"เรืองไกร" ชี้ ป.ป.ช.เตือนชัดเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตเสี่ยง ขู่ "เศรษฐา" หากดึงดันไม่ฟังข้อเสนอแนะเจอร้องสอบแน่ "สมชัย" ระบุ ป.ป.ช.ทำหน้าที่ถูกต้อง จับตา ครม.กล้าส่ง กม.กู้เงิน 5 แสนล้านเข้าสภาหรือไม่ "จุรินทร์" จี้รัฐบาลเร่งตัดสินใจ บอกกล้าหาเสียงก็ต้องกล้ารับผิดชอบ "คลัง" เล็งเข็นแพ็กเกจกระตุ้นอสังหาฯ ฟื้น ศก. "หอการค้าฯ" หวัง กนง.ลดดอกเบี้ยรอบหน้า
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจขัดต่อข้อกฎหมายหลายข้อว่า มีโอกาสร้องเรียนได้ง่าย ถ้ากล้าทำตนก็ไม่รู้ ถือว่าเตือนแล้ว และขอบคุณที่ ป.ป.ช.เตือนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ปล่อยให้พรรคการเมืองหาเสียงจะพูดอะไรก็ได้ ถึงเวลาก็มาบอกว่าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้อย่างโน้นอย่างนี้ แบบนี้ถ้าตระบัดสัตย์หรือโกหกประชาชนได้ แล้วคุณจะไม่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างอื่นได้หรือ
"คุณเอาแต่อำนาจรวมหัวกันหาอำนาจ ทรยศเพื่อนฉีกเอ็มโอยูขอให้ตระหนักไว้ และผมยังเป็นนักร้องและนักตรวจสอบอยู่ ถ้าผมว่างผมจะทำ" นายเรืองไกรกล่าว
นายเรืองไกรกล่าวว่า เรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ตต้องเข้าใจนโยบายของรัฐบาลที่แถลง และต้องเข้าใจรัฐธรรมนูญ การจ่ายเงินแผ่นดิน รวมถึงต้องเข้าใจกฎหมายวินัยการเงินการคลัง วิธีงบประมาณ ซึ่งตนได้เขียนเรื่องนี้เตือนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลังไปแล้ว 4 แผ่น เป็นข้อกฎหมายล้วนๆ และตนไม่แปลกใจที่กฤษฎีกาและ ป.ป.ช.ให้ความเห็นครั้งนี้ เงินแผ่นดินจะเอาไปทำอะไรต่างๆ เราทุกคนจะต้องเป็นคนใช้หนี้ ซึ่งโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอาจจะทำให้ขาดทุนเหมือนโครงการรับจำนำข้าว
"โครงการรับจำนำข้าวแม้ขาดทุนก็ยังมีข้าวเปลือก แต่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตหากขาดทุนจะไม่เหลืออะไรเลย ผมเตือนแล้วด้วยความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ไม่ได้ตั้งท่าว่าจะร้องอย่างเดียว ก็ต้องรอให้มีการทบทวนก่อน ภาษาพระเรียกว่าพึงสังวร ภาษาชาวบ้านเรียกว่าสำเหนียกไว้ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ควรจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ" นายเรืองไกรกล่าว
ถามว่าจะมีโอกาสไปร้องด้วยตนเองหรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า แผลยังไม่เกิดก็ยังไม่ต้องทายา แต่ถ้าทำเข้าข่ายความผิดก็ใช้กฎหมาย ป.ป.ช.ได้เลย ไม่ต้องห่วงตนทำให้ แต่สิ่งที่ตนทำตนกล่าวหาจะไม่ใช้อารมณ์ ไม่ใช้ความเห็นเหมือนหลายๆ คนไปยื่นคำร้องว่าผิดนั่นผิดนี่ ซึ่งรัฐบาลก็มีสิทธิ์แก้ข้อกล่าวหาได้ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตรวจสอบก็ตรวจสอบไปจะถูกจะผิดก็อยู่ที่ฟังคำตัดสิน
ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กลักษณะถาม-ตอบในหัวข้อ “ป.ป.ช.กับดิจิทัลวอลเล็ต” ทั้งหมด 5 คำถาม เนื้อหาระบุ 1.ป.ป.ช.ทำเกินหน้าที่หรือไม่ คำตอบ ไม่ เพราะ พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 32 เขียนไว้ว่า ป.ป.ช.มีหน้าที่และอำนาจเสนอมาตรการความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต แม้โครงการยังไม่เกิดก็เสนอเพื่อป้องกันได้ 2.ข้อเสนอข้อที่ 2 ให้ กกต.ไปดูนโยบายในการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยว่ามีการปฏิบัติต่างจากการหาเสียงหรือไม่ เป็นการก้าวก่ายหน้าที่ กกต.หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ เพราะ มาตรา 221 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ องค์กรอิสระร่วมมือและช่วยเหลือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปฏิบัติหน้าที่
จี้ รบ.เร่งตัดสินใจดิจิทัลฯ
3.ครม.ต้องปฏิบัติตามข้อเสนอของ ป.ป.ช.หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ ข้อเสนอของ ป.ป.ช.เป็นเพียงการให้ข้อคิดเห็น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม 4.รัฐบาลควรเดินหน้าในเรื่องการแจกเงินดิจิทัลอย่างไร คำตอบคือหากรัฐบาลเห็นว่าเป็นสถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน ก็ออกเป็นพระราชกำหนด แต่หากอยากให้รัฐสภามีส่วนรับผิดชอบก็ออกเป็นพระราชบัญญัติ และ 5.ครม.จะกล้าลงมติส่งร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เข้าสภาหรือไม่ และจะมีผลอย่างไรตามมา คำตอบ ไม่รู้ อยากรู้ก็ทำเลย
