ดับฝันได้เงินสด ยันเฟส3ดิจิทัล แค่ปรับเงื่อนไข

“เผ่าภูมิ” ยัน "ดิจิทัลวอลเล็ต" เฟส 3  เปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ได้ แต่ปรับเงื่อนไขให้ร้านค้าแคชเอาต์ง่ายขึ้น ส่วนเกณฑ์ใช้จ่ายในเขตอำเภอตามเดิม ฟุ้งเงินหมื่นเฟส 1 ช่วยลดเหลื่อมล้ำประเทศไทยเร็วขึ้น 3 ปีไม่เกินจริง

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่าอยู่ระหว่างการปรับลดเงื่อนไขบางเรื่องในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต (เฟส 3) เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายขึ้นว่า ยืนยันว่าไม่สามารถนำเงินดิจิทัลที่ได้รับจากโครงการไปเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ตามที่มีกระแสข่าว โดยยอมรับว่ามีการพิจารณาในการปรับลดเงื่อนไขสำหรับการใช้จ่ายเงินดิจิทัลตามโครงการจริง เพื่อให้ง่ายขึ้นสำหรับประชาชนและร้านค้า ส่วนรายละเอียดทั้งหมดยังไม่สามารถบอกได้ เพราะขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เงินดิจิทัลที่ได้รับจากโครงการสามารถนำเงินดิจิทัลไปใช้จ่ายแทนเงินสดได้แน่นอน และเท่าที่มีการหารือกันในขณะนี้ เงื่อนไขการใช้จ่ายจะยังคงคล้ายๆ เดิม อาทิ การใช้จ่ายภายในเขตอำเภอ การใช้จ่ายรอบที่ 1 และรอบที่ 2 ของร้านค้า แต่อาจจะมีการผ่อนคลายเงื่อนไขบ้างบางข้อที่อาจจะทำให้การใช้งานของประชาชนและร้านค้ายุ่งยาก

 “ยังยืนยันว่าเฟส 3 จะอยู่ในมิติของเงินดิจิทัล  และยืนยันว่าไม่สามารถนำเงินดิจิทัลที่ได้รับไปแลกเป็นเงินสดได้ หลักๆ เงื่อนไขการใช้จ่ายยังเป็นไปตามเดิม คือนำไปใช้จ่ายแทนเงินสดได้ ส่วนเรื่องการปรับเงื่อนไขให้เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายขึ้นที่เป็นประเด็นนั้น หมายถึงการแคชเอาต์ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ที่จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ง่ายขึ้นเท่านั้น ส่วนประชาชนยังเหมือนเดิม คือนำไปใช้จ่ายแทนเงินสดได้ ส่วนข้อสรุปทั้งหมดอยากให้รอดู  ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลกัน ระหว่างความง่ายในการใช้จ่ายและการกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายเผ่าภูมิระบุ

สำหรับการทดสอบระบบ Open Loop กับสถาบันการเงินนั้น ยังอยู่ในกระบวนการ และทุกอย่างยังคงเดินหน้าตามไทม์ไลน์ทั้งหมด ส่วนคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้มีการประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง และหลังจากนี้จะมีการประชุมอีก เพื่อหารือในรายละเอียด หลังจากได้มอบการบ้านให้หน่วยงานกลับไปพิจารณา โดยต้องนำมาหาข้อสรุปกันก่อนที่จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพิจารณา ส่วนจะมีการประชุมเมื่อไหร่คงต้องรอดู

รมช.การคลังกล่าวว่า จากการศึกษาดัชนี Gini coefficient ซึ่งใช้วัดความเหลื่อมล้ำ ที่ระบุว่าเม็ดเงินจากโครงการโอนเงิน 10,000 บาท (เฟส 1) ให้กับประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านราย วงเงิน 1.45 แสนล้านบาทนั้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำลง 3 ปี ไม่ได้เป็นตัวเลขที่มากเกินไป เนื่องจากกระบวนการนี้เป็นการใส่เม็ดเงินขนาดใหญ่ มีการใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ  ในการคัดเลือกผู้ที่จะได้รับเงิน ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะ และเม็ดเงินตรงนี้เข้าไปช่วยเพิ่มในเรื่องความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย เพิ่มฐานะ ซึ่งนั่นคือการลดความเหลื่อมล้ำโดยอัตโนมัติ

 “จากผลการศึกษาพบว่าเม็ดเงินจากโครงการเฟส 1 ทำให้ดัชนี Gini ลดลง 0.01% ซึ่งหากไปดูในกรณีที่ไม่ได้มีการใส่มาตรการอะไรเข้าไปเลย ดัชนี Gini ของทุกประเทศจะลดลงอยู่แล้วเมื่อเศรษฐกิจมีการเติบโต เทคโนโลยีดีขึ้น คนเข้าถึงการศึกษามากขึ้น แต่การลดลงจะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่เม็ดเงินจากโครงการเฟส 1 ที่ลงไปวันนี้ ช่วยลดดัชนี Gini ของประเทศไทยลง 0.01% เร็วขึ้นกว่าการไม่ทำอะไรเลยถึง 3%” นายเผ่าภูมิกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต.คอพาดเขียง ปธ.อุทธรณ์รับคดี

“ศาลฎีกา” ตรวจหลักฐานคดี สว.สำรองร้องเพิกถอน “แดง-สมพาน” สมัครผิดกลุ่ม เริ่มไต่สวนพยาน 24 พ.ย.นี้ “สมชัย” คาดรู้ผล ธ.ค. “เชาว์” เตือน กกต. 5 เสียงยื่นศาล รธน. หวังสกัดหรือไม่ “นายกสมาคมทนาย” เบรก ไม่มีอำนาจยื่นวินิจฉัย

‘นายกฯ’ไฟเขียว ม็อบกํานันมะโน ชุมนุมตามสิทธิ

นายกฯ ย้ำม็อบกำนันชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบสาวท่อน้ำเลี้ยงหากไม่ทำผิด กม. ขอไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล “ปลัด สปน.” ส่งเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับเรื่องร้องเรียน เชื่อยังคุยกันได้ เผยมีเรื่องเข้าอนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรมแล้วเกือบ 30 คำร้อง

อึ้ง!เงินมูลนิธิบุ๋ม2ปีหมุน1.8พันล.

“นายกฯ” ทุบโต๊ะ สั่งกวาดเหี้ยนมูลนิธิเถื่อนทั้งประเทศ หน้ากากนักบุญดังหนาวแน่ “ปลัด มท.” กาหัวเอาผิด "บุ๋ม ปนัดดา-สามี" นอนคุกสุดสัปดาห์ยาว

ริบอํานาจกมธ.ลาม ‘ศุภชัย-โรม’ฟาดเดือด/‘อนุทิน’ยินดีร่วมมือแต่ต้องยึดกม.

“อนุทิน” เคลียร์ปมร้อน "น้ำเงินกินรวบ-ศึกซักฟอก" ในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” เสาร์นี้ “มท.1” แจงข้อครหา กมธ.เพิกเฉยไม่สั่ง "อธิบดีปกครอง"