เมียนมายื้อส่ง 41 คนไทยหนีตายจาก “เล่าก์ก่าย” กลับไทย ยังค้างเติ่งอยู่ "เชียงตุง" ขณะที่ “ตัวแทนวันนอร์” เผย 25 ตัวประกันไทยในมือ "ฮามาส" อาจได้รับการปล่อยตัวใน 2-3 วันนี้
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐฉาน บริเวณเมืองเล่าก์ก่าย 287 คน ซึ่งขณะนี้ 41 คนไทย จากเมืองเล่าก์ก่ายถูกเคลื่อนย้ายจากเมืองหนานเติ้ง มาส่งต่อให้กับกำลังทหารเมียนมา (ภาคทหารบกสามเหลี่ยม) ในพื้นที่ จ.เชียงตุง รัฐฉาน ตั้งแต่เวลา 22.30 น. ของวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา และเตรียมเคลื่อนย้ายจาก จ.เชียงตุง มาส่งต่อให้กับกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 3) ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผ่านช่องทางจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำแม่สายแห่งที่ 2 ในช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ย.นี้ แต่ปรากฏว่าช่วงเย็นได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ฝั่งเมียนมาว่าทางรัฐบาลเมียนมายังไม่มีคำสั่งให้ส่งคนไทยชุดดังกล่าวมาไทยแต่อย่างไร
ที่ด่านศุลกากร อ.แม่สาย พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อสรุปสถานการณ์ หลังตลอดทั้งวันได้ประสานงานรอรับคนไทยกลับประเทศ แต่ยังไม่มีการส่งกลับแต่อย่างใด ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะไม่ได้ออกเดินทางในวันนี้แล้ว ประกอบกับมีรายงานว่า หลัง 18.00 น. จะเป็นช่วงเคอร์ฟิวในเชียงตุง ไม่อนุญาตให้มีการเดินทางใดๆ
ทางด้านตัวแทนจากมูลนิธิเอ็มมานูเอล ที่คอยประสานงานอยู่ในเชียงตุง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสื่อมวลชนว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติคำสั่งให้ 41 คนไทยออกเดินทาง ซึ่งทุกคนพร้อมกลับบ้าน สภาพร่างกาย จิตใจปกติดี ตั้งแต่มาถึงเจ้าหน้าที่เมียนมาซึ่งเป็น ตำรวจก็พูดคุยซักถามตัวแทนคนไทยแค่ 2-3 คน เพื่อดูว่าข้อมูลที่เขาได้มาและจากคนไทยตรงกันหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่ยังไม่ให้เดินทางกลับแต่อย่างใด
“ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้กลับวันนี้ รออย่างมีความหวัง บางคนกำลังใจดี มีบางคนคิดว่ามองว่าเป็นการให้ความหวังหรือไม่ เพราะมีรถมารอรับสแตนด์บายรอตั้งแต่เที่ยง แต่ยังกลับไม่ได้”
นายจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานมูลนิธิเอ็มมานูเอล (IMF) เปิดเผยข้อมูลคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในเมืองเล่าก์ก่ายว่า มีการโฆษณาว่าผู้ที่เข้าไปทำงานจะได้รับค่าตอบแทนที่สูง ลักษณะงานเป็นการตอบแชต ก็หลงเชื่อ หลังจากตกลงที่จะไปทำงานได้มีการส่งตั๋วเครื่องบิน ปลายทางลงที่มานดะเล โดยนายทุนชาวจีนเป็นผู้ออกค่าตั๋วเครื่องบินและพาสปอร์ตให้ จากนั้นจะมีนายหน้ามารับเดินทางไปที่เล่าก์ก่าย
“แต่เมื่อไปถึงพบว่าไม่ได้ทำงานอย่างที่ตกลงไว้ จะมีคนส่งสคริปต์ ให้ท่องเพื่อมาต้มตุ๋นคนไทย ซึ่งมีขบวนการในการสอน มีล่ามแปล มีคนจีนอยู่ในนั้น ซึ่งใครไม่ทำงานดังกล่าวจะถูกกักขังและทำร้ายร่างกาย งดอาหาร หนักสุดคือเสียชีวิต“
สำหรับคนที่ทำงานไม่ได้ จะมีเงื่อนเพื่อให้กลับบ้าน คือจ่ายค่าไถ่ตัวเองในราคาคนละ 250,000 บาท หรือหาคนมาแทนตัวเองให้ได้ 4 คน ซึ่งส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ส่วนคนที่ทำได้ก็ไม่ปล่อยให้กลับ โดยทั้ง 41 คนไทยจะอยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา ต้องให้สหวิชาชีพเข้ามาสอบสวน แต่ภาพรวมเป็นขบวนการค้ามนุษย์ที่มีการทำร้ายร่างกาย ซึ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ในพื้นที่อื่นมีคนไทยถูกหลอกไปทำงานลักษณะนี้อีกหรือไม่ นายจารุวัฒน์กล่าวว่า ใช่ ซึ่งเป็นเมืองที่กระทรวงการต่างประเทศประกาศรายชื่อไปก่อนหน้านี้ โดยทั้ง 41 คนหนีออกมาจากเล่าก์ก่าย มาเจอกับกองกำลังว้า ที่เมืองหลานปิง จึงได้ขอความช่วยเหลือ ปัจจุบันยังมีคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลืออีกจำนวนกว่า 200 คน
ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมในวาระพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ได้แก่ อธิบดีกรมการกงสุล เป็นตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นตัวแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้ากรมยุทธการทหารบก ตัวแทนผู้บัญชาการกองทัพบก
โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า การประชุมคงมีหลากหลายประเด็นที่จะสอบถามตัวแทนหน่วยงานที่เชิญมา ว่าทิศทาง จะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือคนไทยให้ออกมาอย่างเร็วที่สุด ซึ่งตนก็ติดตามและทราบดีว่าจะมี 41 คนที่มาถึงเมืองไทย แต่เข้าใจว่าเมืองที่จัดมาอาจจะไม่ใช่เล่าก์ก่าย เบื้องต้นสำหรับการช่วยเหลือคนไทย ก็ยังกังวลว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร ต้องยอมรับว่าการเดินทางมีความยากลำบาก หากจะเดินทางมาเมืองไทยโดยตรง สถานการณ์ในเมียนมาก็มีความละเอียดอ่อนค่อนข้างสูง
“ถ้าเราจะใช้ความสัมพันธ์หรืออะไรต่างๆ ที่เป็นไปได้ในการเจรจากันในการช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างอยู่ ก็คงมีความจำเป็นที่อาจจะขอผ่านทางนี้ได้หรือไม่ แต่ก็ต้องผ่านการเจรจา ผมก็อยากจะทราบใน 2-3 ข้อ คือ 1.ที่ผ่านมาติดอุปสรรคอะไรในการที่จะช่วยเหลือคนไทย เพราะต้องยอมรับว่าไม่ได้มีแค่คนไทยล็อตนี้ แต่ในอนาคตก็จะมีอีก อาจจะยังรอเวลาสถานการณ์ในเมียนมา แต่สถานการณ์ก็เลวร้ายลงเรื่อยๆ 2.คงเป็นเรื่องของเราต้องทำอะไรที่จะช่วยกันเพื่อที่จะช่วยเหลือคนไทย และคงจะเป็นในส่วนของ กมธ. เราก็อาจจะต้องไปเจรจาหาทางพูดคุย ซึ่งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรารู้เรื่องนี้ เราพยายามพูดคุยกับหน่วยความมั่นคง ก็ต้องยอมรับว่ามันยังล่าช้าอยู่ ผมหวังว่าวันนี้เราจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ และเราก็จะแบ่งงานกันในการหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่” นายรังสิมันต์กล่าว
ด้านนายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลายประเทศเริ่มมีการออกแถลงการณ์เตือนประชาชนของประเทศตนเองในการเข้าไปยังพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในหลายเมืองของเมียนมา ซึ่งมีการปะทะกันอย่างรุนแรงของทั้งชนกลุ่มน้อยและกลุ่มกองกำลังต่างๆ ซึ่งขณะนี้ก็มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น จากการประชุมที่ จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมกับตัวแทนสมาชิกสภาอาเซียนของหลายประเทศ และผู้สังเกตการณ์จากหลายประเทศในฝั่งตะวันตก ซึ่งเรามีความเห็นตรงกันจากข้อมูลรอบด้าน ที่อาจมีผู้อพยพที่ต้องการเข้าพื้นที่ตลอด 2,000 กม. ตามแนวชายแดนฝั่งตะวันตกของประเทศไทย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ โดยจะมีการนำประเด็นหารือร่วมกันต่อไปในการประชุมของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีคนไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกันนั้น นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาฯ และนายเลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ตัวแทนประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกจับกุม แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือตัวประกันไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุม โดยนายมุขกล่าวว่า คนไทยยังปลอดภัยอยู่ แม้จะยังมีการยิงจรวดและระเบิดตลอดเวลา ซึ่งฮามาสขอให้หยุดยิง แต่ท้ายที่สุดอิสราเอลไม่ยอมหยุด แต่โอกาสหยุดยิงมีความเป็นไปได้ เพราะโลกกำลังกดดัน เชื่อจะมีการปล่อยตัวเร็วๆ นี้
ด้านนายเลอพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ขอให้หยุดยิงภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อปล่อยตัวประกันและลำเลียงความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน ตนได้เช็กข่าวว่าเขาจะปล่อยตัว 50 คน โดยในจำนวนนี้เป็นแรงงาน 25 คน คณะทำงานของประธานสภาฯ ประสานไปว่าขอเป็นคนไทยทั้งหมด ซึ่งกลุ่มฮามาสบอกว่าจะปล่อยตัว จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอีกไม่กี่วันเราจะได้รับข่าวดี คิดว่าไม่เกิน 10 วัน หรือเร็วที่สุดคือ 2-3 วันนับจากวันนี้จะปล่อยตัว เขาคงต้องศึกษาความปลอดภัยก่อนว่าจะปล่อยตรงจุดใด
“ฮามาสให้ความสำคัญการเจรจาระหว่างประธานสภาฯ กับผู้นำชีอะห์ เพราะเป็นมุสลิมด้วยกัน พูดคุยเป็นภาษาเดียวกัน คือภาษาอาหรับ จึงมีน้ำหนักมากกว่า สามารถสื่อสารกันได้มากกว่า เราพูดคุยแบบขอร้องให้เห็นอกเห็นใจว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่แรงงานต่างชาติไปทำงานในสถานที่ที่เป็นข้อพิพาท จึงจำเป็นต้องจับแรงงานต่างประเทศ เพราะเขาถือว่ารุกราน เขาอยากให้สื่อมวลชนสื่อสารว่าอิสราเอลไม่ได้ให้ความสำคัญมนุษยธรรมใดๆ ขณะที่เขาดูแลตัวประกันอย่างดี” นายเลอพงษ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

