ส้ม-แดงยึดประเทศ ‘พิธา’ลั่นปิดฉากรบ.เสียงข้างน้อย/‘ลุงตู่’รับกำลังใจยังดี

เลือกตั้งลุ้นกันระทึก "เพื่อไทย" กับ "ก้าวไกล" เบียดกันขึ้นที่ 1 ดับฝันแลนด์สไลด์ "พิธา" ประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้ากับ พท. พร้อมนั่งนายกฯ ปิดทาง 2 ลุง ดักทาง ส.ว.อย่าฝืนมติประชาชน ลั่นไม่ลดเพดานจุดยืนทางการเมือง "เศรษฐา" ยังมั่นใจพท.ชนะ ยอมรับใจเสีย กทม.ผิดหวัง แต่ยิ้มแย้มแจ่มใสได้อยู่ ด้าน "ลุงตู่" กำลังใจยังดี ยันคนไทยว่าอย่างไรก็ตามนั้น "บิ๊กป้อม" แถลงขอบคุณแค่ 1 นาที ปัดตอบจัดตั้งรัฐบาล "เสี่ยหนู" ปลื้ม ภท.ไต่ขึ้นลำดับ 3

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 400 เขต และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 ที่นั่ง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้ง ปรากฏว่า พรรคก้าวไกล กับ พรรคเพื่อไทย เบียดกันขึ้นที่หนึ่งอย่างสูสี

โดยบรรยากาศช่วงเช้า เวลา 09.06 น. ที่เขตเลือกตั้งที่ 6 กรุงเทพมหานคร หน่วยเลือกตั้งที่ 10 แขวงพญาไท เขตพญาไท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) สวมเสื้อลายสก็อตสีน้ำเงิน เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว มาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดย พล.อ.ประยุทธ์ มีชื่ออยู่ในลำดับที่ 163 ขณะที่หน่วยเลือกตั้งดังกล่าวมีรายชื่อครอบครัวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีสิทธิเลือกตั้ง ประกอบด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ลำดับที่ 160, น.ส.ธัญญา จันทร์โอชา บุตรสาว ลำดับที่ 161 และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาว ลำดับที่ 162

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวภายหลังใช้สิทธิว่า วันนี้มีการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิตามวิถีทางประชาธิปไตยของเรา ขอเชิญชวนคนทุกรุ่นทุกวัยที่มีสิทธิเลือกตั้งและอยู่ในเกณฑ์ที่ยังเลือกตั้งได้อยู่ ขอให้มีการเลือกตั้งให้มากที่สุด

เมื่อถามว่า นอนหลับสบายดีไหม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นอนหลับสบายดี และสบายทุกวัน และไม่กังวลใดๆ เมื่อถามว่ามั่นใจจะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ก่อน พล.อ.ประยุทธ์จะออกจากหน่วยเลือกตั้ง ได้มีชายอาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งตะโกนเรียก แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ยิน ทำให้ชายคนดังกล่าวตะโกนอีกครั้งว่า "ท่านนายกฯ ครับ ผมรักนายกฯ" โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้โบกมือให้สื่อมวลชนก่อนเดินทางกลับ

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11 เขตวังทองหลาง มีรายชื่อในลำดับที่ 470  นอกจากนี้ ยังมีชื่อ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว.น้องชาย ลำดับที่ 473 รวมถึงคนในครอบครัววงษ์สุวรรณด้วย โดย พล.อ.ประวิตร สวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ยืนรอต่อคิวเพื่อตรวจสอบรายชื่อ ประมาณ 20 นาที

จากนั้น พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของประเทศไทย ที่จะมีการเลือกตั้ง จึงขอให้ประชาชนทุกคนออกมาเลือกตั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่จะมีต่อไปในอนาคต

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 7 บริเวณศาลากลางหมู่บ้านไทยเจริญ ม.4 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในลำดับ 108 โดยนายอนุทิน ได้สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินลายใบกัญชา

ส่วนพรรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เวลา 09.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม นายธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส. ของพรรคและคณะ เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนพิบูลวัฒนา เขตพญาไท

โดยนายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ จ.พังงา ส่วนวันนี้ก็คิดว่าจะตระเวนไปเท่าที่สถานการณ์จะเอื้ออำนวยเพื่อติดตามบรรยากาศการเลือกตั้งตามหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากนั้นจะเข้าพรรค เพื่อประสานกับผู้สมัคร ส.ส.ของเราต่อไป

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. เดินทางมาใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ภายในโรงเรียนสวัสดีวิทยา ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากตนไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว จะรอติดตามผลการเลือกตั้งอยู่ที่บ้าน การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้กำหนดอนาคตของประเทศ โดยหวังว่าทุกอย่างในการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ที่ใต้อาคารเฟื่องฟ้า 10 โรงเรียนวัดควนวิเศษ อ.เมืองตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ พร้อมด้วยนายกิจ หลีกภัย พี่ชาย เดินทางออกจากบ้านวิเศษกุลไปใช้สิทธิ โดยนายชวนเผยว่า เมื่อวานนี้ตนได้ลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ รณรงค์ไม่ให้ประชาชนซื้อสิทธิขายเสียง ให้คนไม่ซื้อเสียงให้ออกมาใช้เสียงมากๆ ความดีย่อมชนะความไม่ดี คิดว่าช่วยได้ระดับหนึ่ง ประชาชนให้ความสนใจ

"อิ๊งค์"กราบแม่ก่อนใช้สิทธิ์

ที่จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (รทสช.) พร้อมบุตรสาว บุตรชาย และนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส. สุพรรณบุรี พรรค ชทพ. เข้าไหว้ขอพรอนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ คนที่ 21 บริเวณด้านหน้าอุทยานมังกรสวรรค์ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี ก่อนเดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้ง 24 ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมืองฯ

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 169 เขตเลือกตั้งที่ 1 สถานที่เลือกตั้งวัดหลักร้อย ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ชพก. พร้อมด้วยนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค ได้เดินทางไปใช้สิทธิ โดยนายสุวัจน์เปิดเผยว่า อยากให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการเลือกตั้งเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ชพก.กล้าพร้อมสนับสนุนพรรคที่ได้อันดับที่หนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยตนไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ขาดเสถียรภาพทางการเมือง ไม่เป็นคุณประโยชน์กับประเทศเลย ยังเป็นการเพิ่มวิกฤตให้กับประเทศด้วยซ้ำ

ทางด้านพรรคเพื่อไทย (พท.) เวลา 10.39 น. ที่บริเวณลานกีฬา 1 เคหะธานี 3 แขวงรามอินทรา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อมด้วยคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว โดยมีนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี น.ส.แพทองธาร และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี น.ส.พินทองทา ร่วมเดินทางมาด้วย

น.ส.แพทองธารกล่าวกรณีก่อนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ดูฤกษ์หรือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ว่า ไม่ได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไร เพียงแต่ได้กราบคุณแม่เพราะถือว่าเป็นพระในบ้าน และเป็นพระในใจของลูกอยู่แล้ว แล้วก็ถือว่าเป็นการกราบคุณพ่อด้วย พอกราบแล้วก็รู้สึกดี

ถามว่า คุณพ่อ (นายทักษิณ ชินวัตร ) ได้ให้กำลังใจหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า วันนี้ (14 พ.ค.) ยังไม่ได้คุยกับคุณพ่อ แต่คุยกันวานนี้ (13 พ.ค.) บอกให้ตนนอนเยอะๆ เพราะรู้ว่าเรามีลูกเล็กและตื่นบ่อย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากองค์กรต่างประเทศและสถานทูตเข้ามาสังเกตการณ์และติดตามดูการลงคะแนน รวมถึงติดตามดูการให้สัมภาษณ์ของ น.ส.แพทองธารด้วย

ที่โรงจอดรถอาคารชุดซิตี้เลคทาวเวอร์ ซอยสุขุมวิท 16 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย ของเขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พท. มาใช้สิทธิลงคะแนน ในลำดับที่ 154 โดยนายเศรษฐาแต่งกายแบบสบายๆ โดยสวมเสื้อโปโลสีดำ กางเกงสีเทาขาว รองเท้าผ้าใบสีขาว และเดินเท้ามารอใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 07.53 น. จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดี เป็นวันที่สำคัญของพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ทุก 4 ปีจะมีการใช้สิทธิเลือกตั้ง อยากเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิใช้เสียง

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 4 บริเวณที่จอดรถธนาคารออมสิน ภาค 2 ปากซอยสุขุมวิท 39 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนใช้สิทธิเลือกตั้งว่า  วันนี้กำลังใจดี ส่วนบุตรสาวได้ให้กำลังใจก่อนจะเดินทางมาใช้สิทธิ หลังจากเลือกตั้งก็จะพาไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อชดเชยเวลา                

ที่เขตเลือกตั้งที่ 8 หน่วยเลือกตั้งที่ 38 โรงเรียนประชานิเวศน์ (ระดับประถม) พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. พร้อมครอบครัวเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดย พล.ร.อ.เชิงชายกล่าวว่า หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากเห็นพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย ทุกคนอยากเห็นกระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า มีรัฐบาลมาบริหารประเทศเพื่อให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าต่อไป

'ลุงตู่' กำลังใจยังดี

ภายหลังการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แกนนำพรรคต่างๆ ทยอยเข้าที่ทำการพรรค   โดยที่พรรค รทสช. เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมความพร้อมสถานที่สำหรับบรรดาแกนนำและผู้สมัคร ส.ส.ที่จะมาร่วมลุ้นผลคะแนนการเลือกตั้ง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ หลังลงคะแนนเลือกตั้งได้เดินทางกลับเข้าบ้านพักอยู่กับครอบครัว  ต่อมาเวลา 18.20 น. เดินทางถึงที่ทำการพรรคด้วยสีหน้านิ่งเฉย ซึ่งทันทีที่รถยนต์จอด พล.อ.ประยุทธ์ได้สวัสดีบรรดาแฟนคลับที่มารอให้การสนับสนุนที่บริเวณหน้าที่ทำการพรรค ท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก

โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลพรรค รทสช.อยู่ในอันดับ 3-4 ว่า ก็ต้องขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน เมื่อถามว่ากำลังใจของท่านยังดีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีแน่ ดีแน่นอน ก็ขึ้นอยู่กับประเทศชาติ ประเทศไทยนั่นแหละ คนไทยว่าอย่างไรก็ตามนั้นแหละ

เมื่อถามว่า อยากจะบอกอะไรกับพรรคที่ผลโพลอยู่อันดับ 1-2 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ถอนหายใจพร้อมกล่าวว่า ไม่บอกอะ จะไปบอกอะไรเขาเล่า ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไร

อย่างไรก็ตาม แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นไปที่ชั้น 5 ของที่ทำการพรรคแล้ว บรรดาแฟนคลับก็ยังส่งเสียงสนับสนุน ว่า “แม้จะได้คะแนนเสียงน้อยกว่าพรรคการเมืองอื่นก็ไม่เสียใจ เพราะถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำดีที่สุดแล้ว และยังคอยสนับสนุนต่อไป อยู่ที่ไหนก็ยังสนับสนุนได้”

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงผลเอ็กซิตโพลหลังปิดหีบเลือก อยู่ในลำดับ 3 และลำดับที่ 4 พอใจหรือไม่  ว่า ต้องยอมรับว่าทุกคะแนนเสียงมาจากพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะได้กี่ที่เราก็พอใจ เพราะที่ผ่านมาผู้บริหารและผู้สมัคร ส.ส. ได้ทำเต็มที่แล้ว คะแนนของพรรค รทสช. สื่อมวลชนทราบดีว่าเป็นคะแนนที่มาจากพลังเงียบเยอะ ซึ่งตนคิดว่าไปรอลุ้นผลการนับคะแนนจริงจะดีกว่า

