเป็นเพียงองค์ประกอบย่อย

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลเปลี่ยนชื่อ ผบ.ทอ.คนใหม่ที่ได้เสนอไป จะส่งผลต่อโครงการ F-35 หรือไม่ พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แต่พอถึงจุดนี้เชื่อว่าคนไทยอยากได้ของดี แต่ใครก็ตามที่ย้อนกลับไปในสิ่งที่ด้อยกว่า เป็นการทำร้ายตัวเอง

เมื่อถามว่า ท่าทีของจีนต่อรัฐบาลมีผลต่อการตัดสินใจสภาคองเกรสหรือไม่ พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า ไม่แน่ใจ

ถามว่า ได้ไหว้ พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีต ผบ.ทอ.ผู้เป็นบิดาหรือไม่ หลังสานฝันเสนอโครงการเครื่องบิน F35 สำเร็จ พล.อ.อ.นภาเดชกล่าวว่า เมื่อคืน ฝันถึง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประเดิมงาน ‘บิ๊กตุ๊ด’ ว่าที่ ผบ.ทอ. ปิดจ็อบปรับปรุง C-130 จำนวน 8 เครื่อง

‘ว่าที่ ผบ.ทอ.’ ปิดจ็อบปรับปรุง C-130 จำนวน 8 เครื่อง ต่ออายุใช้งานไปอีก 10 ปี เตรียมเดินหน้า เฟส 2 หลังรับงบประมาณปี 2566 แจงซื้อเครื่องใหม่ทดแทน ยังต้องพิจารณา รับงบ ทอ.มีจำกัด

รัฐบาลเดินหน้า ปูพรมฉีดวัคซีน ไทยการ์ดเริ่มตก

ไทยยังพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 655 ราย เสียชีวิต 12 คน “ไตรศุลี” ยันรัฐบาลยังเดินหน้าแผนฉีดวัคซีนตามปกติแม้ลดชั้นโควิด-19 แล้ว กรมอนามัยโพลเผยการ์ดคนไทยเริ่มตก “อนุชา” ตีปี๊บคุมฝีดาษลิงอยู่