‘กกต.’ขู่จัดเต็ม สรรหาสภาสูง เสรีปูดแก๊งยึด

“แสวง” ยกคำพิพากษาศาลฎีกาแจกใบดำผู้สมัครฮั้วเลือก สว.เป็นหนังตัวอย่างเตือน รองเลขาธิการ กกต.ขู่เก็บข้อมูลไว้หมด โดยเฉพาะเรื่องสภาผัวเมีย “เสรี” แฉพรรคการเมืองใหญ่เริ่มวางแผนยึดเก้าอี้สภาสูง

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2567 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ใบดำ สว.การจัดตั้ง การบริหารจัดการ การฮั้ว การตั้งกลุ่ม...อย่าหาทำ” พร้อมยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5606/2562 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5217/2562 ที่พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) เป็นตัวอย่าง ก่อนทิ้งท้ายว่า  การขอคะแนนเสียงในรูปแบบใดๆ หรือการกระทำในลักษณะใดๆ ในทำนองเดียวกัน อาทิ การจัดตั้ง การบริหารจัดการ การฮั้ว การตั้งกลุ่มไลน์ อาจเข้าข่ายการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมดังกล่าว ซึ่งขึ้นกับข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป อย่าหาทำ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวเปิดการสัมมนา “บทบาทหน้าที่ อำนาจ และการได้มาซึ่งวุฒิสภาชุดใหม่ 2567” ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และ กกต. ว่าเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง สว.ทางอ้อม เพราะประเทศไทยเคยผ่านการมีวุฒิสภามาหลายรูปแบบ ทั้งแบบเลือกตั้ง แต่งตั้ง หรือรูปแบบผสม แต่รูปแบบใหม่ในการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มอาชีพตามรัฐธรรมนูญ 2560 แม้จะยังไม่เคยมีมาก่อน แต่มั่นใจว่าจะผ่านการคัดสรรอย่างเข้มข้นทั่วถึง

ด้านนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวในการสัมมนา “บทบาทหน้าที่ อำนาจ และการได้มาซึ่งวุฒิสภาชุดใหม่ 2567” ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา  จัดขึ้นตอนหนึ่งถึงกระแสข่าวการจัดตั้งหรือจัดอบรมสัมมนา เรียกเก็บเงินเพื่อทำความรู้จักกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสมัคร สว.แบบผู้สมัครเลือกกันเอง ว่า กกต.มีการเก็บข้อมูลและมีเครือข่ายพื้นที่แล้ว ดังนั้น ใครจะไปดำเนินการที่อำเภอไหน ตำบลใด สำนักงาน กกต.ในจังหวัดมีข้อมูลทั้งหมด เพื่อเตรียมนำไปประกอบการพิจารณาหากมีเหตุร้องเรียน ซึ่ง กกต.ไม่ได้นิ่งเฉยหรือละเลย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และสร้างความเท่าเทียมแก่ผู้สมัครทุกคน

นายกิตติพงษ์ยังกล่าวถึงการตรวจสอบผู้สมัคร สว. เพื่อป้องกันในกรณีที่เป็นบุพการี-บุตรนอกสมรสว่า สำนักงาน กกต.มีหน่วยงานต่างๆ ช่วยตรวจสอบกลั่นกรอง 26 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ทั้งฐานข้อมูลพรรคการเมือง ตำแหน่งต่างๆ ซึ่ง กกต.มีเวลา 5 วัน ตรวจสอบหลังการรับสมัครเลือกตั้ง และสำนักงาน กกต.ทุกจังหวัดสามารถตรวจสอบได้ในบางเรื่องบางประการที่ กกต.มีข้อมูล แม้ตรวจไม่พบ แต่ผ่านการเลือกตั้งมาระดับอำเภอและจังหวัดมาแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นโมฆะ  หรือเจอในชั้นใดก็ลบชื่อในชั้นนั้นได้ และผู้สมัครสามารถร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้

 “กกต.เชื่อว่าการรับสมัคร สว.ครั้งนี้จะมีผู้สมัครรวมทั้งประเทศจำนวนมาก แต่เมื่อเข้าสู่ระดับจังหวัดแล้ว เชื่อว่าจะเหลือจังหวัดละประมาณ 500 คน หากรวมทั้งประเทศแล้วอาจมีจำนวนรวมมาก แต่มั่นใจว่า กกต.จะสามารถบริหารจัดการได้  ส่วนขั้นตอนการประกาศผลการเลือกตั้งอาจไม่รวดเร็ว เพราะต้องคำนึงถึงข้อร้องเรียนภายหลังจากจังหวัดได้ส่งผลคะแนนมายัง กกต.ด้วย” รองเลขาธิการ กกต.กล่าว

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีบางพรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองใหญ่ บอกว่าต้องการยึด สว. ยึดท้องถิ่น โดยส่งคนลงสมัครเป็น สว.ชุดใหม่ ที่มีกระบวนการเลือกกันเอง 3 ระดับ ซึ่งแบบนี้คือการนึกถึงแต่ตนเอง พวกตัวเอง ไม่ใช่ประชาชน เนื่องจากต้องการอำนาจ จึงต้องยึด สว.ให้ได้ ดังนั้นประชาชนที่ตั้งใจอยากเป็น สว.ถูกเอาเปรียบ เพราะเจอกับนักการเมืองรวมตัวกัน ดังนั้นขอให้สังเกตการทำสัญลักษณ์ในใบแนะนำตัว ทั้งสีและข้อความผ่านเอกสารแนะนำตัว

นายเสรีกล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยัง กกต.ให้เข้มแข็ง และเอาจริงในการตรวจสอบการเลือก สว.ชุดใหม่ เพราะขณะนี้พบว่ามีการจัดสัมมนาเรียกเก็บเงินเป็นพันบาทเพื่อทำความรู้จักกัน ถามกับ กกต.ว่าผิดหรือไม่ กกต.ตอบว่าไม่ผิด เพราะไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่มองว่าเป็นจุดตั้งต้นที่อาจนำไปสู่การได้เสียในการเลือกกันเองของผู้สมัคร สว. เพราะยอมรับว่าการเลือกกันเองของ สว.นั้นต้องเลือกคนที่รู้จัก ซึ่งแตกต่างจากการจัดสัมมนาของ สว.​ ที่เป็นการให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป

 “กกต.ต้องตื่นตัว และให้ความรู้ รวมถึงเตือน แนะนำสิ่งที่หมิ่นเหม่ ไม่ใช่ไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจึงทำกันยกใหญ่ ผมมองว่าหากปล่อยไปจะไม่ได้ตัวแทนของประชาชนตามที่ต้องการ เพราะเป็นการเลือกกันทางอ้อม ผมห่วงว่าคนที่จะลงสมัครโดนเอาเปรียบ และ กกต.ต้องมีบทบาทสำคัญให้การได้มาซึ่ง สว.ที่สุจริตเที่ยงธรรม หากมีโอกาสโกงกันหรือเอาเปรียบกัน กกต.ต้องเตือน ไม่ใช่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ในที่สุดไม่ได้ สว.ตามต้องการ ไปๆ มาๆ ได้นักการเมืองฮั้วกันเข้ามายึดอำนาจ ยึดประเทศ” นายเสรีกล่าว 

นายคำนูณ สิทธิสมาน สว. ในฐานะ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า มั่นใจว่า สว.ชุดใหม่ จะเป็นชุดแรกในประวัติศาสตร์โลกที่มีการเลือกตั้งทางอ้อม และยังคงมีบทบาทสำคัญว่าจะมีส่วนร่วมแก้ไขหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับหรือไม่  เพราะ สว.ยังมีบทบาทร่วมลงมติ 1 ใน 3 หรือ 67 เสียงจาก 200 เสียงด้วย และอาจเป็นเรื่องแรกที่วุฒิสภาชุดใหม่ต้องพิจารณา ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับ สว.ชุดใหม่ว่าจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง