"เสี่ยนิด" เผยเหตุเหวี่ยงกลางสุวรรณภูมิไม่ใช่แค่เรื่องหมูเถื่อน แต่อารมณ์เสียใส่ดีเอสไอเรื่องคดี “หุ้นมอร์-สตาร์ค” ไม่จบสักที ยันเป็นเรื่องสำคัญทำให้ความไว้วางใจในตลาดหุ้นมีน้อย สั่ง "กิตติรัตน์" หารือ ก.ล.ต. เหตุ นักลงทุนรายย่อยนัดหยุดเทรด 20 พ.ย.นี้ ระบุอยากให้ทำอะไรขอให้บอกมา "พีระพันธุ์" ของขึ้น ซัดน้ำมันไม่ใช่หุ้น หลังเบนซินดีดขึ้นไล่หลังรัฐบาลปรับลด ลั่นถ้าปล่อยเสรีตามตลาดโลกอย่ามีรัฐดีกว่า ยันต้องรื้อระบบโครงสร้างไม่ให้ประชาชนแบกรับ
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน เวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวว่านักลงทุนรายย่อยนัดหยุดเทรดในวันที่ 20 พ.ย.นี้ จากวิกฤตความเชื่อมั่นว่า ยังไม่ทราบว่ามีปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องมีการสอบถาม ทั้งนี้ ในระยะยาวรัฐบาลไม่ได้ออกมาตรการที่เป็นลบต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่พยายามทำหลายๆ อย่างให้ดีขึ้น แต่จะดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรู้สึกของนักลงทุน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันที่ 13 พ.ย. ได้ให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ไปหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ออกนโยบายออกมา จึงไม่ทราบว่าอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้หรือไม่
เมื่อถามถึงกรณีการขายชอร์ตเซล (Short Selling) ที่เชื่อว่าจะมีการเมืองมาแทรกแซงในตลาดหุ้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก.ล.ต.ตรวจสอบแล้วไม่มี และตนอยากถามกลับว่า เขาจะให้ทำอะไร คุยกับใคร ซึ่งการที่ให้นายกิตติรัตน์ไปหารือกับ ก.ล.ต. มีแต่สถานการณ์ดีขึ้น แต่ดีมากหรือดีน้อยไม่ทราบ อยากจะให้ตนเองทำอะไรขอให้บอก ไม่ใช่ไม่อยากทำ เพราะการพูดคุยกับนักลงทุนรายย่อยซึ่งมีเป็นแสนคนจะให้ไปคุยกับใครบ้าง ภาษีจากธุรกรรมการขายก็ไม่ได้เก็บ ภาษีจากกำไรการขายหุ้นก็ไม่ได้เก็บ นโยบายการลงทุน กองทุนแอลทีเอฟก็ออกมาให้ตามที่ต้องการ หากจะต้องการอะไรบอกมา ไม่ได้ประชดหรือว่าอารมณ์เสีย แต่อยากรู้ความต้องการ เพื่อจะได้จัดให้ และมีอะไรใหม่ที่อยากได้
“ผมไม่ได้อะไรเลยเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ ผมไม่ได้ยุ่งอะไรเลย ไม่ได้รบกวนไม่ได้ไปทำให้ใครมีปัญหา ซึ่งวันนั้นผมก็อารมณ์เสียใส่ดีเอสไอไปเรื่องหุ้นมอร์และหุ้นสตาร์ค ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ความไว้วางใจในตลาดมีน้อย เรื่องเกิดมานานเท่าไหร่ ยังไม่จบเสียที ติดอยู่ที่ดีเอสไอ ไม่ใช่เรื่องหมูอย่างเดียว” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับขึ้น หลังรัฐบาลประกาศลด ว่า ขณะนี้รัฐบาลเพิ่งประกาศปรับลด เราต้องเข้าใจผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องเข้าใจประชาชนและรัฐบาล ตนคิดว่าราคาน้ำมันไม่ใช่หุ้นที่จะขึ้นลงทุกนาทีและทุกวัน ราคาพลังงานโลกก็แบบเดียวกัน ขึ้นลงตามสถานการณ์ แต่จะให้ประชาชนมารับภาระวิ่งขึ้นวิ่งลง ตนว่าไม่ถูกต้อง ควรจะต้องวางระบบ เพื่อรักษาเสถียรภาพ ราคาน้ำมันที่ขายให้กับประชาชน
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า การขึ้นลงเป็นเรื่องระหว่างผู้ประกอบการและภาครัฐ ต้องมาว่ากันว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากราคาน้ำมันวิ่งขึ้นวิ่งลงแบบนี้ รัฐคำนวณไม่ได้ และควบคุมไม่ได้ มองว่าเป็นระบบที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนกำลังศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่
ส่วนจะวางแนวทางอย่างไรนั้น นายพีระพันธุ์ระบุว่า ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้ราคาซื้อขายน้ำมันที่ประชาชนซื้อจากปั๊มมีเสถียรภาพ คือมีราคาที่แน่นอน เพื่อไม่ให้ประชาชนมาแบกรับแบบทุกวันนี้ โดยจะต้องศึกษาเรื่องโครงสร้างกันใหม่หมด เพราะโครงสร้างเดิมที่ใช้กันมานาน 20 ถึง 30 ปี ถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุง เพราะมันถึงเวลาที่จะต้องปรับปรุง อย่างอื่นยังปรับปรุง แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ปรับปรุง เอะอะก็อ้างเรื่องเสรี การค้าเสรี แต่ประชาชนมีปัญหา ตนว่าไม่ถูกต้อง
ส่วนราคาน้ำมันโลกปรับขึ้น จึงขึ้นราคาตาม นายพีระพันธุ์กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องระหว่างผู้ประกอบการกับภาครัฐ ที่ต้องหาทางให้เกิดความเหมาะสม ไม่ใช่เรื่องผู้ประกอบการกับประชาชน แล้วภาครัฐไม่ทำอะไร อย่างนี้ก็อย่ามีรัฐดีกว่า ตนว่าควรมานั่งคิดกันว่าจะวางระบบอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยลง ซึ่งจะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพราะยังไม่เคยมีใครมาทำ มีตนคิดครั้งแรก การที่เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ดีกว่าไม่คิดใช่หรือไม่
"ซื้อขายน้ำมันกันประจำวันแบบนี้ มันเหมือนหุ้น อีกทั้งกองทุนน้ำมันก็ประชุมกันทุกวัน ตามราคาตลาดโลก ไม่ต้องทำอะไรกันเลย วันๆ นั่งประชุมปรับราคา งานมีตั้งเยอะ ไม่ใช่วิธีการบริหารจัดการที่ถูกต้อง อันนี้ต้องแก้ไข"
ส่วนต้องไปรื้อกฎหมายหรือไม่นั้น นายพีระพันธุ์ระบุว่า ก็ทั้งหมด มันเป็นเรื่องของกฎหมาย นโยบายโครงสร้าง การบริหาร ซึ่งตนมีคณะทำงาน ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ว่ามีปัญหาใดที่ต้องแก้ไข ซึ่งนายกฯ ก็สนับสนุนตนทุกเรื่อง เพราะที่ตนทำนั้นก็ทำเพื่อประชาชน ซึ่งนโยบายก็ตรงกับนายกฯ อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องคิดด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่คิดปั๊บทำปุ๊บ เพราะผลกระทบเยอะ
"ผู้ประกอบการทำระบบนี้มานาน รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เคยชินกับระบบแบบนี้ เมื่อเราจะเปลี่ยนแปลงปรับปรุงก็ต้อง ค่อยๆ ดูรูปแบบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มีผลกระทบน้อยที่สุด คิดว่าเมื่อผมเป็นรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้นั่งเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้" นายพีระพันธุ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
ครม.ไฟเขียว เลิก‘MOU44’ เขมรฟ้องโลก
ครม.เห็นชอบยกเลิก MOU 44 นายกฯ แจงไม่เกี่ยวขัดแย้งสองประเทศ
สก.แดง-ส้มแห่เปิดตัวฟ้า พรบ.อากาศสะอาดไปต่อ
ไม่พลิก! “ปชน.” เปิดตัว “ดร.โจ” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร สก. 50 เขต โชว์ 4 ฉากทัศน์กรุงเทพง่ายๆ
ดึงปชช.ศึกษา‘แลนด์บริดจ์’
"อนุทิน" เซ็นตั้ง คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ “เอกนิติ” ประธาน "ปกรณ์" รอง ปธ. มีตัวแทนภาค ปชช. 3 คน ประเมินความเป็นไปได้โครงการ-ผลกระทบทุกมิติ ชงนายกฯ
ทรงบำเพ็ญพระกุศลกงเต๊ก‘พระพันปีหลวง’
กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน (กงเต๊ก)
เร่งกู้ชงสภา14พ.ค. 4แสนล.สู้วิกฤตปากท้อง ‘ปชป.’ขวาง!ส่งศาลรธน.
“อนุทิน” นำ ครม.แถลงเดินหน้า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน หวังหยุดความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

