กทม.อ่วม!จ่าย1.2หมื่นล. จ่ออุทธรณ์หนี้สายสีเขียว

ศาลปกครองสั่ง "กทม.-กรุงเทพธนาคม" จ่ายหนี้บีทีเอส ตามสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 1-2 รวม 1.17 หมื่นล้านบาท “ชัชชาติ” เตรียมยื่นอุทธรณ์ ชี้เรื่องต่อสัมปทานยังค้างใน ครม. ยันต้องทำรอบคอบที่สุด บอร์ดเคทีนัดถกจ่ออุทธรณ์เช่นกัน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน เวลา 11.00 น. ศาลปกครองกลางมีคำสั่งพิพากษาให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ร่วมกันจ่ายหนี้ค้างชำระในสัญญาการเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้า และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ให้แก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส รวมวงเงิน 11,754 ล้านบาท โดยให้ชำระภายใน 180 วัน นับตั้งแต่คดีเป็นที่สิ้นสุด

สำหรับรายละเอียดหนี้ค้างชำระดังกล่าว ประกอบด้วย ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่-บางหว้า และช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง ซึ่งค้างชำระหนี้มาตั้งแต่เดือน พ.ค.2562-พ.ค.2564 รวม 2,348 ล้านบาท แบ่งเป็น หนี้เงินต้น 2,199 ล้านบาท และดอกเบี้ย 149 ล้านบาท และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ซึ่งค้างชำระหนี้มาตั้งแต่ เม.ย.2560-พ.ค.2564 รวม 9,406 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้เงินต้น 8,786 ล้านบาท และดอกเบี้ย 619 ล้านบาท 

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้เตรียมยื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว โดยวันที่ 8 ก.ย.นี้ เวลาประมาณ 08.30 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) นำโดย รศ.ธงทอง จันทรางศุ ประธานบอร์ด หลังจากนั้นจะรายงานผลการพิพากษาของศาลปกครองกลาง และแนวทางดำเนินการต่างๆ ไปยังนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กรุงเทพมหานครให้สัมปทานกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มีการพัฒนาส่วนต่อขยายถึงปัจจุบันคือ ช่วงอ่อนนุช-เคหะสมุทรปราการ ช่วงหมอชิต-คูคต และช่วงสะพานตากสิน-บางหว้า ซึ่งได้มีการจ้างบีทีเอสเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย รวมถึงการวางระบบรถไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง

ทางด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า หลังได้รับทราบคำวินิจฉัยของศาลแล้ว ต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป และ กทม.ยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน จากนี้ต้องปรึกษากับฝ่ายกฎหมายและผู้บริหาร กทม.ถึงแนวทางดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ขอย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า มีเงิน 2 ส่วนที่ต้องจัดการคือ 1.เงินค่าจ้างส่วนต่อขยายที่ 1 ประมาณ 2 พันล้านบาท 2.เงินค่าจ้างส่วนต่อขยายที่ 2 ประมาณ 6,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับดอกเบี้ยทั้งหมด ต้องจ่ายสูงถึง 11,754 ล้านบาท

นายชัชชาติกล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่มีการจ่ายมานานแล้ว ซึ่งมีการพยายามนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการต่อสัญญาสัมปทาน แต่ขณะนี้เรื่องยังค้างอยู่ใน ครม. ทั้งนี้ ประเด็นที่ กทม.จะพิจารณาต่อไปคือ ส่วนต่อขยายที่ 1 เพื่อหาแนวทางนำมูลหนี้มาเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทาน ซึ่งรอการพิจารณาจาก ครม.อยู่ในขณะนี้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เรายังไม่แน่ใจ เพราะถ้าเราจ่ายไปก่อน แต่เรื่องยังค้างอยู่ใน ครม.แบบนี้ ก็ยังไม่จบ

ส่วนกรณีส่วนต่อขยายที่ 2 กทม.มีเพียงหนังสือมอบหมายงานกับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ยังมีข้อกังวลว่า กทม.มีอำนาจจ่ายหนี้จริงหรือไม่ เพราะยังไม่มีการระบุตัวเลขที่ชัดเจน และไม่ใช่เป็นสัญญาเหมือนส่วนขยายที่ 1 อย่างไรก็ตาม กทม.จะนำประเด็นดังกล่าวเรื่องทั้งหมดนี้ชี้แจงในคำอุทธรณ์ต่อไป เพราะเข้าใจว่าการส่งเรื่องชี้แจงในครั้งแรกยังไม่มีประเด็นดังกล่าว จึงจะมีการทบทวนรายละเอียดใหม่

"ผมว่าไม่เป็นไร ต้องเรียนว่าเราไม่ได้ติดอะไร เพราะเป็นเรื่องในอดีตที่เราไม่ได้เป็นคนทำไว้ แต่เราอยากจะให้ยุติธรรมให้รอบคอบที่สุด เพราะสุดท้ายต้องเอาเงินประชาชนไปจ่าย ถ้ามีมุมที่เราอยากได้ความกระจ่างเพื่อความชัดเจน คงอยู่ในคำอุทธรณ์ต่อไป" ผู้ว่าฯ กทม.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย

นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”

‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส

“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก

แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’

"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม

บาร์โค้ดระอุ!กกต.แจงยิบสู้ทีมล้มเลือกตั้ง

“กกต.” รับคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด ตรวจสอบถึงบัตรเลือกตั้งได้ แต่ต้องมีต้นขั้ว ยันไม่รู้ถึงคนลงคะแนน "วิโรจน์" ซัดผิดเจตนารมณ์กฎหมาย ขู่ติดคุกยกยวง