‘แม้ว-นิด’จ่อร่วมสูดPM2.5

ฝรั่งเศส ๐ “เศรษฐา” เตรียมขึ้นเหนือไปติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน  จ่อพบ “ทักษิณ” ที่เชียงใหม่ เจอมาแล้วหนึ่งครั้ง เจอครั้งที่สองคงไม่เป็นไร ลั่้นนายใหญ่ออกมาตามกฎหมายทุกอย่าง  ส่วน "เทพไท" ห่วงใยเพื่อนนักโทษ “น.ช.แม้ว” บินไปเชียงใหม่ สูดฝุ่น PM 2.5  กลับมาป่วยวิกฤตอีก

วันที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 17.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครปารีส  สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคมนี้ว่า จะไปติดตามเรื่องสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน โดยจะมีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และฝ่ายความมั่นคงในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และไปติดตามโครงการพระราชดำริด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ จะมีโอกาสได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   ที่จะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อเยี่ยมบรรพบุรุษหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากมีโอกาสก็จะได้พบกัน และได้เจอกับนายทักษิณหนึ่งครั้งแล้ว เจอครั้งที่สองคงไม่เป็นไร   เพราะเป็นคนรู้จักกันอยู่แล้ว หากสะดวกก็คงได้พบกัน แต่เบื้องต้นยังไม่ได้นัดหมายกับนายทักษิณ เพราะไม่ทราบว่าท่านจะเดินทางไปที่ไหนเวลาไหน แต่คนที่รู้จักกัน คงแวะเข้าไปพูดคุยเป็นธรรมดา

เมื่อถามว่า ที่ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนายทักษิณเข้าไปอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ตอบข้อซักถามของฝ่ายนิติบัญญัติอยู่แล้ว ส่วนตัวไม่ได้กังวล เพราะเป็นไปตามกฎหมาย นายทักษิณก็ออกมาตามกฎหมายทุกอย่าง และเราก็ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอะไรกับใครทั้งสิ้น ถ้าเกิดมีเรื่องข้องใจอันใดก็เป็นไปตามกลไกการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า พร้อมที่จะชี้แจงทุกเรื่อง และรัฐมนตรีทุกคนก็พร้อมที่จะชี้แจงเช่นกัน ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลพยายามเร่งทำงานทุกอย่าง และกลางเดือนนี้จะมีการแถลงว่าการที่รัฐบาลเดินทางมาต่างประเทศมีผลงานอย่างไรบ้าง รวมไปถึงการลงทุนของแต่ละบริษัทไปถึงขั้นตอนใดแล้ว  ประชาชนจะได้สบายใจ ขณะเดียวกันก็จะได้วางแผนการรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย

เมื่อถามว่า การที่ฝ่ายการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่านายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศแต่ไม่มีผลงาน นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ขอตอบ เพราะเป็นเพียงเป็นวาทกรรมทางการเมือง ผลงานรัฐบาลมีหรือไม่ ขอให้ประชาชนตัดสินใจ และขอโอกาสให้ทีมงานได้อธิบาย ซึ่งการเดินทางลงพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอเปก อาเซียน-ออสเตรเลีย, อาเซียน-ญี่ปุ่น ซึ่งไม่ไปไม่ได้ และเมื่อเดินทางไปแล้วก็ใช้โอกาสในการพบปะภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ส่วนตัวขอให้เกียรติทีมงานเป็นคนตอบ เพราะเป็นความภาคภูมิใจ ไม่ใช่เพียงนายกรัฐมนตรีแถลงคนเดียว ยืนยันว่าตนไม่ห่วง เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ทราบ แต่เดี๋ยวจะทราบว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กว่า ห่วง “ทักษิณ” บินไปเชียงใหม่ สูดฝุ่น PM  2.5 กลับมาป่วยวิกฤตอีก การที่คุณทักษิณ ชินวัตร ขออนุญาตต่อกรมคุมประพฤติ เพื่อเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการขออนุญาต ก็ไม่มีใครตรวจสอบอะไรได้ เพราะคุณทักษิณไม่ได้ติดกำไล EM เหมือนผู้พักโทษทั่วไป  จึงไม่สามารถควบคุม และจำกัดพื้นที่การอยู่อาศัยของคุณทักษิณได้ จะแอบเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้ ยิ่งเป็นการเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ยิ่งไม่มีใครรู้ความเคลื่อนไหวของคุณทักษิณด้วยซ้ำไป

แต่สิ่งที่ผมแปลกใจก็คือ คุณทักษิณเป็นผู้ป่วยวิกฤต ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจนานถึง 180 วัน อาการไม่ดีขึ้นเลย แต่เมื่อได้รับสิทธิ์พักโทษ กลับมาอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า ใช้เวลาเพียง 15 วัน อาการป่วยก็หายเป็นปลิดทิ้ง สามารถรับแขกได้ทันที เดินทางไปไหนมาไหนได้เป็นปกติ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้สังคมสงสัยในคุณภาพของหมอโรงพยาบาลตำรวจว่ามีประสิทธิภาพและความสามารถในการรักษาผู้ป่วยได้มากน้อยเพียงไร

กรณีคุณทักษิณอาจจะทำให้โรงพยาบาลตำรวจขาดความเชื่อมั่นจากสังคมได้ ถ้าหากหมอหรือโรงพยาบาล ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย อยากเสนอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ของสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาถึงการจัดงบประมาณในส่วนของโรงพยาบาลตำรวจด้วย

               การที่คุณทักษิณหายป่วยจากการเป็นผู้ป่วยวิกฤตได้ไม่นาน แต่เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่า PM  2.5 สูงในขั้นวิกฤต ก็เกรงว่าถ้าหากคุณทักษิณไปสูดอากาศที่มีมลพิษสูง อาจจะทำให้กลับมาเป็นผู้ป่วยวิกฤตอีกครั้งหนึ่งได้ รวมทั้งมีกำหนดการรายละเอียดทั้ง 3 วันเผยแพร่ผ่านสื่อแล้ว คุณทักษิณต้องเดินทางไปไหว้พระ ไหว้บรรพบุรุษ เดินตลาด แวะร้านกาแฟสถานที่ต่างๆ  หลายแห่ง นัดเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตกินข้าวสังสรรค์กัน ตารางแน่นเอี้ยด แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ซึ่งอาจจะทำให้คุณทักษิณเหนื่อย และอาการป่วยกำเริบขึ้นมาอีกได้

ผมจึงขอแสดงความห่วงใย ในฐานะที่เป็นเพื่อนนักโทษ ซึ่งได้รับการพักโทษเช่นเดียวกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ก้าวไกล' ประกาศไม่จับมือ พท. รอนิดตกเก้าอี้ เข็น 'พิธา' ชิงนายกฯ

'ชัยธวัช' ลั่นก้าวไกลไม่จับมือเพื่อไทย หาก ’เศรษฐา‘ หลุดตำแหน่ง พร้อมชง 'พิธา' ชิงเก้าอี้นายกฯ คนใหม่ ยันมีความชอบธรรม

'ภูมิธรรม' เมินโพลชี้ 'ก้าวไกล' นำโด่ง ลั่น 'พท.' ทำงานหนักปรับตัวตลอด

'ภูมิธรรม' เมินโพลสถาบันพระปกเกล้าชี้ 'ก้าวไกล' นำโด่ง อ้างไม่ได้สำคัญอะไร อย่าใส่ใจทำงานดีกว่า รับ 'เพื่อไทย' ปรับตัวตลอดเวลา