“วิสุทธิ์” มั่นใจถกงบจบตามไทม์ไลน์ได้แน่ “โฆษกก้าวไกล” ตีปี๊บบอกคนจองกฐินอภิปรายแบบไม่ลงมติพรึ่บ สบช่องยกเคสเชียงใหม่สะท้อนใครห่วงชาวบ้านมากกว่ากัน นิด้าโพลเผยผลสำรวจคนเห็นด้วยซักฟอกแบบไม่ลงมติ
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือพรรคฝ่ายค้านในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2567 ว่า ตามข้อบังคับต้องพูดในเรื่องที่ประชุมอยู่ เชื่อว่าฝ่ายค้านเข้าใจเรื่องนี้ดี ทุกคนมีหนังสือข้อบังคับวางอยู่ตรงหน้า เราเองก็ไม่อยากประท้วงพรํ่าเพรื่อ ส่วนต้องเตรียมองครักษ์ไว้คอยประท้วงหรือไม่นั้น ถ้าอภิปรายในประเด็นก็ไม่มีปัญหา เชื่อว่าทั้ง 3 ฝ่ายจะร่วมมือกันผลักดันงบไปสู่โครงการต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว คิดว่าฝ่ายค้านก็คงเข้าใจ
“ยืนยันว่าการอภิปรายจะเป็นไปตามกรอบที่ตกลงกัน 3 ฝ่าย โดยวันแรกจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-02.00 น. ของวันถัดไป ส่วนวันที่ 2 อาจจบในช่วง 00.00 น. ส่วนในวันที่ 3 จะพยายามให้จบภายใน 18.00 น.”
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า พรรคมี สส.แปรญัตติกันจำนวนมาก ซึ่งต้องมาดูว่าจะอภิปรายตามที่แปรญัตติไว้หรือไม่ โดยหากอภิปรายตามที่แปรญัตติไว้ แต่เป็นข้อมูลซ้ำกัน ก็อาจไม่เป็นประโยชน์ เรามีระยะเวลาในการอภิปรายแค่ 2 วัน จึงต้องคำนึงถึงเนื้อหาเป็นหลักมากกว่าการได้พูด
“การอภิปรายในวาระสอง เราไม่ได้เน้นหน่วยงานไหนเป็นหลัก หากเรารู้สึกว่าหน่วยงานไหนผิดสังเกต แม้บางงบประมาณจะผ่านที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และคณะอนุกรรมาธิการฯ มาแล้วก็ตาม”
ถามถึงกรณีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในส่วนของพรรค ก.ก. จะมีการจัดสัดส่วนการอภิปรายอย่างไรบ้าง น.ส.ภคมนกล่าวว่า ยังอยู่ในกระบวนการคัดเลือกผู้อภิปราย โดยเบื้องต้นมี สส.สนใจสมัครเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการคัดเลือกผู้อภิปรายรอบนี้จะเข้มข้นและมีขั้นตอนการคัดเลือกที่มากกว่าการอภิปรายครั้งอื่น คาดว่าน่าจะทราบผลในสัปดาห์นี้ว่าจะมีใครเป็นผู้อภิปรายบ้าง รวมถึงเวลาในการอภิปราย
“หากพูดด้วยใจอย่างเป็นธรรมที่สุด ในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ารัฐบาลไม่มีผลงานอะไรที่เป็นรูปธรรมเลย ดังนั้นการอภิปรายในรอบนี้ ก็คงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล อย่างน้อยก็เทียบจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่าในวันนี้นโยบายที่เคยแถลงเกิดขึ้นจริงแล้วหรือไม่ หรือกระทั่งนโยบายที่รัฐบาลบอกว่าเร่งด่วน” น.ส.ภคมนกล่าว และว่า เหตุการณ์ที่ จ.เชียงใหม่ใน 2 วันที่ผ่านมา อุณหภูมิทางการเมืองสูงมาก พรรคแทบไม่ต้องอภิปรายอะไร ภาพที่เกิดขึ้น สิ่งที่เห็น มันชัดเจนแล้วว่าใครจริงใจกับประชาชนมากกว่า
วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง ฝ่ายค้าน จริงหรือเปล่า? โดยสอบถามประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวม 1,310 หน่วยตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสาเหตุที่ฝ่ายค้านไม่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่า 32.75% ระบุว่าควรให้โอกาสรัฐบาลได้บริหารงบประมาณปี 2567 ก่อน, 23.74% รัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศได้แค่ 6 เดือนจึงยังไม่ถึงเวลาขอเปิดซักฟอกเพื่อล้มรัฐบาล, 23.51% ฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลใดๆ ในเชิงลึกพอล้มรัฐบาลได้, 11.91% ฝ่ายค้านเกี้ยเซียะกับรัฐบาล, 5.42% ฝ่ายค้านอยากร่วมรัฐบาล, 5.34% ฝ่ายค้านบางพรรคมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับประเด็น มาตรา 112
ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับมติของฝ่ายค้านที่ขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ พบว่า ตัวอย่าง 38.09% เห็นด้วย, 28.24% ฝ่ายค้านไม่ควรขอเปิดอภิปรายใดๆ ในเวลานี้ และ 26.72% ฝ่ายค้านควรขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลมากกว่า ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของฝ่ายค้าน พบว่า 36.49% ค่อนข้างพอใจ, 28.39% พอใจมาก, 20.84% ไม่ค่อยพอใจ, 10.84% ไม่พอใจเลย และ 3.44% ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

