เหลืองพรึ่บ!อุทยานพ่อหลวง

ประชาชนหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สุดซาบซึ้ง ตื้นตันรำลึกถึงคำสอนของพ่อหลวง

เมื่อวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันแรกที่สำนักพระราชวังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช   บรมนาถบพิตร ในช่วงระหว่างวันที่ 14- 16 ต.ค.2565 ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น.พร้อมรับชมการแสดงจากดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ก่อนปิดเพื่อปรับภูมิทัศน์ของอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้สมพระเกียรติ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน

บรรยากาศบริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา แม้อากาศจะร้อนก็ไม่เป็นอุปสรรค ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทยอยเดินทางเข้ามาในอุทยานฯ อย่างต่อเนื่อง โดยใช้โอกาสช่วงวันหยุดยาวมากับเป็นครอบครัว และพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองมาร่วมถวายสักการะและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยผู้ที่เข้ามาจะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการดอกกุหลาบสีเหลืองให้ทุกคนสำหรับถวายสักการะ ส่วนใครที่เหนื่อยหรือร้อน จะมีเต็นท์พร้อมพัดลมไอน้ำ รวมถึงมีวงดนตรีขับกล่อมบรรเลงบทเพลงระหว่างนั่งพักเอาแรงก่อนเดินทางกลับ มีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยให้บริการบอกเส้นทาง วิธีการสักการะ และคอยบริการถ่ายรูปให้ตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งใจมาหลังติดตามการถ่ายทอดสด และข่าวเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่มีการเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ อย่างเป็นทางการ และเมื่อมาถึงก็รู้สึกดีใจและตื้นตันที่ได้มาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ

“ตั้งใจมาสักการะ แต่กลัวว่าจะไม่มีที่จอดรถ จึงตัดสินใจมาจากบ้านย่านยศเส แม้จะร้อน และระยะทางค่อนข้างไกลสำหรับผู้สูงอายุ แต่เมื่อมาถึงได้มาเห็นก็รู้สึกหายเหนื่อยทันที ตั้งใจเอารูปที่ถ่ายไปให้ภรรยาและลูกหลานได้ดู และจะชวนมาด้วยกันในอนาคต รู้สึกดีใจที่ได้เห็นประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพราะสิ่งที่พระองค์ได้สร้างได้ทำให้กับประเทศมากมายมหาศาล กว่าจะหาคำไหนมาพูดได้นอกจากคำว่าขอบคุณ จึงอยากใช้โอกาสนี้มาถวายสักการะพระองค์ท่านอีกครั้ง” คุณลุงวัย 77 ปีกล่าว

ขณะที่คุณย่าวัย 88 ปีรายหนึ่ง ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว กล่าวว่า พอเข้าเขตอุทยานฯ มาก็ร้องไห้แล้ว เป็นน้ำตาแห่งความระลึกถึงพระองค์ท่าน ระหว่างถวายสักการะ อธิษฐานว่าเกิดชาติหน้าก็ขอให้เป็นพสกนิกรของพระองค์ไปทุกชาติ ซึ่งพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 แห่งนี้ จะเป็นจุดศูนย์รวมของคนไทย โดยเฉพาะครอบครัวเรา ที่ผ่านมาได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาสอนลูกๆ เสมอว่า ให้ดูในหลวง ร.9 เป็นหลักชัยในการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นลูก พี่น้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งลูกก็ได้นำคำสอนนี้ไปปฏิบัติ เพราะเรารักและเทิดทูนพระองค์ท่านอย่างมาก วันนี้ได้มากราบสักการะยิ่งรู้สึกซาบซึ้ง และหลังจากอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 สร้างเสร็จ ลูกๆ ก็จะพามาเที่ยวบ่อยขึ้น เพราะเท่าที่ทราบ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ท่านมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนได้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

“ใครได้มาก็จะได้รับความรู้ด้วยว่าในหลวง ร.9 ท่านได้ทรงทำอะไรไว้ให้พวกเราบ้าง เราโชคดีที่เกิดทัน แต่ลูกหลานที่เกิดไม่ทันพระองค์ท่านก็จะได้ทราบว่าพระองค์ท่านทรงทำอะไรไว้ให้พวกเราบ้าง” คุณย่ากล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โยนศาลรับผิดชอบ‘ตะวัน’ตาย

"พ่อตะวัน" ยื่นหนังสือเขียนด้วยลายมือถึงอธิบดีศาลอาญาให้หาทางออก หาก "ตะวัน-เเฟรงค์" ตายต้องหาคนรับผิดชอบ