เศรษฐายกระดับบ้านพักทร. ก.ก.ซัดเตะถ่วงกู้ร.ล.สุโขทัย

“เศรษฐา” รุดตรวจบ้านพักทหารเรือ หวังยกระดับความเป็นอยู่ชั้นผู้น้อย จ่อเยี่ยมเหล่าทัพอื่นต่อ “สส.ก้าวไกล” ไล่เหตุการณ์ “ทร.” จงใจเตะถ่วง-ล้มกู้ ร.ล.สุโขทัย  ข้องใจสหรัฐฯ มาถึงที่แล้ว ทำไมไม่ช่วยให้สุดทาง จ่อถกใน กมธ.สัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ลงพื้นที่ตรวจบ้านพักข้าราชการทหารเรือ ​ภายในซอยอรุณอมรินทร์ 35 โดยมี พล.ร.อ.อะดุง​ พันธุ์​เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และคณะ ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยม โดยระหว่างการเดินตรวจเยี่ยมที่พัก นายกฯ ได้สอบถามและพูดคุยถึงชีวิตความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยระบุว่าจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำกับ ผบ.ทร.ว่า หากจะเร่งดำเนินการปรับปรุงบ้านพักข้าราชการชั้นประทวนก่อนชั้นสัญญาบัตรจะเป็นอะไรหรือไม่​ โดยจะใช้โมเดลการสร้างแนวสูงก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลงทุนต้องต่ำที่สุด อาจจะเป็นการก่อสร้าง 1-2 ตึก

จากนั้นนายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า การปรับปรุงพัฒนาบ้านพักทหารถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ก่อนหน้านี้ไปบ้านพักตำรวจ​ ทหารบก​ และจะต้องไปให้ครบทุกเหล่าทัพ เพื่อดูความเป็นอยู่ของตำรวจและทหารชั้นประทวน​ ซึ่งจากสภาพที่เห็นมีความน่าเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ความแออัด​  เนื่องจากมีสภาพเก่าหลายสิบปี ฉะนั้นเป็นนโยบายที่พยายามจะแก้ไข ส่วนระยะเวลาการก่อสร้างจะเกิดขึ้นเร็วเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนงบในการดำเนินการ หากทันในปีงบประมาณ 2567 จะเร่งดำเนินการให้ แต่หากไม่ทันงบประมาณปกติ จะใช้งบกลางแทน เนื่องจากเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนบ้านพักครูและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนั้น เดี๋ยวจะมีการทยอยไปดูตามความจำเป็น เพราะต้องได้รับความทั่วถึง

นายเศรษฐากล่าวอีกว่า อยากจะให้มีแม่แบบในเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น 1 ห้องนอน 2 ห้องนอน หรือ 3 ห้องนอน ในทุกเหล่าทัพรวมถึงตำรวจด้วย จากนั้นจะได้มีต้นแบบในการดำเนินการได้เร็ว โดยจะเร่งปรับปรุงเพื่อให้ความเป็นอยู่ของข้าราชการชั้นประทวนดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้งบประมาณที่มาก อาทิ การมีจุดชาร์จรถอีวี สร้างห้องสันทนาการ ห้องออกกำลังกาย

ขณะที่ พล.ร.อ.อะดุงกล่าวว่า ขอบคุณนายกฯ ที่ลงมาตรวจเยี่ยมบ้านพักข้าราชการทหารเรือ โดยจุดแรกการพัฒนาบ้านพักของทหารเรือจะดำเนินการบริเวณในพื้นที่  กทม. ส่วนรูปแบบจะพยายามสร้างให้มีจำนวนชั้นสูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อเป็นการประหยัดเนื้อที่ และข้าราชการชั้นประทวนทุกคนดีใจที่นายกฯ เห็นความสำคัญชั้นผู้น้อย

อย่างไรก็ตาม นายเศรษฐาได้กล่าวถึงถึงการกู้ซากเรือหลวงสุโขทัยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า  ได้มีการติดตามว่าได้มีการลงไปดำเนินการกู้ชิ้นส่วนเรือหลวงสุโขทัย และสามารถนำป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาได้แล้ว

วันเดียวกัน นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคก้าวไกล แถลงข่าว Policy Watch ในหัวข้อนิราศ (เรือหลวง) สุโขทัย จากเรือรบสู่ปะการังเทียม เพื่อตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะต่อการกู้เรือหลวงสุโขทัย โดยนายชยพลได้เปิดไทม์ไลน์หลังเกิดเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยล่มว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปีแล้วที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น อยากขอเชิญทุกคนร่วมกันย้อนดูท่าทีของกองทัพเรือตลอด 1 ปีที่ผ่านมากันบ้าง เพื่อจะได้ช่วยกันวิเคราะห์ถึงเจตนาอันแท้จริง ว่ากองทัพเรือนั้นคิดอะไรอยู่ โดยภายหลังเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 18 ธ.ค. 65 อดีต ผบ.ทร.เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยได้เริ่มกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงกันในวันที่ 20 ธ.ค. 65 และลงนามตั้งกรรมการสอบสวนกันในวันที่ 26 ธ.ค. 65 

นายชยพลกล่าวว่า จากนั้นประมาณวันที่ 11 ม.ค. 66  กองทัพเรือได้เริ่มเปิดให้บริษัทได้ยื่นซองประมูลโครงการกู้เรือหลวงสุโขทัยเป็นครั้งแรก มีการแจ้งว่าผลการสอบสวนมีความคืบหน้าไปกว่า 90% ขั้นตอนของการสอบปากคำพยานทั้งหมดเกือบ 300 คนเสร็จสิ้น เหลือเพียงแค่การกู้เรือ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ กองทัพเรือคาดว่าจะเริ่มกู้เรือกันได้ในเดือน เม.ย. 66 เป็นอย่างช้า ถัดจากนั้นช่วงวันที่ 21 ก.ย. 66 จู่ๆ กองทัพเรือก็เริ่มต้นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าเอกสารไม่ครบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ค้านสายตาคนรอบข้างมาก

เขากล่าวว่า กองทัพเรือเองย้ำมาตลอดว่าการกู้เรือเป็นภารกิจด่วน แต่ทำไมกลับล้มกระดานเอาเสียเอง ทำให้ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ตนได้ตรวจสอบการทำข้อกำหนดและขอบเขตการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) พบว่าเป็นอะไรที่ค้านสายตา เพราะเป็นการจ้างกู้และลำเลียงเรือหลวงสุโขทัยที่อับปางไปที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ปรับแต่งสภาวะตัวเรือให้มีความปลอดภัยลอยลำได้ด้วยตัวเอง เขาบอกว่าให้บริษัทที่จะมากู้เรือให้กู้เรือขึ้นมาในใกล้เคียงกับตัวรีพอร์ต เพื่อให้ชัวร์ว่าหลักฐานจะไม่ผิดแปลกอะไร สิ่งที่น่าสนใจ ตนจะขอไฮไลต์เรื่องการปรับแต่งสภาวะเรือให้ลอยลำได้ด้วยตัวเอง  นึกภาพออกหรือไม่ ล่มเพราะน้ำเข้าเรือ แต่บอกให้กู้เรือขึ้นมา บอกให้ปรับแต่งสภาวะให้เรือลอยลำได้ด้วยตัวเอง มันจะไม่เป็นการยุ่งกับหลักฐานได้อย่างไร

สส.กทม.รายนี้กล่าวด้วยว่า มีเอกสารจาก JUSMAGTHAI ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการดูแลการใช้งานยุทโธปกรณ์ของสหรัฐอเมริกาภายในประเทศไทย 2 ฉบับ มีเนื้อหาคือการทวงถามรายงานข้อเท็จจริงในกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง และการเตือนว่าตามสัญญาการใช้ยุทโธปกรณ์จากสหรัฐฯ ก่อนจะให้บุคคลที่สามมายุ่งกับยุทโธปกรณ์นั้น ต้องได้รับคำยินยอมจากรัฐบาลของสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งทางสหรัฐฯ รอกองทัพเรือไทยมาเกือบปี ถึงส่งจดหมายทวงถามอีกฉบับในวันที่ 1 ธ.ค. 66 โดยมีเนื้อหาย้ำตามเดิม แสดงว่าที่ผ่านมาตลอด 1 ปี กองทัพเรือนอกจากจะประวิงเวลาเตะถ่วงเรื่องของการกู้เรือแล้ว ยังคงช้าเรื่องของการสรุปข้อเท็จจริงที่ควรต้องชี้แจงต่อประชาชนและประเทศคู่ค้าด้วย

 “การกู้เรือเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการล่มของเรือหลวงสุโขไทย เป็นจิกซอว์ที่สำคัญที่ต้องมีเท่านั้น ถึงจะสามารถเปิดรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อประชาชนได้ ตนไม่เข้าใจ เมื่อมิตรประเทศอย่างสหรัฐฯ ได้มาถึงที่แล้ว ทำไมให้ช่วยไม่สุดทาง ทำไมถึงจบแค่การปลดอาวุธ แต่ไม่กู้จิกซอว์นี้ขึ้นมา ตอนนี้ท่าทีของกองทัพเรือเองไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะยังกู้อยู่หรือไม่ ขัดกับคำพูดตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ที่ขอให้ทุกคนอดใจรอไม่นาน จะกู้เรือขึ้นมาอย่างแน่นอน” นายชยพลย้ำ

นายชยพลระบุว่า จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงต้องถามจริงๆ ว่า เรายังคาดหวังความชัดเจนจากกองทัพเรือได้อยู่หรือไม่ เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขอให้กองทัพเรือออกมายืนยันให้ชัดว่า สรุปแล้วเราจะได้รู้ความจริงกันเมื่อไหร่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสเรียกกองทัพเรือเข้ามาชี้แจงเรื่องนี้ในกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร หรือไม่  นายชยพลตอบว่า เรื่องนี้ยังเพิ่งเริ่ม อาจจะต้องมีการสื่อสารไปถึงกองทัพเรือ ให้ออกมาชี้แจงถึงความตั้งใจจริงในการกู้เรือว่าจะกู้หรือไม่

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสชงเข้ากรรมาธิการการทหารฯ ในช่วงไหน นายชยพลกล่าวว่า อาจจะมีการยกขึ้นมาในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่ากองทัพเรือไม่สามารถอ้างได้ว่าติดขัดเรื่องงบประมาณ เพราะมีการของบประมาณไปแล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 จะบอกว่าไม่พอเป็นเรื่องที่ตลก ตอนแรกจะจ้างบริษัทภายนอก 100% มีการประเมินแล้วว่าใช้เงินประมาณ 2,000 ล้านบาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง