น้ำไหลไฟดับ! "เศรษฐา" จ้อนักลงทุนสหรัฐ ลั่นไทยพร้อมเปิดรับการลงทุน โวไม่มีเวลาไหนดีไปกว่านี้อีกแล้ว พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ Ignite Thailand ฟุ้งหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มองไปสู่อนาคตที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น แต่ประเทศไทยพร้อม ปากหวานโปรยยาหอมรากหญ้า จะให้เกษตรกรไทยมีรายได้มากขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.10 น. ที่ Mövenpick BDMS Wellness Resort กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม Thailand-U.S. Trade and Investment Conference 2024: “Building on a Longstanding Partnership” ซึ่งจัดโดยหอการค้าไทย หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (The American Chamber of Commerce - AMCHAM) และหอการค้าสหรัฐอเมริกา (the U.S. Chamber of Commerce - USCC) ณ กรุงวอชิงตัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อความที่ตั้งใจบอกไปยังนานาประเทศตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง ประเทศไทยเปิดพร้อมรับการลงทุน และไม่มีเวลาไหนดีไปกว่านี้ที่จะลงทุนในไทย “Thailand is open for business, and there is no better time to invest in Thailand” ความร่วมมือกับผู้ประกอบการทั่วโลกทำให้รัฐบาลมีความก้าวหน้าในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนการทำธุรกิจ (ease-of-doing-business) ผ่านการทบทวนกฎหมาย เปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัล และกระบวนการที่ไร้รอยต่อ (streamlined processes) เช่น BOI ขยายเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (corporate income tax : CIT) ออกไปอีก 3-5 ปี สำหรับ 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมสีเขียว ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค ในปี 2566 BOI ได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่า 12.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปีก่อนถึง 47%
นายเศรษฐากล่าวว่า แม้ว่าตัวเลขจะเป็นบวก แต่รัฐบาลยังต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่ออนาคตประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ Ignite Thailand วางแผนงานประเทศในการเป็นศูนย์กลางใน 8 ภาคส่วนหลัก การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เกษตรกรรมและอาหาร การบิน โลจิสติกส์ ยานยนต์แห่งอนาคต เศรษฐกิจดิจิทัล และการเงิน
นายเศรษฐากล่าวว่า ได้เคยกล่าวถึงวลี “Trade flies the flag” กับนักธุรกิจสหรัฐที่ New York สะท้อนความร่วมมือตั้งแต่วันแรกของสองประเทศได้เป็นอย่างดี ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีสนธิสัญญา the Treaty of Amity and Commerce กับสหรัฐเมื่อปี 1833 และตลอด 2 ศตวรรษที่ผ่านมา การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกันแข็งแกร่งและเติบโตต่อเนื่องในทุกมิติของความร่วมมือทวิภาคี แทบไม่มีมิติไหนที่ไทยไม่ร่วมมือกับสหรัฐ และยังคงมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมกับสหรัฐ ทั้งระดับทวิภาคีและผ่าน IPEF เพื่อขยายความร่วมมือและการลงทุน และเพื่อจัดการกับความท้าทายสมัยใหม่เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน
นายเศรษฐากล่าวว่า คำถามสำคัญคือ บทต่อไปของความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐจะเป็นอย่างไร ตนเห็นภาพความเชื่อมโยงกันมากขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มองไปสู่อนาคต สำหรับวิสัยทัศน์ Ignite Thailand เพื่อเชื่อมโยงกับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐ 1.โลจิสติกส์ 2.การบิน 3.ดิจิทัล 4.ยานยนต์แห่งอนาคต 5.การท่องเที่ยว ประเทศไทยเปิดและพร้อมที่จะเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ของสหรัฐ บทใหม่ของความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-สหรัฐ ที่เชื่อมโยงถึงกัน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มองไปสู่อนาคต เป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น แต่ประเทศไทยพร้อม
วันเดียวกันนี้ นายเศรษฐาพร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงวิสัยทัศน์และแนวทางเพื่อขับเคลื่อน IGNITE THAILAND "จุดพลังรวมใจไทยต้องเป็นหนึ่ง ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเกษตรและอาหารของโลก" โดยมีคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคส่วนต่างๆ ร่วมงาน โดยนายกรัฐมนตรีแถลงวิสัยทัศน์ IGNITE Agriculture 2025 ปลุกพลังเกษตรกรไทย ปลูกความยิ่งใหญ่ระดับโลก ว่านโยบายเรื่องการเกษตรเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะภาคเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชากรไทยกว่าร้อยละ 40 เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร
“รัฐบาลมีความพร้อมและมุ่งมั่นยกระดับภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรไทยให้มีรายได้มากขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำในภาคการผลิต จนไปถึงการแปรรูปส่งออกไปยังตลาดโลกตลอดห่วงโซ่ ด้วยนโยบายและมาตรการสำคัญ ทั้งมาตรการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตร เริ่มตั้งแต่ปัจจัยการผลิตทั้งดิน น้ำ ปุ๋ย และพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ผลิตสินค้าที่ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ข้าว มันสำปะหลัง และพืชอื่นๆ ที่สำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเต็มที่ มุ่งสู่ผลสำเร็จที่ตามมาคือภาคเกษตรเติบโต นำรายได้เข้าสู่ประเทศอย่างมหาศาล” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สรุปนโยบายการดำเนินงานมา ประชาชนคนไทยที่รับฟังมากกว่า 40% ของประเทศ ก็น่าจะมีความสบายใจว่ารัฐบาลนี้มีนโยบายที่ชัดเจน ซึ่ง 40% ของประชากรในประเทศไทยเกี่ยวกับภาคการเกษตร ซึ่งรัฐบาลนี้พูดมาหลายเรื่อง ล้วนแต่เป็นเรื่องที่โก้เก๋ วันนี้เรากลับมายืนจุดพื้นฐานของประชาชนคนไทย ทั้งนี้ เราเป็นประเทศที่ต้องพึ่งเกษตรกรรมอย่างมาก ไม่อยากพูดซ้ำกับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กล่าวไว้ดีแล้ว ประเด็นสำคัญ 3 ด้านเรื่องความเข้มแข็ง ด้านการเกษตร เทคโนโลยี ความยั่งยืน
“สิ่งเหล่านี้มีหลายมิติ โดยเรื่องแรกความเป็นทางการเกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย พันธุ์พืชเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีการสำรวจดิน ไม่ใช่มาใส่ปุ๋ยมั่วๆ ไป ทั้งนี้ น้ำเป็นเรื่องสำคัญ หากไม่ท่วมไม่แล้ง เชื่อว่ารายได้ของประเทศนี้จะพุ่งขึ้นมหาศาล เราต้องดูแลบริหารจัดการน้ำให้ดี ทำให้เขาสามารถปลูกข้าวได้ปีละ 2 ครั้ง เมื่อราคาข้าวดี การลงทุนรัฐบาล ที่ทำให้น้ำไม่ท่วมไม่แล้ง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปผลตอบแทนจะตกอยู่ที่ประเทศและคนไทย จึงต้องบริหารจัดการเรื่องน้ำให้ดีจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลใส่ใจและให้ความสำคัญเกษตรกรสูงสุด ไม่ใช่เชิญนักธุรกิจมาลงทุนอย่างเดียว รัฐบาลให้ความสำคัญเกษตรกรเยอะมาก รวมไปถึงการห้ามสินค้าเถื่อน โดยเฉพาะยางเถื่อนเข้ามา วันนี้ราคายางไม่ใช่ 3 กิโลกรัม 100 บาท แต่กิโลกรัมละ 100 บาท เกิดจากการที่รัฐบาลนี้ทุกภาคส่วนให้ความใส่ใจ ไม่ใช่แค่ใส่เงิน เราดูแลทุกคน ไม่ให้มีสินค้าเถื่อนเข้ามา และอีกหลายเรื่องที่เราใส่ใจดูแล ซึ่งการใส่ใจมีค่ามากกว่าการใส่เงิน ขอให้ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้มั่นใจและสบายใจได้ว่ารัฐบาลนี้ไม่ใช่แค่ใส่เงินอย่างเดียว เราทุกคนในที่นี้จะใส่ใจดูแลพี่น้องเกษตรกรที่เป็นภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ด้าน ร.อ.ธรรมนัสแถลงว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก ผลผลิตมีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับ และภาคเกษตรยังสามารถเชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ในหลายมิติ ซึ่งภาคเกษตรต้องเผชิญกับปัญหานานัปการที่รอการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรยังคงมีรายได้ต่ำเมื่อเทียบกับภาคการผลิตอื่นๆ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในการทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” พร้อมผลักดันเป้าหมายสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี ผ่านการขับเคลื่อนด้วย 2 มาตรการ ได้แก่ 1. มาตรการสร้างภูมิคุ้มกันและความยั่งยืน และ 2.มาตรการยกระดับสินค้าเกษตรสู่การเพิ่มรายได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชงคตง.สอบเรือฟริเกต ทร.ยันโปร่งใสยึดกติกา
"พล.อ.อ.มานัต" ติดใจผลคัดเลือก "เรือฟริเกต" ยื่นหนังสือ คตง.-ทูตเกาหลีใต้ตรวจสอบ ยันไม่มีอะไรผิดปกติ
นายกฯเปิดGastechชู3แนวทาง
นายกฯ เปิดห้องทำงานคุย "โทนี แบลร์" อดีตนายกฯ อังกฤษ ถกเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ บอกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เปิดช่องไทยมีฐานข้อมูล ดึงประสบการณ์ TBI
เงินกู้เหลือ4หมื่นล. จ่อเคาะไทยพลัส2
"ภราดร" เผยให้ "คลัง" เคาะต่ออายุ "ไทยช่วยไทย พลัส" เฟส 2 หลังนายกฯ ไฟเขียวในหลักการ ยันมีงบฯ พ.ร.ก.กู้เงินเหลือ 4-5 หมื่นล้าน
ปล่อยผี‘ภูมิใจไทย’ กกต.ส่งฟ้อง77คนสว.26ไร้บิ๊กการเมืองอ้างไม่มีหลักฐานมัด
ปิดฉากคดีฮั้ว สว.ชั้น กกต. เสียงข้างมากชงส่งฟ้องศาลฎีกาเอาผิด 77 คนจาก 427 คน
นายกฯ งดจ้อสื่อ! เจอ 'ม็อบกรีนพีช' บุกป่วนงานกลางไบเทค
'ม็อบพลังงานกรีนพีช' บุกกลางไบเทค ป่วนงานนายกฯ ตะโกนลั่นช่วยรับหนังสือหน่อย ทีม รปภ.อารักขาเข้ม 'อนุทิน' ปฎิเสธจ้อสื่อ บอกไม่อยู่หลายวันจะได้คิดถึง
'โทนี แบลร์' ให้คำปรึกษา 'รัฐบาลอนุทิน' ยกระดับเศรษฐกิจไทย
'อนุทิน' หารือ 'โทนี แบลร์' อดีตนายกฯ อังกฤษ 3 สมัย ดึงประสบการณ์ TBI ร่วมยกระดับเศรษฐกิจไทย–ขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

