นายกฯฟุ้งปลุกศก.ชายแดนใต้

"เศรษฐา" นำคณะสวมเสื้อปาเต๊ะ นั่งรถกันกระสุน ฮ.บินประกบ ตลอดเส้นทางลงพื้นที่ชายแดนใต้  ระหว่างวันที่ 27-29 ก.พ. ประเดิม จ.ปัตตานี ไหว้สักการะศาลหลักเมือง เยี่ยมชมมัสยิดกรือเซะ พบผู้นำท้องถิ่นรับฟังปัญหา พร้อมนอนค้างคืน ก่อน 28-29 ก.พ.ไป "ยะลา-นราธิวาส" มั่นใจกิจกรรม “เที่ยวใต้สุดใจ” ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ  ชาวบ้านยังทวงถามแจกเงินหมื่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 27 ก.พ. เวลา 10.20 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 27-29 ก.พ.ว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลแห่งชาติ และศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล เพื่อส่งเสริมผลิตอาหารของไทย เพื่อให้ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ และถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้จะมีการพูดคุยเรื่องนี้

"อย่างที่เคยทราบกันดี ผมเคยพูดคุยกับกษัตริย์บรูไนฯ และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะมีการพัฒนาศูนย์อาหารฮาลาลร่วมกัน ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พูดคุยเรื่องนี้ เมื่อมีคณะกรรมการและศูนย์ผลิตสินค้ามาแล้ว จะทำให้ปากท้องของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศดีขึ้น" นายเศรษฐากล่าว

นายกฯ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ที่มีหลายหน่วยงานเดินทางไปด้วยนั้น เราพูดถึงเรื่องของโอกาส เพื่อไปค้นพบเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ และมีคุณค่าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อดึงศักยภาพเหล่านั้นออกมา อะไรที่สามารถสร้างประโยชน์หรือสร้างเงินในกระเป๋าให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็จะทำ รวมถึงจะได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ทำให้ตลาดกว้างขึ้นที่สำคัญที่สุดคือ มีรายได้ที่ดีขึ้น เพราะถ้านำไปแพร่หลายให้ทุกๆ คนได้รับทราบ ความต้องการซื้อก็จะสูงขึ้น มูลค่าสินค้าเหล่านั้นก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

"การท่องเที่ยวถือเป็นเรื่องสำคัญ การมาเยี่ยมชมสิ่งที่สวยงามและเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เพื่อให้คนเจ้าของพื้นที่รักและภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และทำให้ประชาชนนอกพื้นที่เกิดความรักและผูกพันกับผู้คนในดินแดนแถบนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่รัฐบาลให้ความมั่นใจในเรื่องของเศรษฐกิจ ผมว่าถ้าเศรษฐกิจดี ไม่ว่าจะเรื่องการท่องเที่ยวและอื่นๆ ถ้าเราทำได้ดี ผมเชื่อว่าความสงบสุข สันติสุขก็จะเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นี่คือ จุดประสงค์ใหญ่ในการลงพื้นที่” นายกฯกล่าว

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายกฯ พร้อมคณะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2  กองบิน 6 ดอนเมือง (บน.6) เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว “เที่ยวใต้สุดใจ” ณ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 27-29 ก.พ.67

เมื่อมาถึง จ.ปัตตานี เวลา 14.30 น. นายกฯ ได้เดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีขาว ทะเบียน 4 กษ 3081 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถกันกระสุน เพื่อไปสักการะศาลหลักเมืองปัตตานี ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยตลอดเส้นทางมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และช่วงที่บินมาจากจังหวัดสงขลาได้มีเฮลิคอปเตอร์บินประกบเพื่อรักษาความปลอดภัย และตลอดเส้นทางในการใช้รถยนต์จะมีรถตัดสัญญาณ รถรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ยืนประจำจุด

นายกฯ ได้สักการะศาลหลักเมืองปัตตานี ตำบลสะบารัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รมว.คมนาคม,  นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย,  พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ร่วมคณะด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ และ ครม.ที่ร่วมคณะ สวมเสื้อผ้าปาเต๊ะ​สีเขียวลายชบาปัตตานี​  ซึ่งเป็นลายผ้าพระราชทาน​สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการลงพื้นที่ มี พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4,  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้การต้อนรับ

ต่อมาเวลา 14.45 น. นายกฯ เดินทางมาเยี่ยมชมตลาดวิถีชุมชนพื้นบ้านจังหวัดปัตตานี และพบปะผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นและประชาชน ที่มัสยิดกรือเซะ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีมาถึง กลุ่มดนตรีการแสดงพื้นเมืองชายแดนใต้ วงอาเนาะบุหลันลูกพระจันทร์ โรงเรียนวัดสุวรรณากร ได้แสดงดนตรีรองเง็ง บทเพลงอินังอาหรับต้อนรับ ก่อนที่นายกฯ จะรับฟังบรรยายประวัติของมัสยิดกรือเซะ จาก นายมูหมัด ซอเร่ เดง สมาชิก อบต.ตันหยงลุโละ และถ่ายภาพหมู่กับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ด้านหน้ามัสยิด

จากนั้นนายกฯ พบปะกลุ่มสตรี ที่ขอให้นายกฯ ช่วยปรับปรุงสะพานตะลุโบะ  โดยตัวแทนกลุ่มสตรีระบุกับนายกฯ ว่า ขอให้ความหวังของคนปัตตานีสมหวังด้วย คือทำให้ได้ ทำให้เสร็จในช่วงที่นายกฯ ดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ รับปากว่า “ไม่ใช่แค่ความหวัง แต่ทำเสร็จแน่นอน”

