โชว์บารมีแห่เชลียร์‘ทักษิณ’

"ทักษิณ" แก้มปริ! "รมต.-สส.-ขรก.-คนเสื้อแดง" แห่เข้ารดน้ำขอพร ลั่นจะทำหน้าที่อดีตนายกฯ ช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาบ้านเมือง มั่นใจปีหน้าทุกอย่างจะดีขึ้น โพลชี้ "แม้ว" ผู้มีบารมี ปชช.หวังพึ่งช่วยแก้ปากท้อง "ปชป." ซัด "เศรษฐา" มีแค่อำนาจทิพย์ เหน็บ "อดีตนายกฯ-อนาคตนายกฯ" ประกบข้างทำงานตลอด "เสี่ยนิด" ยัน "เงินดิจิทัล" ไตรมาส 4 ได้แน่ ฟุ้งช่วยกระตุ้น ศก. เห็นผลชัดไตรมาส 1-2 ปีหน้า

ที่จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 15 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อช่วงเช้า (15 เม.ย.) ได้ไปร่วมทำบุญขึ้นบ้านใหม่บ้านของนางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ โดยบรรยากาศมีคนในครอบครัวชินวัตรและบรรดาคนสนิทในพื้นที่มาร่วมพิธีกันอย่างคึกคัก อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว, นายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย โดยนิมนต์พระจากวัดโรงธรรมสามัคคีมาทำพิธี ซึ่งวัดดังกล่าวเป็นวัดที่มีกู่ประจำตระกูลตั้งอยู่ ทั้งนี้ภายในงานมีการเลี้ยงอาหารพื้นเมือง

จากนั้นช่วงบ่ายที่บ้านพักกรีนวัลเลย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ของนายสมชายและนางเยาวภา ได้เปิดโอกาสให้รัฐมนตรี สส. ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เข้ารดน้ำขอพรนายทักษิณเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ โดยใช้ชื่องานว่า "สระเกล้าดำหัวประเพณีปี๋ใหม่เมือง“ รวมถึงมีซุ้มอาหารคอยบริการผู้มาร่วมงาน

ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก บรรดารัฐมนตรี สส. และอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ต่างทยอยเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่เวลา 15.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักจนทำให้เต็นท์ซุ้มอาหารปลิว นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนจัดเครื่องบายศรี กลองสะบัดชัยมาร่วมงานด้วย รวมทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงที่ได้นำธงที่เคยใช้โบก ในการชุมนุมของคนเสื้อแดงมาโบกที่งานนี้ด้วย

สำหรับผู้ที่มาร่วมงาน มีอาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย, นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง, นายชูศักดิ์ ศิรินิล  สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พท., นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง สส. มีอาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ, นายพชร จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา, น.ส.ศรีโสภา โกฎคำลือ สส.เชียงใหม่, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัฐ สส.เชียงราย, นายโกศล ปัทมะ สส.นครราชสีมา, น.ส.วิภาณี ภูคำวงศ์ สส.ขอนแก่น, น.ส.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ  รวมถึงนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ พิธีกรชื่อดัง บุตรชายนายสุชาติ ตันเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ

จากนั้นบรรดารัฐมนตรีต่างทยอยเดินทางมาสมทบ  ประกอบด้วย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึง ได้มีขบวนแห่น้ำเพื่อมารดน้ำดำหัวนายทักษิณ ซึ่งเป็นตัวแทนจากอำเภอใกล้เคียง พร้อมทั้งประกอบพิธีทางล้านนา  ทั้งนี้ภายหลังจากที่ได้เปิดให้รัฐมนตรี สส. อดีต สส. และประชาชนรดน้ำดำหัวแล้ว นายทักษิณได้ออกมาพบปะประชาชนบริเวณลานด้านหน้าห้องรับรอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับให้ผู้มาร่วมงานได้รดน้ำดำหัว โดยนายสมพงษ์ได้รดน้ำดำหัวนายทักษิณเป็นคนแรก

จากนั้นนายทักษิณกล่าวกับผู้ที่มาร่วมงานว่า วันนี้ถือเป็นยุคดิจิทัล เดี๋ยวดิจิทัลวอลเล็ตก็มาแล้ว วันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความสุขมาก ได้มาร่วมประเพณีรดน้ำดำหัวในวันสงกรานต์เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี หลายคนมาจับตัวแล้วถามว่านี่ตัวเป็นๆ ใช่หรือไม่ บางทีตนก็งงเหมือนกันว่าเป็นตัวเป็นๆ จริงหรือ ก็ขอขอบคุณรัฐมนตรี สส.และเพื่อนพี่น้องที่วันนี้มารดน้ำดำหัว ดูแลอาจจะไม่ทั่วถึง แต่ก็ได้เห็นหน้าเห็นตา ขอบคุณนักการเมืองท้องถิ่นทั้งหลาย อบจ.ก็มาหลายคน วันนี้ดีใจ ตนไม่ได้พูดเหนือมานานเลยพูดไม่ค่อยคล่อง แต่อยากบอกพี่น้องทุกคนว่าตนเคารพรักพี่น้อง และบ้านเกิดเมืองนอน

นายทักษิณกล่าวว่า วันนี้ได้มีโอกาสมาอวยพรให้พี่น้องทุกคน ตนอายุ 75 ปีแล้ว คนส่วนใหญ่ในนี้อ่อนกว่าตน  มีแก่กว่าตนไม่กี่คน ก็ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงซึ่งสำคัญที่สุด ขอให้มีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต และขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ขอให้ทุกคนมีโชคมีชัย

ปชช.ชี้ 'ทักษิณ' เป็นผู้มีบารมี

"มั่นใจว่ารัฐบาลและผมจะพยายามแนะนำสิ่งที่ดีๆ แก้ปัญหาให้บ้านเมือง เชื่อว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี  (ครม.) จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้อาจจะช้าหน่อยเพราะว่าต้นปีรัฐบาลใช้งบไม่ได้ ต้องใช้งบประจำ งบลงทุนยังไม่มี แต่ว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปก็เริ่มจะดีขึ้น ปีหน้ามั่นใจว่าบ้านเมืองก็จะดีขึ้น ผมไปไหนเห็นความแห้งแล้งก็เอ็นดูประชาชน และผมก็คิดว่ามันเป็นหน้าที่ที่อดีตนายกฯ คนหนึ่ง ที่ยังรักบ้านเมืองเป็นห่วงบ้านเมืองก็ต้องมาช่วยกัน ก็อยากจะขอให้พี่น้องประชาชนมีกำลังใจว่า ไม่นานทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม ก็ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ มีความสุขทุกคน" นายทักษิณกล่าว

ขณะที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง จับกระแสโพล ทักษิณ ชินวัตร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,158  ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-6 เม.ย. 2567 พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 66.9 ยอมรับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นผู้มีบารมี ในขณะที่ 33.1 ระบุว่าไม่เป็น

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนที่ให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ปัญหาปากท้อง ต้องการเงินดิจิทัลทั่วถึง กระตุ้น SME ความยากจน ร้อยละ 71.8 มิจฉาชีพออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ แก๊งดูดเงินประชาชน โจรไซเบอร์ ร้อยละ 65.5 ยาเสพติด ปัญหาเด็ก เยาวชน ร้อยละ 62.3 ปัญหาหนี้ทั้งในและนอกระบบ  ร้อยละ 60.1 และปัญหาฝุ่น PM หมอกควัน มลพิษ สิ่งแวดล้อม ร้อยละ 58.9 ตามลำดับ

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณระบุได้พูดคุยกับคนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ยืนยันชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการร่วมรัฐบาล เพราะฉะนั้นไม่อยากให้นายทักษิณออกมาพูดแบบคลุมเครือ

ผู้สื่อข่าวถามถึงคนที่นายทักษิณไปกินกาแฟด้วยกล่าวถึงนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบจึงไม่สามารถตอบแทนได้ ต้องไปสอบถามรายละเอียดจากนายเดชอิศม์เอง            

ส่วนนายชนินทร์ รุ่งแสง รองเลขาธิการพรรค ปชป.  กล่าวถึงรายงานผลการสำรวจจัดอันดับประเทศที่เหมาะกับการทำธุรกิจของ EIU หรือสถาบันวิจัยด้านเศรษฐกิจและการเมือง ในการจัดอันดับของ EIU ประเมินจากความน่าดึงดูดในการทำธุรกิจของประเทศและเขตแดน 82 แห่งทั่ว ประเทศ โดยสิงคโปร์คว้าอันดับ 1 ประเทศน่าทำธุรกิจติดต่อกัน 16 ปี แต่ประเทศไทยที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันกลับไม่ติดอันดับว่า ประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองในสายตานักลงทุน ถือเป็นประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนและทำธุรกิจ รัฐบาลของประเทศเหล่านั้นมุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือบริษัทเอกชน ในการยกระดับด้านเทคโนโลยี ในขณะที่ประเทศไทยยังติดกับดักผู้มากบารมี

"สิ่งที่น่าเศร้าใจถ้อยแถลงของผู้นำประเทศต่อสาธารณะ ที่กล่าวว่าประชาชนสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ด้วยเงินดิจิทัล 10,000 บาท ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์การบริหารประเทศที่ฉาบฉวย อยากจะย้ำให้นายกฯ ไปพิจารณาเรื่องของคำว่าเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งมิได้หมายความถึงแค่เสียงส่วนใหญ่ในสภา แต่หมายความถึงความน่าเชื่อถือและเอกภาพ คือการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีที่ทุกคนมองว่านายกรัฐมนตรีมีตัวจริง แต่มีอำนาจทิพย์ เพราะมีอดีตนายกฯ และอนาคตนายกฯ ประกบข้างการทำงานตลอดเวลา" นายชนินทร์กล่าว

รองเลขาฯ พรรค ปชป.กล่าวว่า หลังจากนายกฯบริหารประเทศมา 6 เดือนกว่า ก็ยังมีเวลาที่จะแก้ไขปรับปรุงสิ่งต่างๆ ไม่ควรใช้เวลาไปกับการตอบโต้คำพูดทางการเมืองในสภาเหมือนการประชุมในสภาที่ผ่านมา สิ่งสำคัญคือ เรื่องคำพูดสัญญาต่อประชาชนในโครงการเรือธงของรัฐบาล หากมีการเลื่อนออกไปอีกก็ถึงเวลาควรพิจารณาตัวเองตัดสินใจลาออก เพราะก็ครบ 1 ปีในการทำงานพอดี

วันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ไตรมาส 4 นี้ได้อย่างแน่นอน ยืนยันทุกอย่างทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ สุจริตบริสุทธิ์ใจ ขอให้คอยในไตรมาสที่ 4

ถามว่า มั่นใจหรือไม่จะไม่มีอะไรมาเตะถ่วงอีก นายเศรษฐาตอบกลับทันทีว่า “มั่นใจ” เมื่อถามต่อว่า หากงบประมาณลงมาแล้วมีการประเมินหรือไม่ว่า การขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต รวมไปถึงเศรษฐกิจต่างๆ ผลจะออกมาในช่วงไตรมาสใด นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีหน้าจะเห็นผล และนโยบายการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นเรือธงในการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีนี้

ซักว่า มีการวิจารณ์กันว่ารัฐบาลให้เงินดิจิทัลมากเกินไป สุดท้ายจะไม่ได้อะไร นายกฯ กล่าวว่า การเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าทุกๆคนที่จะเกิดขึ้น ในอดีตเติมเงินเพียงแค่ 1,000-2,000 บาท แล้วไปใช้ที่ไหนก็ได้ แต่ครั้งนี้มีการจำกัดประเภทสินค้า ระยะทางที่สามารถใช้ได้ วันนี้เราต้องการที่จะให้อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดต่างๆ ได้ลืมตาอ้าปากด้วย มีโอกาสในการจับจ่ายใช้สอยเงินด้วย เรื่องนี้ตนอธิบายไปหลายหนแล้วและก็มั่นใจว่าเรามาถูกทาง

นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในส่วนของพรรคประชาชาติยังไม่มีอะไรและยังไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ ซึ่งตนมองว่าการปรับ ครม. หลังจากที่ทำงานมาแล้ว 7 เดือน หากจะปรับควรคุยในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ขณะนี้ยังไม่มีการหารือในพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นตนไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าจะเป็นการปรับเฉพาะพรรคใดหรือไม่ รวมทั้งพรรคยังไว้วางใจให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ทำหน้าที่ในครม.ต่อ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟันธง 'เศรษฐา' ไม่รอด ถึงเวลาทบทวน 'ดีลลับการเมือง'

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฟันธงล่วงหน้า เศรษฐารอดยาก ไม่เกี่ยวกับดีลการเมือง