"ในหลวง-พระราชินี" ทรงเสียพระราชหฤทัยกับครอบครัวผู้ที่เสียชีวิต และทรงให้กำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บ จากเหตุสะพานยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม พบผู้เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 13 ราย “ชัชชาติ” ปัดสั่งเปลี่ยนแบบ เชื่อสาเหตุเกิดจากความผิดพลาดในการก่อสร้าง สั่งเร่งรื้อถอนใน 3 วัน ผบช.น.เร่งสอบหาสาเหตุ สอบปากคำพยานแล้ว 7 ราย พร้อมเรียกผู้รับเหมาเข้าสอบปากคำ
จากกรณีอุบัติเหตุสะพานยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลงมาบริเวณหน้าห้างโลตัส สาขาลาดกระบัง ถนนหลวงแพ่ง วันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายคือ นายฉัตรชัย ประเสริฐ วิศวกรคุมงานก่อสร้าง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนายอรัญ สังขรักษ์ อายุ 24 ปี คนงานของโครงการ เสียชีวิตที่โรงพยาบาล (รพ.) จุฬารัตน์ 9 ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งสิ้น 13 ราย
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 13.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคานสะพานข้ามแยกโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังทรุดตัว และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลหัวเฉียว จำนวน 1 ราย, โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต จำนวน 3 ราย และโรงพยาบาลลาดกระบัง จำนวน 2 ราย
ในการนี้ เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย และพระราชทานกำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวได้รับทราบ การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการเคลื่อนย้ายโครงสร้างที่ถล่มลงมา เพราะต้องรอรถเครนอีกคันที่มีน้ำหนัก 400-500 ตัน เข้าเคลื่อนย้ายโครงเหล็กคานปูนที่ถล่มลง สำหรับการจราจรยังปิดถนนหลวงแพ่งมุ่งหน้าถนนลาดกระบัง ส่วนถนนลาดกระบังมุ่งหน้าถนนหลวงแพ่งยังใช้ได้ตามปกติ
นายชัชชญา ขำจันทร์ ผอ.เขตลาดกระบัง กล่าวว่า ได้มีการติดต่อผู้รับเหมาเข้าให้ข้อมูลแล้วบางส่วน และประสานกับตำรวจในการสอบสวนหาสาเหตุ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างละเอียด ส่วนซากรถยนต์ที่ติดอยู่ใต้ซากสะพาน คันที่ถูกทับแบนราบ พบว่าเป็นของผู้รับเหมา ซึ่งได้พบตัวและยืนยันแล้วว่าในรถไม่มีใครติดอยู่อีก ส่วนรถของประชาชน 2 คัน หนึ่งในนั้นเป็นของชาวเวียดนามที่ขับมากับผู้หญิงคนหนึ่ง พบว่ารถเสียหายเล็กน้อย แต่คนปลอดภัยดีทั้งหมด
รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น และการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ คาดว่าระหว่างการดึงลวดเพื่อเชื่อมโครงสร้างสะพานเข้าด้วยกัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าอุปกรณ์ยึดตัวสะพาน (ลอนเชอร์) จะรับน้ำหนักไม่ไหวเกิดการพลิกตัวไปด้านซ้าย ทำให้ลวดที่ใช้ดึงสั่นสะเทือนและขาด เกิดเป็นเสียงระเบิด ทำให้เกิดการทรุดของสะพานในเวลาต่อมา กรณีนี้ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างตอม่อของสะพาน เนื่องจากมีการตอกเสาเข็มลงลึกถึงชั้นทราย และมีความแข็งแรง
ต่อมานายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยทีมรองผู้ว่าฯ และสำนักการโยธา ร่วมกันแถลงข่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบสาเหตุ สันนิษฐานว่าเกิดจากตัวโครงสร้างสะพาน (Box Segment) พังลงขณะดึงลวดอัดแรงส่งผลให้ Launching Truss เสียสมดุล และล้มพับทับ โครงสร้างสะพานบริเวณเสาที่ 83 และ 84 เสียหาย 1 ช่วงสะพาน พร้อมปฏิเสธว่า กทม.ไม่ได้เป็นคนสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบในการก่อสร้าง แต่ทางผู้รับเหมาได้แจ้งขอเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้การก่อสร้างเร็วขึ้น จากแบบเดิมการหล่อตัว Box Segment ทำในพื้นที่ แต่ขอเปลี่ยนแบบ Box Segment แบบสำเร็จ