เมื่อถามย้ำว่า ดูจากผลโพลแล้วพล.อ.ประยุทธ์จะได้กลับมาหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ขอให้ดูจากผลโพล ดูจากคะแนนจริงจะดีกว่า ส่วนการพูดคุยการจัดตั้งรัฐบาล ดูจากผลโพลไม่ได้ ต้องดูจากคะแนนจริง รวมถึงต้องดูปัจจัย เงื่อนไขอื่น จุดยืน และแนวนโยบายตรงกันหรือไม่ ซึ่งพรรคจะต้องมีการปรึกษากันก่อน

ส่วนความเคลื่อนไหวพรรค พปชร.  ได้มีการตั้งวอร์รูมติดตามผลการเลือกตั้งอยู่ชั้น 5 ของที่ทำการพรรค ซึ่งภายหลังแกนนำพรรคแต่ละคนใช้สิทธิเลือกตั้งเสร็จ ได้ทยอยกันเดินทางเข้าพรรคในช่วงบ่าย โดยได้จัดเตรียมสถานที่ไว้สำหรับแถลงข่าวเพื่อขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนไว้ด้วย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงโพลจากสำนักต่างๆ ว่า เรามองที่ ส.ส.เขต ที่ส่งผู้สมัครลงในแต่ละพื้นที่ และเชื่อว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จตามเป้า ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล ทราบว่าบางพรรคพูดคุยกันมาก่อนแล้ว เชื่อว่าการพูดคุยคงไม่จบง่าย ต้องคุยกันหลายวัน

ต่อมาเวลา 21.03 น. พล.อ.ประวิตร เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค ทันทีที่มาถึงได้แถลงเปิดใจสั้นๆ ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้สื่อข่าว และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับพรรคพปชร.ในทุกเขต ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ อย่างไรก็แล้วแต่ที่มอบให้กับพรรคพปชร. ส่วนอย่างอื่นไว้ค่อยว่ากัน ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอกันอีก เพราะยังนับคะแนนไม่เสร็จ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีคนสนใจเรื่องการจับขั้วตั้งรัฐบาล พปชร.ได้คุยกับพรรคอื่นบ้างหรือยัง พล.อ.ประวิตร ส่ายหัวพร้อมกับกล่าวว่า ยัง เมื่อถามว่า เห็นคะแนนที่ออกมารู้สึกอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า เซอร์ไพรส์หรือไม่ที่พรรคก้าวไกลแลนด์สไลด์ขนาดนี้ แต่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงขอบคุณครั้งนี้ พล.อ.ประวิตรใช้เวลาแถลงอย่างรวดเร็วไม่ถึง 1 นาที ตอบคำถามอย่างกระชับ และปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงผลคะแนนของพรรคก้าวไกลที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ รวมถึงกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่าถอดใจหรือไม่ โดยได้เดินออกจากโพเดียมขึ้นห้องทำงานพร้อมบรรดาแกนนำพรรคทันที ขณะที่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดอะไร และบางช่วงที่ยิ้มให้กับแกนนำพรรคและมวลชน

'เสี่ยหนู' ปลื้ม ภท.ไต่ขึ้นที่ 3

ที่พรรค ปชป.  เวลา 17.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ลงมาแถลงข่าวขอบคุณประชาชนที่ออกมาลงคะแนนให้ผู้สมัครเขตและบัญีรายชื่อของพรรค  ยืนยันทุกคนพร้อมเข้าไปทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ส่วนที่มองว่าเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาพรรคและเส้นทางการเมืองของหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ยืนยันว่า ไม่รู้สึกกดดัน ตนอยู่กับการเมืองมานานตลอดชีวิต ถ้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีปัญหาอะไร และจะเดินในเส้นทางการเมืองต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผูัสื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีกองเชียร์ หรือผู้สนับสนุนพรรคเข้ามาร่วมลุ้นคะแนนเหมือนทุกครั้ง มีเพียงสื่อมวลชนที่คอยติดตามสถานการณ์อยู่เท่านั้น

ที่โรงแรมอมารี จ.บุรีรัมย์ เวลา 20.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท .ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เราก็รอรับการรายงานคะแนนของผู้สมัครของพรรคในแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้รับทราบมาว่ามี ส.ส.ไม่น้อยกว่าเดิม และค่อนข้างจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยปี 62 พรรคได้ ส.ส.เขต 39 คน ซึ่งขณะนี้หากนับคร่าวๆ ส.ส.เขตเราได้เยอะกว่าเดิม แต่คะแนนก็ยังไม่นิ่งเท่าไหร่ ทั้งนี้ต้องกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มั่นใจ ไว้วางใจ เชื่อมั่น และพอใจในผลงานของ ภท. ทำให้ ภท.โตขึ้นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 62 เราได้ลำดับที่ 5 แต่ตอนนี้เราอยู่ลำดับที่ 3 แต่ยังเกิดในกรุงเทพฯ ไม่ได้ ก็เป็นที่น่าเสียดาย ส่วนการร่วมรัฐบาล ให้การนับคะแนนเสร็จสิ้นก่อน ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังไม่นิ่ง

เวลา 20.00 น. ที่พรรค ชทพ. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงว่า ขอบคุณคนไทยทุกคนที่ออกมาลงคะแนน ไม่ว่าจะให้กับพรรคใดก็แล้วแต่ แต่การมาออกเสียงวันนี้เป็นกำลังสำคัญในการที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ชทพ.จะให้คำมั่นว่าทุกๆ คะแนนเสียงที่ให้พวกเราในทุกๆ พื้นที่จะสนองกลับไปเป็นการตั้งใจในการทำงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย

เมื่อถามว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งควรจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ต้องดูก่อนว่าพรรคอันดับหนึ่งสามารถรวบรวมเสียงในสภาได้เกินครึ่งหรือไม่ อย่างไร เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา บางครั้งหากพรรคอันดับหนึ่งจัดไม่ได้ตั้งไม่ได้ จะเป็นพรรคอันดับสอง แต่ตอนนี้เร็วเกินว่าใครได้อันดับหนึ่ง

ที่พรรคเพื่อไทย เวลา 17.15 น. น.ส.แพทองธารเดินทางมาถึงที่ทำการพรรค แล้วให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่บอกว่าจะไม่แลนด์สไลด์ว่า ขณะนี้ตนยังไม่เห็น แต่ก็ขอให้รอก่อน ใจเย็นๆ ทั้งนี้ยังมั่นใจ ตนเพิ่งมาถึงพรรค ยังไม่ได้คุยกับใคร แต่ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ทุกพรรคก็ต้องน้อมรับในสิ่งที่ประชาชนเลือก ในส่วนของตัวเลข ส.ส.ว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น  อาจจะต้องมีการคุยกันคร่าวๆ เป็นแนวทาง แต่คงไม่มีอะไรที่เป็นทางการ

ต่อมานายเศรษฐาเดินทางมาถึงพร้อมกับกล่าวว่า วันนี้ขับรถมาที่พรรคเอง ตั้งใจมาฟังผล ต้องขอบคุณทีมงานที่ร่วมทำงานกันมา และมีหลายกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของพรรค ทุกคนช่วยเหลือกันดีมาก

เมื่อถามว่า โพลหลายสำนักออกมาตรงกันว่าเพื่อไทยจะได้เสียง 180-200 เสียง เพื่อไทยจะไม่แลนด์สไลด์ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ทราบขอรอฟังผลอย่างเป็นทางการ

'เพื่อไทย' ลุ้นระทึก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบ  แกนนำ พท.เดินทางมาร่วมลุ้นผลการนับคะแนน ซึ่งพรรค พท.ได้ติดตั้งจอมอนิเตอร์ไว้ที่บริเวณทางเข้าชั้น 1 เพื่อให้กลุ่มผู้สนับสนุนมาร่วมติดตามผลการนับคะแนน ขณะที่บริเวณชั้น 7 ได้มีการติดตั้งจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 3 จอ เพื่อรายงานผลการนับคะแนน และได้รวมตัวกันลุ้นผลนับคะแนนที่บริเวณชั้น 6 และก็มีจอมอนิเตอร์รายงานผลคะแนนเช่นเดียวกัน ในช่วงหนึ่งเมื่อเวลา 18.15 น. น.ส.แพทองธารและนายเศรษฐาได้เข้ามาพูดคุยทักทายกับสื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนต่างชาติอย่างเป็นกันเองด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเริ่มมีการเริ่มนับคะแนนผลการเลือกตั้ง   คะแนนของพรรคก้าวไกลนำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเมืองใหญ่ ทำให้บรรยากาศที่พรรค พท. ไม่คึกคักตาม เหมือนที่หลายคนประเมินไว้ เพราะจนถึงเวลา 19.00 น. คะแนนของพรรค พท. ยังไม่แลนด์สไลด์ตามที่คิด แต่แกนนำพรรค พท.ยังไม่ถอดใจ เนื่องจากมีการประเมินกันว่าในที่สุดแล้วพรรค พท. จะมีคะแนนมากกว่าพรรคก้าวไกล และทั้ง 2 พรรค เมื่อรวมคะแนนกันแล้วจะมีคะแนนเกิน 350 เสียง แต่แกนนำพรรค พท. ยังไม่ได้ยังไม่ได้คิดไกลไปถึงการจัดตั้งรัฐบาล และต้องรอผลคะแนนที่ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

ที่พรรคก้าวไกล เวลา 17.40 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค แถลงปิดหีบเลือกตั้งว่า โพลจาก 3 สถาบัน ทิศทางคะแนนก้าวไกลเป็นไปตามนั้น โดยเฉพาะนิด้าโพลที่ กทม. พรรคก้าวไกลได้ 32 จาก 33 เขต เชื่อว่าเป็นตามนั้น สิ่งที่พอสรุปได้คือ ที่ 1 ของก้าวไกล มีสิทธิเป็นไปตามโพล ดูแล้วตัวเลขคะแนนพรรคก้าวไกลจะทะลุ 3 หลักแน่นอน

"ถ้าโพลเป็นเช่นนั้น พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ก็มีเสียงเพียงพอจับมือตั้งรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากได้ เป็นนิมิตหมายที่ดี การเปลี่ยนแปลงมาถึงประเทศไทยแล้ว ส่วนคะแนนนอกราชอาณาจักรและนอกเขต ที่พรรคก้าวไกลก็ต้องขอบคุณ จะทำงานไม่ให้ทุกคนผิดหวัง"

เมื่อถามว่า จะคุยพรรคเพื่อไทยเรื่องตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ยังไม่ได้คุย รอมติประชาชนให้นับจนเสร็จก่อน คงมีโอกาสได้คุยกัน 4-5 ทุ่มเป็นต้นไป จะได้ยินดีกัน จะให้กรรมการบริหารพรรคร่วมตัดสินใจด้วย

ถามว่า พร้อมทำงานตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า การทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านจะตอบโจทย์ความท้าทายประเทศที่สุด เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน ทั้งนี้ การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีการทำเอ็มโอยูและตั้งเงื่อนไข จะต้องปรึกษากับกรรมการบริหารพรรคก่อน ถ้าพรรคก้าวไกลมีอำนาจต่อรอง ก็จะต่อรองเพื่อประชาชน คิดถึงประชาชนเป็นตัวตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะมาร่วมตั้งรัฐบาลด้วยเป็นไปได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ใครเปลี่ยนอุดมการณ์คุยกันยากหน่อย แต่จุดยืนที่ชัดอยู่คือ มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง  เมื่อถามว่าถ้าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรจะร่วมรัฐบาลกันได้หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุคคลทั้งสองพรรค ไม่ว่าหัวหน้าพรรคของพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติจะเป็นใคร ก็จะไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ในนั้น

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับ 1 พร้อมเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธาตอบว่า แน่นอน เพราะเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย พรรคที่มาเป็นที่ 1 ย่อมมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด

ดักคอ สว.อย่าฝืน ปชช.

ส่วนถ้าพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นที่ 1 แต่มีอุปสรรคอยู่ที่ ส.ว.ไม่โหวตให้ จะทำอย่างไร นายพิธากล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดเดาถึงขณะนั้น บางทีเราอาจมีโจทย์หลอก หรือคิดไปเองมากเกินไป เชื่อว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา วุฒิสภาเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยพอสมควร ส.ว.หลายคนพูดว่าไม่ต้องการฝืนมติประชาชน ดังนั้นต้องดูน้ำหนักการเมืองอีกครั้ง เมื่อประชาชนแสดงเจตจำนงแล้วต้องการให้ใครเป็นคนแบกความฝัน ความหวัง ไม่ควรมีใครไปฝืนมติประชาชนหมู่มาก ไม่เป็นสิ่งดี รวมถึงคนที่จะโหวตสวนด้วย

"ไม่มีการลดเพดานจุดยืนทางการเมือง จุดยืนเรายังเหมือนเดิม แต่ถ้าจะถามว่า นโยบายใครก่อนหรือหลัง เป็นเรื่องระบบรัฐสภา ต้องดูน้ำหนักการเมืองว่า ใครมาเป็นอันดับ 1 และ 2 ต้องมาเจรจากัน" นายพิธากล่าวเมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจะมีการลดเพดานเรื่องจุดยืนทางการเมืองในการตั้งรัฐบาลหรือไม่

ถามว่า หากนายพิธาเป็นนายกฯ จะสื่อสารกับคนที่เห็นต่างอย่างไร นายพิธาตอบว่า ต้องใช้ความอดทน มีวุฒิภาวะ เพราะทุกสังคมมีความขัดแย้ง อยู่ที่กระบวนการและวิธีทำงานที่มีระบบรัฐสภาสร้างขึ้นมาแก้ไขความขัดแย้ง ถ้ายังยึดมั่นระบบรัฐสภา ทำงานเต็มที่ คืนศรัทธาให้ระบบรัฐสภา ทำงานตามเจตนารมณ์ประชาชน ไม่ทุจริต ทำให้การเมืองเข้มแข็ง จะแก้ไขความขัดแย้งในสังคมได้

ต่อมา เวลา 21.10 น. ที่พรรค พท.นายเศรษฐา ทวีสิน พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค และ น.ส.ลินธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการและรักษาการโฆษกพรรค ลงมาทักทายสื่อมวลชนที่มาปักหลักทำข่าวการนับผลคะแนนการเลือกตั้ง

โดยนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งหลัง กกต.นับคะแนนไปได้ 26% แล้ว ได้คุยกับพรรคก้าวไกลแล้วหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับทางพรรค ก.ก. และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ยังไม่ได้ต่อสายมา ซึ่งอย่างไรก็ตามต้องขอคุยกับฝ่ายประชาธิปไตยที่ร่วมอุดมการณ์ด้วยกันมาก่อน

เมื่อถามว่า ตามธรรมเนียมใครต้องติดต่อใครก่อน นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนเองก็หน้าใหม่ทางการเมือง เมื่อถามว่าผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรค ก.ก.นำอยู่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ใช่ก้าวไกลนำ ผมนำอยู่ และผมมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยยังชนะการเลือกตั้ง”  

เมื่อถามว่า ตอนนี้พรรครัฐบาลเดิมยังไม่มีพรรคไหนยอมรับความพ่ายแพ้ กังวลเรื่องการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีความชอบธรรม ยืนยันตอนนี้คะแนนเรายังนำอยู่ ไม่มีใจเสีย สู้ตลอด

เมื่อถามถึงคะแนนในส่วนของ กทม. นายเศรษฐากล่าวว่า “ยอมรับว่า กทม.ใจเสียแน่นอน กรุงเทพฯ ผิดหวังครับ ทั้งนี้ แปลกใจนิดหน่อย” เมื่อถามว่า ไม่แลนด์สไลด์ใจเสียหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ครับ ยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้อยู่”

'พิธา' พร้อมนั่งนายกฯ

เวลา 22.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นายพิธาแถลงว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ แม้จะยังนับคะแนนไม่หมด แต่ขอประกาศว่าน่าจะทะลุเกินหนึ่งร้อยไปแล้ว เรามั่นใจชนะขาดไปแล้ว 72 เขต และอีก 50 เขตใกล้นับเสร็จ โดยขณะนี้คะแนนนำอยู่ เท่ากับรวมเป็น 120 เขต ส่วนจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อคาดว่าน่าจะได้ 35-40 เขตโดยประมาณ เรามั่นใจการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะบรรลุเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ดีเราจะทะลุ 160 เขต หรืออาจมากกว่านั้น

 “ผลการเลือกตั้งตอนนี้น่าจะชัดพอสมควรโอกาสตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่น่าจะเหลือแล้ว พรรคที่คะแนนเกินหนึ่งร้อยมีเพียงก้าวไกลและเพื่อไทย ขั้วรัฐบาลเดิมโอกาสเกินร้อยน้อยมาก เหลือเพียงดูว่าใครจะได้คะแนนอันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตอนนี้พูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ แต่ในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) จะมีประชุมกรรมการบริหารพรรคในการจัดตั้งรัฐบาลและจัดทำเอ็มโอยูร่วมกับเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงจะได้พูดคุยกับพรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติด้วย”

เมื่อถามถึงพรรคก้าวไกลแลนด์สไดล์ในกรุงเทพมหานคร นายพิธากล่าวว่า ขณะนี้ได้อีก 4 เขต ยังนับคะแนนไม่เสร็จ ที่เหลือได้รับการยืนยันแล้วว่าเราชนะทุกเขต อย่างไรก็ตาม ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นอันดับหนึ่ง พรรคก้าวไกลจะต้องจัดตั้งรัฐบาล และตนเป็นนายกฯ

ถามต่อว่า การตั้งรัฐบาลจะต้องคำนึงถึงการกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ หัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุว่า ถ้านายทักษิณกลับมาสู่กระบวนการยุติธรรมจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่พลเมืองควรได้รับ ไม่ใช่เฉพาะแค่นายทักษิณคนเดียว และเชื่อว่าการที่ทักษิณกลับมาจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ไม่ใช่ก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ไม่มีความยุติธรรมเกิดขึ้น ต้องมีความรับผิด รับชอบ จะต้องให้ระบบยุติธรรมเกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย แต่จะรับไม่ได้จริงๆ ถ้าอยู่ดีๆ แล้วมีนายกฯ เหนือเมฆเข้ามา

ล่าสุด 22.45 น. ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.รวมทั้งสิ้น 149 ที่นั่ง ส.ส.เขต 113 ที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่ 36 ที่นั่ง ตามมาด้วย เพื่อไทย ได้ ส.ส.รวม 148 ที่นั่ง ส.ส.เขต 117 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 31 ที่นั่ง, ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.รวม 67 ที่นั่ง ส.ส.เขต 63 ที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 ที่นั่ง, พลังประชารัฐ ได้ ส.ส.รวม 34 ที่นั่ง ส.ส.เขต 32 บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง, รวมไทยสร้างชาติ ได้ 32 ที่นั่ง ส.ส.เขต 19 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 13 ที่นั่ง, ประชาธิปัตย์ 23 ที่นั่ง ส.ส.เขต 20 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 3 ที่นั่ง, ชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง ส.ส.เขต 9 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง, ประชาชาติ  6 ที่นั่ง ส.ส.เขต 5 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง, ไทยสร้างไทย 4 ที่นั่ง ส.ส.เขต 3 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง และชาติพัฒนากล้า 4 ที่นั่ง  ส.ส.เขต 3 บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือพรรคอื่นๆ

ส่วนกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล   นำทั้งหมด 30 เขตจาก 33 เขต เหลือ เขต 10,  11 และ 20 ที่ยังไม่ชัดเจน. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง