คุก‘สายน้ำ’12ด. ใส่เสื้อครอปท็อป ล้อเลียน‘กษัตริย์’

ศาลเยาวชนฯ พิพากษา  "สายน้ำ" ผิดมาตรา 112 สั่งจำคุก 3 ปี   ลดเหลือ 12 เดือน แต่รอการลงโทษ 2 ปี    เหตุแต่ง "เสื้อครอปท็อป" เดินแฟชั่นโชว์ที่สีลม ชี้เจตนาสื่อถึงสถาบันกษัตริย์   เป็นการล้อเลียนเสียดสี ไม่ใช่การแสดงออกตามมุ่งหมายรัฐธรรมนูญหรือโดยสุจริต กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เวลา 09.00 น. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนัดอ่านคำพิพากษาในคดีของ “สายน้ำ” นักกิจกรรมผู้ถูกฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุแต่งเสื้อครอปท็อป (เสื้อกล้ามเอวลอย) เข้าร่วมเดินแฟชั่นโชว์ และเขียนข้อความบนร่างกายในการชุมนุม #ภาษีกู เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่บริเวณด้านหน้าของวัดแขก บนถนนสีลม

คดีนี้มี วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ แอดมินเพจ “เชียร์ลุง” เป็นผู้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ สน.ยานนาวา และพนักงานอัยการคดีเยาวชนมีคำสั่งฟ้อง “สายน้ำ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ,  พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มาตรา 34 (6) และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ มาตรา 4

พฤติการณ์ข้อกล่าวหาโดยสรุประบุว่า สายน้ำได้ร่วมเดินบนพรมแดงฝั่งถนนสีลมขาออก โดยแต่งกายด้วยชุดครอปท็อปสีดํา (เสื้อกล้ามเอวลอย) สวมกางเกงยีนส์ขายาวใส่รองเท้าแตะ และเขียนข้อความที่ร่างกายบริเวณแผ่นหลังลงมาถึงเอวว่า “พ่อกูชื่อมานะ ไม่ใช่ (ชื่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน)” โดยก่อนที่สายน้ำจะเดินออกมา บุคคลซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใครที่ทําหน้าที่พิธีกรได้ประกาศว่า “เตรียมตัวหมอบกราบ”  แล้วเมื่อสายน้ำเดินผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม มีผู้ชุมนุมได้ตะโกนคําว่า “ทรงพระเจริญ”  และ “ในหลวงสู้ๆ”

สำหรับบรรยากาศที่ศาลเยาวชนฯ  ตั้งแต่ในช่วงเช้า พบว่าเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจศาล จัดกำลังมาเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยหลายสิบนาย

การอ่านคำพิพากษาเกิดขึ้นที่ห้องพิจารณาคดีที่ 7 สายน้ำ, มารดาของสายน้ำ, ที่ปรึกษากฎหมาย, ผู้ไว้วางใจมารออยู่ที่ห้องพิจารณา นอกจากนี้ยังมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ติดตามคดีเยาวชนมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

โดยเมื่อเวลา 09.43 น. ศาลออกนั่งพิจารณา ก่อนเริ่มอ่านคำพิพากษาโดยสรุปว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และในหลวงรัชกาลที่ 10 อยู่ในสถานะเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 6 อีกทั้งมาตรา 50 แห่งรัฐธรรมนูญ ก็กำหนดให้ชนชาวไทยมีหน้าที่พิทักษ์ดำรงรักษาไว้ทั้งเรื่องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  รวมถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นผู้ใดจะแสดงกิริยาล้อเลียนเสียดสี หรือแสดงพฤติกรรมเลียนแบบว่าเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ได้

ในข้อหาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ศาลพิเคราะห์จากบริบท พฤติการณ์ของจำเลย และอารมณ์ความรู้สึกของผู้ร่วมชุมนุมกับผู้ชมในขณะนั้น แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นโชว์ดังกล่าวมีเจตนาสื่อถึงสถาบันกษัตริย์ การที่จำเลยแต่งกายสวมครอปท็อป แสดงกิริยาโบกไม้โบกมือ คล้ายจำลองเหตุการณ์ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงเยี่ยมราษฎร ถือเป็นการล้อเลียนเสียดสี ไม่ใช่การแสดงออกตามมุ่งหมายรัฐธรรมนูญ หรือการแสดงออกโดยสุจริตแต่อย่างใด และเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ

สำหรับข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม  พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจากในวันเกิดเหตุ จำเลยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และแม้จะไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลังจากการชุมนุมดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ แต่รัฐบาลได้มีการออกข้อกำหนดและข้อบังคับใช้เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แล้ว ดังนั้นการชุมนุมดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนด จึงถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ในส่วนข้อหาตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ   และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ เนื่องจากฝั่งพยานโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้จัดการชุมนุมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมดังกล่าว และจำเลยไม่ได้ขึ้นปราศรัย โดยใช้เครื่องขยายเสียง จำเลยจึงไม่มีความผิดในสองข้อหานี้

ศาลพิพากษาลงโทษในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จำคุก 3 ปี เนื่องจากจำเลย ขณะเกิดเหตุยังเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 6 เดือน และลงโทษปรับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 6,000 บาท

เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง จึงลดโทษอีก 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 12 เดือน ปรับ 4,000 บาท   คำนึงถึงจากการโดนดำเนินคดีเป็นครั้งแรก ประกอบกับพิเคราะห์จากนิสัย ความสามารถ และสติปัญญาของจำเลยเห็นว่าจำเลยสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ มีกำหนด 2 ปี และให้รายงานตัวต่อคุมประพฤติทุกๆ 3 เดือน

หลังอ่านคำพิพากษา สายน้ำได้กล่าวถึงคำพิพากษาวันนี้สั้นๆ ว่า “รู้สึกว่าคำพิพากษาไม่ได้ยุติธรรมขนาดนั้น  แม้จะให้รอลงอาญาผมก็ตาม เพราะเหมือนศาลจะอ้างอิงตามคำพิพากษาในคดีของ “จตุพร” ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งมันเป็นคนละคดีกัน”

“การที่ผมใส่เสื้อครอปท็อป มันไม่ควรมองว่าเป็นการล้อเลียนในหลวงรัชกาลที่ 10 ผมแค่แต่งกายคล้ายจัสติน” สายน้ำกล่าวทิ้งท้าย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน