เอกชนเชื่อผลดี รัฐบาลหน้าเดิม ‘จีดีพี’โตเกิน3%

หอการค้าไทยชี้ “บิ๊กตู่” ได้ไปต่อถือเป็นสัญญาณที่ดี สร้างความมั่นใจให้ต่างชาติ มั่นใจเศรษฐกิจโตไม่ต่ำกว่า 3% แต่รับกังวลการเมืองนอกสภา “แบงก์ชาติ” เมินการเมือง ระบุเน้นเรื่องเบิกจ่ายต่อเนื่องเป็นหลัก

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ย. น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ไม่ครบ 8 ปีว่า ธปท.ไม่ได้ใส่ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่จะพิจารณาในเรื่องการเบิกจ่ายงบจะทำได้ต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการใช้จ่ายและงบประมาณปี 2566 ก็มีผลบังคับใช้แล้ว

“ความเชื่อมั่นของนักลงทุนนั้น ธปท.มองว่ายังให้น้ำหนักกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการทำนโยบายด้านการเงินการคลัง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่องมากกว่า” น.ส.ชญาวดีกล่าว และว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในเดือน ก.ย.2565 คาดว่ามีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว แต่ยังต้องติดตามการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุน ค่าจ้าง และราคาสินค้า รวมถึงอุปสงค์ของต่างประเทศที่ชะลอตัว และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า  เป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่จะดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นายกฯ กลับมาทำงานและมีอำนาจเต็มเหมือนเดิม การอนุมัติงบประมาณหรือการตัดสินใจต่างๆ ของรัฐบาลก็สามารถเดินหน้าได้ ทำให้ความเชื่อมั่นทั้งของนักธุรกิจไทยและต่างชาติกลับมา เศรษฐกิจก็ยังดำเนินได้ต่อ รวมถึงการเป็นเจ้าภาพเอเปกของประเทศไทยก็ดำเนินได้ต่อ โดยที่การเจรจาต่างๆ ยังสามารถให้คำมั่นสัญญาได้อย่างเต็มที่

 “เชื่อว่าผลการตัดสินนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างมาก และยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3% ในปีนี้ โดยเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ยังดีกว่าหลายๆ ประเทศ แม้ว่าขณะนี้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลง แต่ก็ดีกว่าหลายๆ ประเทศ พร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ยก็ไม่ได้ขึ้นสูงมาก เชื่อว่า ธปท.กำลังดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่นกล่าวอีกว่า สิ่งที่ยังกังวลคือ ปัญหาการเมืองนอกสภา ซึ่งจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยรัฐบาลต้องใช้ความอดทนและประนีประนอม ไม่ใช้ความรุนแรง รวมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะปีหน้าก็มีการกำหนดวันเลือกตั้งไว้แล้วหากสภาผู้แทนราษฎรอยู่จนครบวาระ

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมว่า  ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์พักปฏิบัติหน้าที่เรายังดำเนินโครงการตามปกติ และเมื่อศาลวินิจฉัยให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อ ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการดำเนินการแต่อย่างใด ไม่มีโครงการใดชะลอ

"หากดูการทำงานของกระทรวงคมนาคม จะเห็นได้ว่าเราเร่งสปีดตั้งแต่แรกที่เข้ามารับตำแหน่งอยู่แล้ว แต่หลายเรื่องต้องใช้เวลา และเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย” นายศักดิ์สยามกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูตรไหนป้อมก็‘รัฐบาล’

“เพื่อไทย” หวังศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออกประเทศในการตีความกฎหมายลูก ผวา! หากขัด รธน.ต้องออก

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก