ลุ้นชาวฝรั่งเศส ‘ฝีดาษลิง’ราย5 ชี้ยาโควิดพร้อม

ไทยยังกดโควิดไม่ลง  พบติดเชื้อใหม่ 2,250 ราย สังเวยอีก 35 ชีวิต “บิ๊กตู่” ยันยามีเพียงพอดูแลผู้ป่วย  เปิดตัวเลขจำนวนแจกจ่ายพร้อมมีสำรอง   ตราดลุ้นชาวเมืองน้ำหอมติดฝีดาษวานรรายที่ 5 หรือไม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม  สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยนั้น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รักษาตัวในโรงพยาบาล 2,250 ราย เป็นผู้ป่วยในประเทศ 2,249 ราย และมาจากต่างประเทศ 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 จำนวน 2,382,174 ราย ผู้ที่กำลังรักษาตัว 21,526 ราย โดยมีผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ใน รพ. 952 ราย ยอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 1,939 ราย จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสม 2,383,993 ราย และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 35 ราย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่ารัฐบาลได้เตรียมความพร้อมด้านยาเพื่อรองรับการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 อย่างเพียงพอ โดยได้จัดหายารักษาโควิด-19 จำนวน 4 รายการ ได้แก่ 1.ฟาวิพิราเวียร์ 2.โมลนูพิราเวียร์ 3.เรมเดซิเวียร์ และ 4.แพกซ์โลวิด ซึ่งเป็นยาที่ได้ขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผ่านการคัดเลือกและรับรองคุณภาพจากต่างประเทศ ซึ่งนำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.2565 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้สนับสนุนยาให้ รพ.รัฐและเอกชนทั่วประเทศ แบ่งเป็นฟาวิพิราเวียร์ 265,500,000 เม็ด, โมลนูพิราเวียร์ 12,000,000 เม็ด และเรมเดซิเวียร์ 375,210 ขวด

นายธนกรกล่าวอีกว่า ล่าสุด ณ วันที่ 3 ส.ค. มีรายงานยาคงคลังในพื้นที่ ได้แก่ ฟาวิพิราเวียร์และโมลนูพิราเวียร์ รวม 11.2 ล้านเม็ด และยังมีสำรองที่ส่วนกลางอีกจำนวนหนึ่ง ปัจจุบันอัตราการใช้ยาเพียงพอต่อการใช้มากกว่า 14 วัน นอกจากนี้ ส่วนกลางยังมีการสำรองฟาวิพิราเวียร์และโมลนูพิราเวียร์กว่า 2 ล้านเม็ด และอยู่ระหว่างจัดซื้อเพิ่มคือ ฟาวิพิราเวียร์ 10 ล้านเม็ด, โมลนูพิราเวียร์ 20 ล้านเม็ด และเรมเดซิเวียร์ 8 หมื่นขวด

\ด้าน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “โควิด-19 เป็นแล้วเป็นซ้ำได้อีก” ระบุว่า โควิด-19 เมื่อเป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้อีก โดยทั่วไปการเป็นซ้ำมักจะเกิดขึ้นหลัง 3 เดือนไปแล้ว แต่ก็มีหลายคนเป็นซ้ำแบบมีอาการ และตรวจพบชัดเจนตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป ซึ่งการเป็นซ้ำพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

“การเป็นครั้งที่ 2 มีทั้งที่มีอาการมากกว่า และมีอาการน้อยกว่า แต่ส่วนใหญ่มีอาการน้อยกว่า และการรักษากรณีเป็นซ้ำ ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ ซึ่งการเป็นครั้งแรกเกือบทั้งหมดได้รับยาต้านไวรัส favipiravir และเมื่อเป็นครั้งที่ 2 ไม่มีใครที่มีอาการหนักหรือปอดบวมจนระดับออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเลย” นพ.ยงกล่าว และว่า การเป็นซ้ำจึงคลายกับโรคทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดทั่วไป ดังนั้นในผู้ป่วยที่เคยเป็นแล้ว จึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นด้วยวัคซีนในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยถ้าไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน หรือฉีดวัคซีนไม่ครบ 2 เข็ม เมื่อติดเชื้อให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นอีก 1 ครั้ง ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปหลังติดเชื้อวันแรก ถ้าฉีดวัคซีนมาแล้วครบ 2 เข็ม หรือมากกว่าแล้วติดเชื้อ แนะนำให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นหลังติดเชื้อ 6 เดือนขึ้นไปนับจากวันที่ติดเชื้ออีก 1 ครั้ง เพื่อรักษาระดับภูมิต้านทานให้คงสูงอยู่ ลดการติดเชื้อซ้ำ

วันเดียวกัน นายสุรชัย เจียมกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราด ในฐานะโฆษกจังหวัดตราด กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่อาจเข้าข่ายเป็นฝีดาษวานรรายที่ 5 ว่า จากการสอบสวนโรคและนำผลเลือดส่งตรวจเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลไม่พบเชื้อฝีดาษวานร แต่ยังต้องรอผลยืนยันจากศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่จะส่งผลมาในวันที่ 8 ส.ค. ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวรายนี้ปัจจุบันอยู่ในห้องกักกันโรคของโรงพยาบาลตราด ขอให้ประชาชนจังหวัดตราดอย่าตื่นตระหนกตกใจ แต่ให้ตระหนักและติดตามข่าวสารตามที่สาธารณสุขแนะนำ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีทุจริตร่วง รั้ง116ของโลก ตํ่าสุดรอบ19ปี

ดัชนีคอร์รัปชันปี 68 ไทยร่วงเหลือ 33 คะแนน รั้งอันอับ 116 ของโลก จาก 182 ประเทศ "ประธานต้านโกง" ชี้ CPI ปีนี้เลวร้ายมาก ต่ำสุดในรอบ 19 ปี "ป.ป.ช." เปิดบัญชีทรัพย์สิน "สีหศักดิ์" รวย 14.5 ล้าน ไม่มีหนี้สิน