แฉจัดซื้อภาครัฐ 8หมื่นโครงการ ส่อโกงซ่อนเงื่อน

เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ พบความผิดปรกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กว่า 8 หมื่นโครงการ จาก 10 หน่วยงาน เสี่ยงที่จะเกิดการคอร์รัปชัน มีการ “ฮั้วแตก” และ “ฟันราคา” เพื่อให้ได้งาน ที่จะมีราคาประมูลต่ำผิดปรกติ 20-70% แฉ 5 ขั้นตอนจัดซื้อเปิดช่องให้วางแผนโกงซ่อนเงื่อนได้

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เผยแพร่บทความเรื่อง จับตา อย่าให้ใครโกง... โดยเนื้อหาระบุว่า ข้อมูลจาก ACT Ai เผยให้เห็นความผิดปรกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกว่า 8 หมื่นโครงการที่ซุกซ่อนอยู่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาระดับชาติที่ทุกฝ่ายรู้แต่ (ดูเหมือนจะ) ทำอะไรไม่ได้

ทั้งนี้ บทความได้เปิดเผย 10 หน่วยงานที่มีการจัดซื้อฯ แล้วมีความผิดปรกติที่ส่อถึง “ความเสี่ยงที่จะเกิดคอร์รัปชัน” มากที่สุด และคำอ้างที่ว่า “จัดซื้อถูกระเบียบ เป็นไปตามขั้นตอน” แต่จริงๆ แล้วเขาโกงกันได้อย่างไร

สำหรับ10 อันดับหน่วยงานที่มีโครงการจัดซื้อน่าจับตามอง  1.กรมชลประทาน พบ 6,197 โครงการ 2.กรมการปกครอง พบ 2,513 โครงการ 3.กรุงเทพมหานคร พบ 2,111 โครงการ 4.กรมทางหลวงชนบท พบ 1,966 โครงการ 5.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ พบ 1,503 โครงการ 6. กรมทางหลวง พบ 1,020 โครงการ 7. การประปาส่วนภูมิภาค พบ 993   โครงการ 8.การประปานครหลวง พบ   949 โครงการ 9.กรมทรัพยากรน้ำ พบ 828 โครงการ 10.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พบ 725 โครงการ

ข้อมูลและวิธีประเมิน ACT Ai รวบรวมข้อมูลจากระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ในการตรวจจับความผิดปรกติ ระบบจะแสดงเครื่องหมายแจ้งเตือนสีเหลือง เมื่อโครงการนั้นๆ ส่อให้เห็นความเสี่ยงที่ผิดปกติในการเสนอราคา (ไม่ใช่การตัดสินว่าเกิดคอร์รัปชันแล้ว) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เช่น มีผู้ซื้อซองจำนวนมากแต่เข้าเสนอราคาน้อยราย มีการเกาะกลุ่มเสนอราคาที่ใกล้เคียงกันหรือเท่ากัน มีผู้ที่ชนะการประมูลเพียงรายเดียวที่เสนอราคาต่ำสุด บริษัทที่ได้งานเสนอราคาเท่าราคากลางหรือต่ำกว่าเพียง 0- 1% ในขณะที่รายอื่นๆ เกาะกลุ่มเสนอสูงกว่าราคากลาง เป็นต้น

การประเมินนี้รวมถึงกรณีที่เรียกกันทั่วไปว่า “ฮั้วแตก” และ “ฟันราคา” เพื่อให้ได้งานที่จะมีราคาประมูลต่ำผิดปรกติ 20- 70% กรณีเช่นนี้หน่วยงานอาจได้รับผลดีคือ จ่ายเงินน้อย ต้นทุนต่ำ หรืออาจเกิดผลเสีย เพราะคู่สัญญาอาจส่งมอบงานไม่ได้ เนื่องจากราคาต่ำเกินจริงมาก

ยังมีพฤติกรรมแวดล้อมอีกมากที่ต้องอาศัยการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม เช่น มีการหมุนเวียนกันยื่นประมูลงานในหลายโครงการ โดยผลัดกันเป็นผู้ยื่นราคาต่ำสุด (ผู้ชนะ) หรือราคาสูงกว่า (คู่เทียบ) ผู้ยื่นประมูลหลายรายใช้เอกสารเงินค้ำประกันซองจากแหล่งเดียวกันหรือใช้หลักทรัพย์เดียวกัน ผู้ยื่นประมูลหลายรายใช้ที่อยู่หรือสถานที่ติดต่อที่เดียวกัน เป็นต้น

โกงซ่อนเงื่อน การจัดซื้อภาครัฐมักเป็นไปตามแบบแผนที่ต้องมีคณะกรรมการ มีการอนุมัติตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ความจริงแล้วการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนมีช่องให้บุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเจรจาวางแผนโกงได้ เช่น 1.ขั้นตอนเขียนโครงการ ของบประมาณ อาจมีการวิ่งเต้นให้อนุมัติโครงการหรืองบประมาณ แบ่งการจัดซื้อเป็นหลายโครงการให้วงเงินน้อยลง ใช้วิธีพิเศษในการจัดซื้อ 2.ขั้นตอนเขียนทีโออาร์ มีการล็อกสเปกหรือวางเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง 3.ขั้นตอนเปิดประมูลหรือจัดซื้อโดยวิธีอื่น มีการฮั้วประมูล สมยอมราคา แบ่งงานกันไว้ก่อน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม กีดกันหรือเปิดเผยความลับแก่คู่แข่งขันบางราย  4.ขั้นตอนทำสัญญาและบริหารสัญญา มีการรับสินบน ช่วยเหลือเอกชน ทำให้รัฐเสียเปรียบ มีการลักสเปก ลดเนื้องาน แก้แบบ เพิ่มเนื้องาน โยนภาระค่าใช้จ่ายบางอย่างให้หน่วยงาน 5.ขั้นตอนรับมอบงานส่งงานไม่ได้คุณภาพหรือผิดเงื่อนไข ยกเว้นค่าปรับหรือปรับน้อยเกินจริง จ่ายเงินผิดเงื่อนไข เอกชนฉ้อโกงหน่วยงานแต่ไม่ถูกขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงาน เป็นต้น

ขั้นตอนเขียนทีโออาร์และการประมูล  ถือเป็นสองช่วงสำคัญที่มีการโกงอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นมากที่สุด

ข้อเสนอแนะ 1.สร้างระบบปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกับ ACT Ai ให้มีศักยภาพมากขึ้น ดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้มากขึ้น เช่น ธนาคาร กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจ ฯลฯ ทำงานเฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น 2.หน่วยงานรัฐต้องกำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อฯ ที่จูงใจและเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าแข่งขันมากๆ 3. นอกจากหน่วยงานต้องเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานให้ครบถ้วนแล้ว เอกชนทุกรายที่สมัครใจเข้าประมูลงานเพื่อประโยชน์ทางการค้าก็ต้องยินยอมให้รัฐเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน 4.กำหนดมาตรฐานการบันทึกข้อมูลในระบบของกรมบัญชีกลางและหน่วยงานจัดซื้อ ให้มีรูปแบบไฟล์/เอกสารที่คอมพิวเตอร์สามารถนำไปศึกษา-วิเคราะห์ได้ง่ายโดยหน่วยตรวจสอบ (สตง., ป.ป.ช., ป.ป.ท.) และผู้สนใจ 5.หัวหน้าหน่วยงานรัฐต้องทำการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างครบวงจร และวางมาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างจริงจัง

"ACT Ai เครื่องมือสู้โกงภาคประชาชน มีข้อมูลการจัดซื้อฯ ตั้งแต่ปี 2558-2564 รวมทั้งหมด 22,182,987 โครงการ ในจำนวนนี้พบโครงการที่ใช้ e-bidding และมีเครื่องหมายแจ้งเตือนว่า “เสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติ” ทั้งสิ้น 80,866 โครงการ!!" นายมานะระบุ. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง