ยํ้าคุก!ศรีธนญชัยล้วงธกส.

“เศรษฐา” ย้ำไตรมาส 4 ได้เงินหมื่นดิจิทัลแน่ๆ เด็ก ปชป.เตือนระวังเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เผยตกม้าตายมาหลายคนแล้ว “สมชัย” ย้ำหากกู้เงิน ธ.ก.ส.แค่เข้าไอซียู แต่หากยืมจองศาลาได้เลย “อนุสรณ์” แนะต้องทำบัญชีแยกกันให้ชัดเจน 

เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2567 ที่ตลาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขับรถยนต์ส่วนตัว Abarth fiat 695 Maserati  Edition ทะเบียน 3 กฎ 695 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาพร้อม พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยา เพื่อมาเดินตลาดเช้าตามปกติ โดยนายเศรษฐากล่าวว่า   สงกรานต์ปีนี้ดีกว่าปีเก่า นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ และปีหน้าจะจัดกิจกรรมให้มากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะดีขึ้น ดีกว่าปีนี้

ระหว่างนายกฯ เดินตลาด    บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปให้กำลังใจนายกฯ และมีบางส่วนเข้ามาสอบถามความคืบหน้าเรื่องโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่าตกลงเงินดิจิทัลจะได้หรือไม่ โดยนายเศรษฐายืนยันชัดเจนว่าได้แน่นอนในไตรมาส 4

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของรัฐบาลในการดำเนินโครงการเงินดิจิทัลว่า เป็นการตรวจสอบของภาคประชาชนที่ออกมาตั้งข้อสงสัยบนข้อมูลหลักฐานต่างๆ ซึ่งรัฐบาลเพียงตอบข้อคำถามให้ได้ทุกอย่างก็จบ และเคยอภิปรายสอบถามรัฐบาลแล้วว่าทำไมต้องแจกเป็นเงินดิจิทัล ทำไมไม่แจกเป็นเงินบาท

 “เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นเรื่องตกม้าตายของผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเป็นนักธุรกิจของไทยมาโดยตลอด  เพราะเมื่อมีอำนาจการเมืองแล้ว มักหาลู่ทางให้ธุรกิจของตนได้ผลประโยชน์ ซึ่งไม่ว่าจะชอบหรือผิดกฎหมาย แต่มันล้วนขัดแย้งกับมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง” นายสรรเพชญระบุ

นายสรรเพชญยังกล่าวถึงประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนของโครงการเงินดิจิทัลว่า หากข้อสงสัยเรื่องกลุ่มทุนใกล้ชิดผู้นำรัฐบาลที่กำลังเตรียมการเก็งกำไรเงินดิจิทัลเป็นเรื่องจริง นี่อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาลนี้ เพราะหากดูมาตั้งแต่ต้น โครงการเงินดิจิทัลสะท้อนความล้มเหลวเชิงนโยบายและความตกต่ำของมาตรฐานจริยธรรมของรัฐบาลอย่างที่สุด เพราะโครงการเงินดิจิทัลตอนหาเสียงพูดไว้อย่างหนึ่ง ตอนเป็นรัฐบาลก็ทำอีกอย่างหนึ่ง

“หากเป็นประเทศประชาธิปไตยในโลกตะวันตก ผู้นำรัฐบาลต้องลาออกแล้ว เนื่องจากทำไม่ได้ตามที่หาเสียงไว้  ซึ่งขอให้จัดทำโครงการเงินดิจิทัลอย่างตรงไปตรงมา ยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง อย่าตกม้าตายเพราะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแบบอดีตนายกฯ บางคนของไทย” 

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “กู้ ธ.ก.ส.นั้นไอซียู แต่ถ้ายืมจองศาลาได้เลย” ระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลนายเศรษฐาจะดำเนินการกับแหล่งที่มาของเงินดิจิทัลวอลเล็ต 172,300 ล้านบาท คงไม่ใช่แค่กู้แล้วใช้คืนพร้อมดอกเบี้ย แต่อาจไปไกลถึงขั้นยืมและทยอยคืนในโอกาสที่เหมาะสมโดยไม่มีดอกเบี้ย โดยจับจากน้ำเสียงของ รมช.การคลัง ที่พูดว่าเป็นการยืม และจับจากคำตอบของปลัดกระทรวงคลัง ที่ไม่ตอบเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าดอกเบี้ยเท่าไร ใช้คืนเมื่อใด

“แค่กู้ก็เหนื่อยแล้ว เพราะผิดวัตถุประสงค์ของ ธ.ก.ส. แต่หากถึงขั้นยืมใช้คืนแบบไม่มีดอกเบี้ยนั้น จองศาลาวัดได้เลย เพราะมาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐเขียนไว้ชัดว่า   โดยรัฐบาลรับภาระจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินการนั้น เอาเงินออกไปใช้ย่อมสูญเสียโอกาสให้กู้ โดยอัตราดอกเบี้ยธนาคารทั่วไป อยู่ที่ 7.05-7.25% ต่อปี ส่วนของ ธ.ก.ส.อยู่ที่ 6.975% ต่อปี เงินกู้ 172,300 ล้านบาท จึงมีดอกเบี้ยประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี เอาไปแจกประชาชนแล้วค่อยส่งคืนเมื่อตั้งงบประมาณได้ ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีกำหนดเวลาคืน ผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังชัดเจน คนยืมคือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ และคนให้ยืมคือบอร์ดและผู้บริหาร ธ.ก.ส. จองวัดได้เลย อยากให้ ครม.มีมติเร็วๆ เลย”

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การเอาเงินฝากของ ธ.ก.ส.ให้รัฐบาลนำไปแจกไม่น่าจะทำได้ตามพระราชบัญญัติของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มาตรา 9 เพราะไม่ได้เป็นการดำเนินกิจการ ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกับผู้ประกอบการ โดยการนำเอาคำว่า พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร มาใช้อย่างโดดๆ เป็นการบิดเบือนการใช้กฎหมายที่เลวร้ายกว่าศรีธนญชัย ถ้าจะอ้างว่าในอดีตรัฐบาลก่อนๆ เคยทำในลักษณะเดียวกัน ก็ไม่น่าจะอ้างได้  เพราะโครงการในอดีตไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าวหรือโครงการประกันรายได้ ต่างนำเงิน ธ.ก.ส.ไปใช้ร่วมกับผู้ประกอบการตามกฎหมายนี้ และถ้าการนำเงิน ธ.ก.ส.ไปใช้ในอดีตเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ก็ไม่ใช่บรรทัดฐานที่จะอ้าง ทำตามความไม่ถูกต้องนั้นได้

รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และ อดีตกรรมการและประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ต้องปฏิบัติตามพันธกิจที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละช่วงเวลา ธ.ก.ส.เป็นองค์กรสนับสนุนมาตรการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายประกันรายได้ จำนำสินค้าเกษตร สนับสนุนกองทุนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาลหลายชุดมาอย่างต่อเนื่อง

รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า การใช้สภาพคล่องที่เหลืออยู่ของ ธ.ก.ส. ในการสนับสนุนโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต หรือกู้เงิน 1.7 แสนล้านบาทจาก ธ.ก.ส. สามารถทำได้บนเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 1.ต้องมั่นใจว่า ธ.ก.ส.มีสภาพคล่องเพียงพอในการสนับสนุนโครงการดังกล่าวโดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องของธนาคารในการดำเนินงานตามพันธกิจสำคัญ 2.ต้องทำให้เกิดความมั่นใจต่อการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. และไม่มีการถอนเงินฝากหรือสภาพคล่องออกจาก ธ.ก.ส. มากกว่าปรกติ 3.มีการบันทึกบัญชีแยกออกจากกันอย่างชัดเจนระหว่างบัญชีดำเนินการตามปรกติ และบัญชีดำเนินการเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐโดยเฉพาะนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท และ 4.มีการทำแผนการชำระเงินคืนและชดเชยรายได้จากการดำเนินการแจกเงินดิจิทัลให้เกษตรกร โดยกำหนดให้กระทรวงการคลังต้องจัดสรรงบประมาณจ่ายชดเชยและชำระคืนให้ ธ.ก.ส.อย่างชัดเจนอย่างน้อยปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท และ 5.การแจกเงินดิจิทัลผ่านการใช้สภาพคล่อง ธ.ก.ส. เป็นการดำเนินการมาตรการกึ่งการคลังและก่อภาระผูกพันผ่านหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวต้องอยู่ในกรอบมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ

“การให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทำกิจกรรม มาตรการ หรือสนับสนุนนโยบายรัฐ แล้วทยอยตั้งงบประมาณมาชดเชยค่าใช้จ่ายและรายได้ให้กับรัฐวิสาหกิจในภายหลังตามมาตรา 28 นี้ถือเป็นเงินนอกงบประมาณ เป็นมาตรการกึ่งการคลัง จึงไม่นับวงเงินที่ใช้เข้ามารวมอยู่ในหนี้สาธารณะในครั้งแรก อาจก่อให้เกิดการประเมินหนี้สาธารณะต่ำกว่าความจริงได้” รศ.ดร.อนุสรณ์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ไหวแล้ว 'เศรษฐา' จ่อเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดพิเศษ หลังรู้จีดีพีไทยโตต่ำสุดในอาเซียน

“เศรษฐา” เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดพิเศษ 27 พ.ค.นี้ หลังจีดีพีไทยไตรมาสแรกโตต่ำสุดในอาเซียน

เริ่มฮั้วยึดเก้าอี้สว. กกต.จับตาพวกไร้คะแนน-ท็อปไฟว์/‘ทักษิณ’ส่ง‘สมชาย’ดันนั่งปธ.

ประเดิมสมัคร สว.วันแรก มีทั้งพื้นที่คึกคักและกร่อย สะพัด! กทม.เริ่มมีเรื่องฮั้ว รวมกลุ่ม “กกต.” จับตาพวกไร้คะแนนและบรรดาท็อปไฟว์