"แต่ยืนยันรูปแบบดังกล่าวเป็นวิธีก่อสร้างที่มีการทำกันอยู่แล้ว มีการควบคุมตามหลักวิศวกรรม ไม่ได้มีความปลอดภัยน้อยลง แต่คาดว่าสาเหตุเกิดจากความผิดพลาดในการก่อสร้าง ส่วนบริษัทที่รับเหมายอมรับเพิ่งรับงานครั้งแรกกับทาง กทม.และประมูลตามขั้นตอน และเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 4 แสนบาท และเป็นผู้ชนะการประมูล ซึ่งนอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว ใน กทม.ไม่มีการก่อสร้างแบบในจุดเกิดอื่น มีเพียงการก่อสร้างสะพานทางเดินเชื่อมตรงย่านบางกะปิ"
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้คือให้บริษัทรับเหมาเสนอแผนการรื้อถอน โดยมีโยธา กทม.และวิศวกรรมสถานเป็นผู้พิจารณา โดยขณะนี้สั่งระงับการก่อสร้างทั้งหมดไว้ก่อน และตรวจสอบความแข็งแรงของตัว Launching Truss อีกตัวที่เหลืออยู่ คาดว่าจะต้องปิดการจราจรอย่างน้อย 3 วัน ซึ่งในการขั้นตอนการรื้อถอนได้สั่งกำชับให้มีการเก็บหลักฐานต่างๆ ด้วย
สำหรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงทรัพย์สินความเสียหายต่างๆ ทาง กทม.และบริษัทผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบและดูแลอย่างเต็มที่ เบื้องต้น ผู้บาดเจ็บ 13 ราย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว
ด้าน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ลงพื้นที่เกิดเหตุ เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าตรวจสอบภายในซากสะพานที่ถล่มลงมาได้ เนื่องจากยังเป็นพื้นที่อันตราย เสี่ยงที่จะทรุดตัวลงมาได้ แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำรวจผู้ที่สัญจรในช่วงเวลาเกิดเหตุและประชาชนพักอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ ว่ามีใครสูญหายหรือติดต่อไม่ได้บ้าง และได้มีคำสั่งให้จัดตั้งคณะพนักงานสอบสวนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 รวบรวมรายชื่อพยานและพยานเอกสาร เริ่มตั้งแต่การควบคุมงานก่อสร้างไปจนถึงการเทหล่อสะพานยกระดับ ว่ามีการแบ่งงานคนงานก่อสร้างอย่างไร วิศวกรที่มีการควบคุมดูแลได้ทำตามขั้นตอนหรือไม่ เพื่อนำไปสู่ประเด็นการสอบสวนถึงสาเหตุที่สะพานถล่มลงมา นอกจากนี้ ได้เห็นกล้องวงจรปิดที่ร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน ซึ่งเห็นภาพขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นคานรับน้ำหนักที่เป็นโครงสร้างเหล็กได้ทรุดตัว จึงทำให้คานปูนทรุดตัวตามลงมา จึงต้องส่งวงจรปิดให้กับผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบถึงสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
พ.ต.อ.พรรณลบ สำราญสม ผกก.สน.จรเข้น้อย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องแล้ว 7 ปาก มีทั้งพยานที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ สำหรับผู้บาดเจ็บ 8 ราย กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 4 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 4 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังคงมีจำนวน 2 ราย โดยญาติได้ติดต่อเข้ารับศพที่สถาบันนิติเวชฯ โรงพยาบาลตำรวจแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีนั้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมตั้งคณะทำงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำแล้ว และได้ติดต่อผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้ไปสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทางผู้รับเหมาแจ้งว่าคงติดภารกิจการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและต้องเร่งกู้ซาก ต้องให้เวลาระยะหนึ่ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