นายกฯ ยังเยี่ยมชมร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งของจังหวัดปัตตานี

ขณะที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและท่องเที่ยว ให้นายกฯ ร่วมวาดลายในผ้าลายชบาปัตตานี นอกจากนี้ นายกฯ ยังชิมอาหารพื้นเมืองในซุ้มต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงพร้อมชมว่าอร่อย และให้ไปต่อยอดเพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว นายกฯ ยังได้ทดลองสวมหมวกกะปิเยาะ ซึ่งเป็นหมวกที่สวมใส่สำหรับสุภาพบุรุษชาวมุสลิม ก่อนหันมายิ้มและถ่ายรูป และนายกฯ ได้ขอซื้อภาพวาดสีน้ำมันซึ่งเป็นภาพเด็กชายชาวมุสลิม​กำลังโยกคันน้ำบาดาลและมีสามเณรใช้มือรองน้ำดื่ม​ ซึ่งเป็นภาพสันติภาพ​ จากนายสุไลมาน ยาโม ศิลปินดับไฟใต้​ด้วยปลายพู่กัน​ มูลค่า​ 30,000 บาท​ โดยนายกฯ ชมว่าเป็นภาพที่สื่อความหมายได้ดีมาก​ ขณะที่ศิลปินดีใจที่นายกฯ ซื้อภาพ ถือเป็นของขวัญให้ลูกที่เพิ่งคลอดวันนี้​ จากนั้นศิลปินดังกล่าวยังได้มอบภาพวาดเหมือนนายกฯ ให้เป็นที่ระลึกด้วย​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่ยังมีประชาชนสอบถามถึงเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทอีกด้วย

เวลา 15.40 น. นายกฯ พร้อมคณะเดินทางไปยังตำบลอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองปัตตานี อาทิ บ้านขุนพิทักษ์รายา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมของยูเนสโก เมื่อปี 2563 ก่อนจะเดินมาเยี่ยมชมบ้านเลขที่ 5 กือดาจีนอ ซึ่งมีอายุ 172 ปี และเดินทักทายประชาชนตลาดวัฒนธรรมกือดาจีนอ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) โดยมีประชาชนขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

จากนั้นนายกฯ เดินชมตลาดซงจื่อ โดยชาวบ้านได้มอบเสื้อผ้าบาติกสีแดง และลูกปัดมโนราห์ ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาพัฒนาต่อยอดสู่ศิลปะทางวัฒนธรรมบ้านรอยรักโนราห์ ของชุมชนคุณธรรมโรงเรียนภาษีเก่า (วัดเลียบ) ให้นายกฯ ด้วย ก่อนที่นายกฯ จะอุดหนุนเกี้ยวจำลองเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว

นายกฯ ยังได้แวะร้านเลี่ยนโฮ่ฮวด โชว์ฝีมือทำขนมเบื้องญวน ซึ่งจะทำปีละครั้งในงานเทศกาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว ก่อนนั่งชิมขนมเบื้องญวนที่ตนเองทำ และชิมขนมโคปัตตานี ซึ่งทำปีละครั้งในงานเดียวกัน ก่อนจะเรียก น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี มานั่งด้วย

จากนั้นนายกฯ สักการะศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ก่อนชมการแสดงเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย เพื่อเป็นการต้อนรับบุคคลสำคัญ ทั้งนี้ สิงโตได้มอบลูกแก้วให้กับนายเศรษฐา ขณะที่นายกฯ ได้มอบอั่งเปาเป็นรางวัล ก่อนที่สิงโตจะอวยพรให้นายกฯ อายุมั่นขวัญยืน เฮงๆ รวยๆ

เวลา 17.55 น. นายกฯ โพสต์ข้อความผ่าน X ตอนหนึ่งถึงการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองปัตตานีว่า อยากยกระดับการอนุรักษ์เมืองเก่า โดยเสนอให้ย่านเมืองเก่าปัตตานี เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เช่นเดียวกับเมืองเก่าฮอยอันในประเทศเวียดนาม และเมืองเก่าสงขลา เป็นต้น โดยเน้นความเชื่อมโยงในลักษณะพหุวัฒนธรรมที่ผสมผสานด้วยกันระหว่างไทย จีน และมุสลิม

"ผมยังได้เยี่ยมชมมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน "กตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี" ประจำปี 2567 ด้วย ผมอยากยกระดับงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ได้รับความนิยม และอยากให้ศาลเจ้าแม่ฯ เป็นหมุดหมายของผู้ศรัทธาจากทั่วโลกครับ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ พร้อมคณะได้พักค้างคืนที่ จ.ปัตตานี 1 คืน จากนั้นวันที่ 28 ก.พ. จะเดินทางต่อไปที่ จ.ยะลา เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมภายในสวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง (สวนหมื่นบุปผา) อ.เบตง และติดตามผลการดำเนินงานของด่านศุลกากรเบตง ณ ด่านศุลกากรเบตง อ.เบตง รวมถึงเยี่ยมชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย รวมทั้งเยี่ยมชม Skywalk อัยเยอร์เวง อ.เบตง และพักค้างคืนที่ อ.เบตง จ.ยะลา 1 คืน

ส่วนในวันที่ 29 ก.พ. นายกฯ และคณะจะไปเยี่ยมชมกิจกรรมภายในพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน และพบปะกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส รวมทั้งประชุมหารือยกระดับการท่องเที่ยวและพัฒนาการท่องเที่ยวในสามจังหวัดชายแดนใต้ ที่ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง