ศาล รธน.สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องส่งหลักฐานเพิ่มภายใน 15 วัน หลัง "พิธา-ก้าวไกล" ยื่นคำชี้แจง 26 ก.ย. คดีเสนอนโยบายแก้ ม.112 ล้มล้างการปกครอง มติข้างมาก 8 ต่อ 1 อำนาจ กกต.วินิจฉัยสิทธิสมัคร-แบ่งเขตเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ถือเป็นที่สุด แต่ปมสั่งนับหรือลงคะแนนใหม่ปฏิบัติตามหน้าที่
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีกรณีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความพระพุทธะอิสระ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ..... เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ซึ่งนายพิธาและพรรคก้าวไกล เพิ่งยื่นคำชี้แจงเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2566 ตามที่ผู้ถูกร้องทั้งสองขอขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 2
โดยศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ
วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น กรณีการวินิจฉัยสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง การสั่งนับคะแนนใหม่ การสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ และการแบ่งเขตเลือกตั้ง ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 55 วรรคหนึ่ง มาตรา 105, 106 และ 20 เป็นการปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจของ กกต. อันเป็นที่สุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (6) หรือไม่
โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 วินิจฉัยว่า การปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจของ กกต.ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ กรณีการวินิจฉัยสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 55 วรรคหนึ่ง และกรณีการใช้อำนาจแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 20 สองกรณีดังกล่าวไม่เป็นที่สุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (6)
สำหรับกรณีการสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง 2562 มาตรา 105 และมาตรา 106 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 วินิจฉัยว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจของผู้ร้องอันเป็นที่สุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 224 วรรคหนึ่ง (1) (2) และ (6).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.โบ้ย8.6แสนโยงเลือกสส.
“ไอติม” ทวงถามที่มาเส้นเงิน 8.6 แสนบาทจาก "นักการเมืองสีน้ำเงิน"
ชัยชนะมอบตัว คดีตบรองผกก. แฉดื่มสุราทั้งคู่
"ชัยชนะ” พบพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ ปฏิเสธข้อหาทำร้ายร่างกาย
กอช.ดันเมดอินไทยแลนด์ ปัดใช้มั่นคงต่อรองสหรัฐ
"ศุภจี" ฟื้นคณะกรรมการอุตสาหกรรมแห่งชาติ ในรอบ 4 ปี
ตุ๋นคนดู!ปชน.ข้องใจไม่สอบ‘มท.1’
"รองเซมเบ้" เผย สถ.เปิดผู้สอบท้องถิ่นขอดูคะแนนส่วนกลาง-จังหวัด 13-31 ส.ค.
‘หนู’ตกใจ!ยิงกันอีก ในงานที่โคราชเจ็บ6/เล็งวัดKPIปกครอง-ตร.พื้นที่เกิดเหตุ
อีกแล้วเหรอ! "นายกฯ" ตกใจรับทราบเหตุยิงในงาน “ชิม ช้อป ใช้” ที่โคราช บาดเจ็บ 6 ราย
ศาล รธน.นัดไต่สวน 5 พยาน ปมบัตรเลือกตั้ง 'Barcode-QR Code' 26 ส.ค.
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยาน 5 ปาก รวม “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ปมบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ. ใช้ Barcode-QR Code

