ส่อวุ่น! ภูมิใจไทยเรียงหน้าค้าน หลังสภามีมติ 312 ต่อ 84 เสียง ไฟเขียวกฎหมายคุ้มครองชาติพันธุ์ ก่อนส่งวุฒิสภาพิจารณา ชี้ให้อภิสิทธิ์เหนือคนไทยทำเหลื่อมล้ำ หวั่นบานปลายกลายเป็น "เขตปกครองตัวเอง" ลามกระทบความมั่นคง
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธาน วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ..... ในวาระที่ 2-3 โดยคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย นำโดยนายนิคม บุญวิเศษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ขอสงวนความเห็นให้มีการแก้ไข ตัดข้อความที่ให้งดเว้นการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ออก
ขณะที่ ทั้ง สส.และกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชน ได้ยืนยันหลักการเดิมในมาตรา 27 และร่วมอภิปรายแก้ไขความเข้าใจผิดของสมาชิกฝ่ายรัฐบาล อาทิ นายมานพ คีรีภูวดล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า แม้มาตรา 27 จะเป็นหัวใจของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่สมาชิกกลับยังมีความเข้าใจน้อย และคณะกรรมาธิการฯ ก็ได้แก้ไขตามที่สมาชิกในสภาได้แนะนำแล้ว แต่ถ้าไม่เขียนอย่างที่กรรมาธิการได้แก้ไข เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ จะเข้าไปทำงานตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้ เพราะมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ เป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ เป็นโซ่ข้อกลางให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐทำงานร่วมกันตามกฎหมายได้
นายมานพกล่าวว่า ถ้าจะเอา พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติมาบังคับใช้เต็มที่ วันนี้ก็จะต้องมีการย้ายประชาชนกว่า 10 ล้านคนออกจากป่าทั้งหมด เนื่องจากทุกวันนี้ใช้การผ่อนปรน ดังนั้น กฎหมายนี้จะเป็นโซ่ข้อกลางที่จะลดความขัดแย้ง ถ้าไม่เขียนแบบนี้เจ้าหน้าที่จะทำงานไม่ได้ เป็นโซ่ข้อกลางที่ทำให้ความขัดแย้งกันระหว่างรัฐกับประชาชนยุติลง ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกับประชาชนได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย หัวใจคือลดความขัดแย้งสร้างความร่วมมือ คนและป่าอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน
จากนั้นเข้าสู่การลงมติว่าจะให้มีการแก้ไขในมาตรา 27 ตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งเป็นการคงหลักการให้มีพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ไว้ตามเดิมหรือไม่ โดยสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ด้วยคะแนน 268 ต่อ 154 เป็นผลให้หลักการของการงดเว้นการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เป็นอันตกไป จาก พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว
ต่อมาเวลา 14.30 น. นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กรรมาธิการเสียงข้างมากสัดส่วนพรรคประชาชน พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่ายชาติพันธุ์ ร่วมแถลงข่าว โดยนายศักดิ์ดา แสนมี่ สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากผลการโหวตวันนี้ สะท้อนถึงการไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับเจตนารมณ์ของภาคประชาชนหลายประการ อาทิ พื้นที่คุ้มครอง นิยามของชนเผ่าพื้นเมือง ที่เราอยากให้มีการยอมรับตัวตนและส่งเสริมวิถีชีวิตของชาวชาติพันธุ์
ด้านนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ในนามผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย กล่าวว่า ขอคว่ำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งร่าง พร้อมส่งเสียงไปยังพรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคเดียวที่มีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หากร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้คงพิกลพิการ ภาคประชาชนถูกรังแก รัฐมีอำนาจเพิ่มขึ้นในการกระทำย่ำยีชาวบ้าน จึงขอให้สภาที่พอจะมีจิตวิญญาณเป็นผู้แทนประชาชน คว่ำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
กระทั่งเวลา 17.25 น. ที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว วาระ 3 ด้วยคะแนน 312 ต่อ 84 งดออกเสียง 2 เสียง ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไปจะได้ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาตามกฎหมาย
จากนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย, นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และ สส.ของพรรคภูมิใจไทย แถลงคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ภายหลังผ่านวาระ 3 ว่า การลงมติของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ได้มีการแจ้งมติวิปรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร เพียงแต่ให้แต่ละพรรคการเมืองไปหารือกัน ส่วนสาเหตุที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เนื่องจากร่างได้เข้าสู่การพิจารณาของสภามา 2-3 รอบแล้ว มีเนื้อหาที่น่ากังวล อาทิ มาตรา 20 ว่าด้วยเรื่องของตัวแทนสภาฯ ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการเข้าไปเจรจาด้านต่างๆ เกี่ยวกับชาติพันธุ์
ประเด็นต่อมา ในมาตรา 27, 28, 29 เกี่ยวกับเรื่องสิทธิทำกินในพื้นที่ต่างๆ เรายังแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ ขณะเดียวกันถ้อยคำที่ กมธ.วิสามัญฯ มีการแก้ไขเรากังวล เนื่องจากมีการละเว้นกฎหมายหลายฉบับ แล้วให้เฉพาะพื้นที่ เปรียบเสมือนยกพื้นที่นั้นให้เป็นเขตปกครองตัวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยมองว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการคุ้มครองเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับหลายประเด็นที่เรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับคนไทยทั่วไปได้
“พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าไม่ได้มาแถลงต่อต้าน เราเห็นด้วยในการที่มีกฎหมายคุ้มครองคนไทยทุกคน แต่เราไม่ต้องการให้มีกฎหมายฉบับใดทำให้ใคร หรือคนกลุ่มใดมีสิทธิพิเศษ หรือมีอภิสิทธิ์เหนือคนกลุ่มใด หรือเหนือกว่าคนไทยด้วยกัน โดยการละเว้นกฎหมายที่ต้องบังคับใช้ในแต่ละพื้นที่ เรื่องนี้ไม่ใช่การใช้ชีวิตตามวิถี แต่เป็นเรื่องความมั่นคงด้วย พื้นที่ที่เขาพูดถึงกันเรายอมรับว่ามันอยู่ขอบตะเข็บชายแดนทั้งหมดเลย และยังมีอีกหลายกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ แล้วมันจะสร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างมาตรฐานอีกแบบให้สังคม เราต้องการให้คนไทยทุกคนได้สิทธิเข้าถึง และเป็นธรรมทุกคนจริงๆ” น.ส.แนน บุณย์ธิดา ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดบทเรียนห้ามเกียร์ว่าง คนละครึ่งฯช่วยน้ำท่วมใต้
"บวรศักดิ์" ถก "สตง." วางกรอบตรวจจ่ายเงินในภาวะฉุกเฉิน ชง ครม.ใช้หลักการเดียวกันทั่วประเทศกรณีภัยพิบัติ
หนุนคนแก่ออม หักลดหย่อนภาษี สูงสุด8แสนบาท
นายกฯ มอบ “เอกนิติ” ประชุม คกก.เศรษฐกิจ รับทราบความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win
นร.นอกระบบ ร่วมน้อมรำลึก พระพันปีหลวง
พระราชวงศ์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย "พระพันปีหลวง" นักเรียนการศึกษานอกระบบเข้ากราบพระบรมศพฯ
สส.แห่โชว์กึ๋นจัดการกัมพูชา
พรั่งพรูพรรคการเมืองระดมมันสมอง นำเสนอวิธีจัดการกับกัมพูชา "หัวหน้าเท้ง" การสงครามก็เก่ง สวมบทขงเบ้งแนะวิธีปิดเกม
ทวงคืนหลายพื้นที่! ยึดปราสาทคนา-รุกคืบตาควาย-พลีชีพ1เจ็บ18/รบ.ไม่เจรจา
ศึกชายแดนไทย-กัมพูชาระอุ! เขมรเปิดแนวรบตั้งแต่ตีห้าในหลายพื้นที่ทั้ง “อุบลฯ-สุรินทร์-ศรีสะเกษ-บุรีรัมย์-สระแก้ว”
มั่นใจ‘ชาวหาดใหญ่’ใช้ชีวิตปกติ
"มท.3" สั่งทุกหน่วยระดมกำลังเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม ตามเป้า “7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด” ห่วง 11-14 ธ.ค.ฝนถล่มซ้ำ