ขณะที่ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)และอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะนโบายรัฐบาลเรื่องแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทว่า หมดเงื่อนไขที่จะซื้อเวลาแล้ว ดังนั้นต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่าจนถึงเวลานี้ประชาชนก็รออยู่ และเมื่อดูข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.โดยละเอียด ถือว่ามีความชัดเจน และสะท้อนว่า ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และสะท้อนให้เห็นว่า ป.ป.ช.มีทีมงานทางด้านเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งการให้ความเห็นและการทำหน้าที่ตรวจสอบในอนาคต
"ข้อเสนอแนะมีประเด็นสำคัญคือ ป.ป.ช.ชี้ชัดว่าเศรษฐกิจไม่ได้วิกฤตในเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการถกกันแล้ว ต่อมาคือถ้ารัฐบาลตัดสินใจทำโครงการ ต้องคำนึงว่าจะไม่ก่อให้เกิดการทุจริต และทำผิดกฎหมาย โดยต้องไม่ทุจริตเชิงนโยบาย รวมทั้งในภาคปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สุดท้าย ป.ป.ช.จะไปตรวจสอบว่าพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาลแล้วการหาเสียงกับการทำจริงตรงกันหรือไม่" นายจุรินทร์กล่าว
ถามว่า หากรัฐบาลจะดำเนินโครงการต่อจะเกิดผลกระทบอย่างไร นายจุรินทร์ มองว่า รัฐบาลเมื่อไปหาเสียงมาแล้วก็ต้องทำ ตนพูดอย่างนี้มาตลอด ตนไม่ได้ขวางเรื่องโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่พูดเรื่องความรับผิดชอบของพรรคการเมือง เมื่อไปหาเสียงไว้แล้วก็ต้องทำอย่างที่หาเสียง เมื่อมีโอกาสมาเป็นรัฐบาลจะทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ต้องทำให้พรรคการเมืองมีความรับผิดชอบมากขึ้น หากจะใช้นโยบายประชานิยมก็ต้องเป็นประชานิยมแบบรับผิดชอบมากขึ้น ทั้งทำให้ตรงปกและรับผลที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเมืองด้านเศรษฐกิจ หรือด้านอื่นๆ
"หมดเวลายื้อแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ก็อ้างกฤษฎีกา วันนี้ก็อ้าง ป.ป.ช. และไม่น่ามีเงื่อนไขอะไรหลงเหลือที่จะซื้อเวลาอีกแล้ว ขอย้ำว่าต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว" นายจุรินทร์กล่าว
อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ในมุมวิกฤตเศรษฐกิจ หากมองเรื่องปากท้องประชาชนก็เดือดร้อนจริง แต่ภาษากฎหมายที่บอกว่าถ้าจะไปกู้เงินมาแจกจะต้องเข้าเงื่อนไขเศรษฐกิจวิกฤต คำว่าเศรษฐกิจวิกฤต หมายถึงเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดชัดแล้ว เรื่องที่เหลืออยู่อย่างเดียว คือการตัดสินใจของรัฐบาล และเป็นอำนาจรัฐบาลที่จะทำหรือไม่ทำ ดังนั้นก็ควรตัดสินใจได้แล้ว
ถามว่าพรรคฝ่ายค้านจะติดตามเรื่องนี้อย่างไรต่อไปนั้น อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ตนติดตามตั้งแต่ต้นแล้ว เคยพูดในสภาไปแล้วว่าจะทวงถามแทนประชาชน วันนี้ก็ถามอีกรอบ
วันเดียวกัน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.การคลัง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ต่อปีว่า เป็นเรื่องที่ กนง.จะพิจารณา เป็นเรื่องของการตัดสินใจในภาวะเศรษฐกิจที่ว่านโยบายการเงินควรจะนำมาใช้ตอนนี้แล้วหรือไม่ ซึ่งตรงนี้คงไม่ขอก้าวล่วง ก็แล้วแต่ กนง. จะพิจารณา ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลเองเห็นว่าเวลานี้ควรจะเข้ามาช่วยกันแล้วเท่านั้นเอง
“ส่วนตัวยังไม่เห็นตัวเลขเศรษฐกิจปี 2566 ของ กนง. เข้าใจว่ายังไม่ได้มีการแถลง เราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเลขปี 2566 จะเป็นอย่างไร ขณะนี้มีเพียงตัวเลขเศรษฐกิจจากกระทรวงการคลังเท่านั้นที่ออกมา เข้าใจว่าอาจจะรอตัวเลขจริงๆจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่จะออกมาเร็วๆ นี้ ส่วนแนวโน้มตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2567 ของทุกส่วน ผมเข้าใจว่าคงมองใกล้ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คลัง โดยสมมุติฐานเท่าที่ทราบที่เห็นตามข่าวก็ออกมาใกล้เคียงกัน” นายกฤษฎากล่าว
คลังเข็นแพ็กเกจกระตุ้น ศก.
รมช.การคลังกล่าวว่า ระหว่างที่รอความชัดเจนจากโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนให้คนมีที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยจะเปิดให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายย่อยสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการสร้างที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นมาตรการที่ออกมาเสริมกับการต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองในช่วงก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือและเจรจาร่วมกับ ธปท. เพื่อขอให้มีการปรับลดเกณฑ์มาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-to-Value : LTV) ซึ่งยอมรับว่าได้มีการหารือกับไปหลายทีแล้ว และหวังว่าทาง ธปท.จะใจอ่อนเสียที
“มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่เตรียมจะออกมานั้น ปลัดกระทรวงการคลังและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างดำเนินการ ผมยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ตามหลักหากพิจารณาเรียบร้อยแล้วก็ต้องนำไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งคิดว่าน่าจะออกมาเป็นแพ็กเกจ โดยจากสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้กระทรวงการคลังได้มีการเร่งผลักดันมาตรการด้านการคลังออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล เพราะต้องการให้เศรษฐกิจเติบโต มาตรการด้านภาษี ทั้งการลดหย่อนต่างๆ มาตรการด้านการส่งเสริมการลงทุนต่างๆ สะท้อนจากตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ มาตรการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเหล่านี้เกี่ยวกับมาตรการด้านการคลังที่พยายามทำอย่างเต็มที่ พยายามพิจารณาดูว่าส่วนไหนที่ยังขาดก็เข้าไปช่วย” รมช.การคลังกล่าว
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยรับทราบถึงเหตุผลประกอบการพิจารณาของ กนง. ซึ่งภาคเอกชนโดยที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่าแม้ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยปี 2567 จะฟื้นตัวได้จากปัจจัยหนุนภาคการท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีความเปราะบางจากกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวตามเต็มที่ ภาคการผลิตยังมีแนวโน้มหดตัว รวมถึงยังเผชิญความเสี่ยงและความท้าทายในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์หลายปัจจัย
นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งอาจเกิดการปรับเปลี่ยนทางนโยบายสำคัญ ผลกระทบจากสงครามที่ขยายวงโดยเฉพาะอิสราเอล-ฮามาส ที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือเพิ่ม และกระทบกับราคาพลังงาน ปัญหาความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และการแข่งขันกับสินค้าจีนในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ภาคธุรกิจถูกกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง กระทบต้นทุนการดำเนินกิจการโดยตรง ส่วนการกู้ยืมของประชาชน ก็มีภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงเช่นกัน ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป ที่ติดลบต่อเนื่อง 4 เดือน แม้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการปรับลดเชิงเทคนิค ตามนโยบายการลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงานของภาครัฐ แต่บ่งชี้ให้เห็นถึงกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอ
"หอการค้าไทยจึงมีข้อเสนอแนะว่าในระยะถัดไป กนง.ควรพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อช่วยลดภาระประชาชน ลดต้นทุนผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย รวมถึงเสนอให้มีมาตรการใหม่ๆ ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวก จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ และเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ตามเป้าหมายต่อไป" ประธานกรรมการหอการค้าไทยระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
'ไอติม' ไล่บี้ 'ป.ป.ช.' อย่าชะลอการตรวจสอบฮั้วสว.สีน้ำเงิน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์

