เด็กหญิงหน่อยยกผลวิจัยสถาบันพระปกเกล้าชี้ชัดปัตตานีไม่ต้องแยกตัว ความขัดแย้งยาวนานกว่า 20 ปี ถึงเวลาต้องงัดคำสั่งนายกฯ 66/23 กลับมาปัดฝุ่น “บิ๊กเด่น” สั่ง บช.ภ.9 ล่ามือยิงตำรวจอย่างอุกอาจ ชงเลื่อนเงินเดือน 8 ขั้น พระราชทานยศเป็น พ.ต.ท. ให้ “ส.ต.ต.พิจักษณ์ บัวแก้ว”
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2566 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และหนึ่งในคณะทำงานย่อยแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ให้ความเห็นกรณีมีความพยายามจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการจัดสัมมนาทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) ซึ่งมีการเสนอทำประชามติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดนว่า การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกภาคส่วนควรอดทน ละเอียด รอบคอบต่อการแก้ไขปัญหา ระวังอย่าเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวส่งผลให้ปัญหาบานปลายเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต
นายชวลิตกล่าวอีกว่า ในฐานะที่เคยทำงานในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร สมัยที่ผ่านมามีข้อสังเกตต่อแนวทางแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2 ประการ คือ 1.สถาบันพระปกเกล้า โดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เคยทำงานวิจัยแนวทางแก้ไขปัญหา 3 จชต. โดยใช้ชื่องานวิจัยนั้นว่า PEACE SURVEY สำรวจความคิดเห็นประชาชน 3 จชต.ถึง 5 ครั้ง โดยในครั้งที่ 5 สำรวจความเห็นระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค.2562
โดยถามความเห็นประชาชนถึงรูปแบบการปกครองที่ต้องการ พบว่ารูปแบบการปกครองที่เป็นอิสระจากประเทศไทย เป็นรูปแบบที่ประชาชนต้องการน้อยที่สุด ส่วนรูปแบบการปกครองที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ รูปแบบการปกครองที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้นด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทย
“ข้อสังเกตในประเด็นนี้ก็คือ ความคิดเห็นของประชาชนใน 3 จชต.ในการเป็นอิสระจากประเทศไทยนั้นมี แต่น้อย และมีข้อสังเกตอีกว่า ถ้าไม่ปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา ปล่อยให้ปัญหาความไม่สงบ ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความยากจน และความอยุติธรรม เป็นปัญหาที่จมลึกอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ไปมากกว่านี้ ก็จะกระทบและสร้างความเสียหายต่อการพัฒนาประเทศโดยภาพรวมมากขึ้นๆ”
นายชวลิตกล่าวต่อว่า 2.กมธ.กฎหมายฯ ได้ศึกษาเรื่องแนวทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการพัฒนาสร้างสันติสุขและประชาธิปไตยใน 3 จชต. ซึ่งรายงานของ กมธ.มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองร่วมเป็น กมธ. ได้ให้ความเห็นชอบกับรายงานพร้อมทั้งเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมแล้ว แต่การพิจารณาไม่ถึง ระเบียบวาระ หมดสมัยประชุมไปก่อน ซึ่งบทสรุปของ กมธ.ต่อการแก้ไขปัญหา 3 จชต. คือปรับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา โดยใช้นโยบายเศรษฐกิจ การเมือง นำการทหาร และน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาปรับใช้อย่างจริงจัง
“เวลาของความขัดแย้ง ความไม่สงบ ได้ยืดเยื้อยาวนานเกือบ 20 ปีติดต่อกัน สร้างความเสียหายต่อชีวิต จิตใจ ทรัพย์สิน ทั้งของประชาชนและทางราชการมากมาย ถึงเวลาที่จะให้อภัยต่อกัน โดยหลักศาสนาทั้งพุทธและมุสลิม โดยนำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์” นายชวลิตระบุ
นายชวลิตกล่าวอีกว่า ในส่วนข้อเสนอจากพรรค ทสท.นั้น พรรคได้นำงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าและรายงานของ กมธ.กฎหมายฯ มาปรับใช้ โดยมีไทม์ไลน์ในการแก้ไขปัญหา 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งระยะยาวเป็นระยะสุดท้าย เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เมื่อบริหารจัดการ 2 ขั้นตอนแรกเรียบร้อย
วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีกลุ่มก่อความไม่สงบ 4 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะก่อเหตุถล่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ขณะอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้รถสัญจรไปมาบริเวณป้อมถนนข้ามทางรถไฟ ในพื้นที่ ม.6 ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ ส.ต.ต.พิจักษณ์ บัวแก้ว อายุ 22 ปี ผบ.หมู่ นปพ.ปัตตานี สภ.นาประดู่ เสียชีวิตทันทีเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.
ล่าสุด พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ ซึ่งช่วงเกิดเหตุมีประชาชนสัญจรไปมาตลอดเวลาโดยที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะการแกะรอยกลุ่มคนร้ายจากภาพวงจรปิดที่สามารถจับภาพได้ในขณะเกิดเหตุ จะเห็นว่ามีคนร้ายมาด้วยกัน 4 คน ใช้รถ จยย. 2 คัน โดยคนร้ายที่ซ้อนท้ายทั้งสองคันนั้นมีลักษณะแต่งกายคล้ายสตรีมุสลิม โดยคลุมศีรษะ ส่วนคนขี่สวมหมวกกันน็อกได้ขี่รถ จยย.ผ่านป้อมทางรถไฟแล้วจอดห่างจากป้อมประมาณ 3 เมตร จากนั้นคนร้ายที่ซ้อนท้ายทั้ง 2 คนฉวยโอกาสทันทีโดยการบุกเข้าไปด้านหลังป้อม ก่อนจะประชิดตัว ส.ต.ต.พิจักษณ์ที่ไม่ทันระวังถูกคนร้ายกระหน่ำยิง แต่ดูเหมือนว่า ส.ต.ต.พิจักษณ์ พยายามยิงสู้คนร้ายด้วยจนกระทั่งตัวเองเสียชีวิต ขณะที่คนร้ายอีก 2 คนยืนคุมเชิงอยู่ริมถนน หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนเอ็ม 16 และ 9 มม.ของ ส.ต.ต.พิจักษณ์ไปด้วย โดยจากภาพคนร้ายได้หันรถกลับหลบหนีไปตามเส้นทางสาย ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์
ขณะที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคงระบุว่า หลังเกิดเหตุได้มีการไล่กล้องทุกตัวที่อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ รวมไปถึงตามเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ล่าสุดคดีมีความคืบหน้าเกี่ยวกับคนร้าย รวมไปถึงเบาะแสต่างๆ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาทั้งตำรวจ ทหาร ได้สั่งกระจายกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามพื้นที่เป้าหมาย ทั้งใน ต.นาเกตุ, ต.นาประดู่ และ ต.โคกโพธิ์ รวมไปถึงเขตรอยต่อ อ.เทพา จ.สงขลา และขณะนี้รอผลตรวจกระสุนของคนร้ายเพื่อเทียบเคียงว่าตรงกับการก่อเหตุในคดีใดบ้าง และจากการสืบสวนสอบสวนและพฤติการณ์การก่อเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มของนายอับดุลเลาะ มูดอ, นายอับดุลเลาะ บือราเฮง และนายไซฟุดดิน หะยีเต๊ะ ทั้งสามมีหมายจับคดีความมั่นคงหลายคดี รวมไปถึงคดีถล่มยิง สภ.นาประดู่
ด้าน พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในเรื่องนี้ว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการได้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 เร่งสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว พร้อมกำชับเพิ่มความเข้มมาตรการดูแลความปลอดภัย สถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาและสำนักงานกำลังพลดูแลสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่
สำหรับความช่วยเหลือเยียวยาดูแลสิทธิประโยชน์นั้น ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เสนอปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ โดยขอเลื่อนเงินเดือนให้ 8 ขั้น ขอพระราชทานยศเป็น พ.ต.ท. การช่วยเหลือบรรจุทายาท รวมทั้งมีการให้เงินช่วยเหลือดูแลในส่วนของสิทธิประโยชน์อื่นๆ ทั้งของผู้เสียชีวิตและครอบครัวจำนวน 2,927,235 บาท
“ผบ.ตร.ขอสดุดีและแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ส.ต.ต.พิจักษณ์ บัวแก้ว ที่สูญเสียตำรวจกล้า เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นวีรกรรมที่กล้าหาญ ถือเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับการช่วยเหลือ เยียวยา ดูแลสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ให้สมกับสิ่งที่ ส.ต.ต.พิจักษณ์ ตำรวจกล้าได้ปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ”พล.ต.ท.อาชยนระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

