"คปท." บุก ตร.บี้ "บิ๊กต่าย" สั่ง 2 แพทย์สีกากีเอี่ยวคดีชั้น 14 ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งสอบวินัยร้ายแรง ฟัน ม.157 หลังให้ข้อมูลแพทย์ไม่ตรงความจริงเอื้อ "ทักษิณ" ผงะ! "รมว.สธ." อ้างหลักจริยธรรมขัดขวางยกระดับสาธารณสุขประเทศ อัดมติแพทยสภาลงโทษสะเทือนเป็นลูกโซ่หมอ รพ.รัฐ-รพ.ราชทัณฑ์ สร้างบรรทัดฐานใหม่เปิดช่องร้องเรียนอื้อ หึ่ง! ตกรางวัลใหญ่พยาบาลเวรส่งตัวนักโทษเทวดา ย้ามข้ามห้วยกลับเมืองสุโขทัย
เมื่อวันจันทร์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้มีคำสั่งให้ข้าราชการแพทย์ตำรวจ 2 นายออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทางอาญาและวินัยร้ายแรง หลังถูกระบุว่าให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเอื้อนายทักษิณ ชินวัตร นอนรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ
นายพิชิตระบุว่า ภายหลังแพทยสภามีมติลงโทษบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งรวมถึง พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจคนปัจจุบัน และ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเป็นอดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กลุ่ม คปท.จึงเรียกร้องให้ตำรวจทั้ง 2 นายนี้ออกจากราชการไว้ก่อน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ ผบ.ตร.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัย โดยเฉพาะในข้อหามาตรา 157 ซึ่งเป็นการกระทำความผิดร้ายแรง ผบ.ตร.จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
“ความผิดดังกล่าวมีความชัดเจน โดยเฉพาะในรายของผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเป็น 1 ใน 12 รายที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะชี้มูล หาก ตร.อ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสือมติของแพทยสภาอย่างเป็นทางการ ทางกลุ่มจะรอคำชี้แจงว่าจะได้รับหนังสือเมื่อใด และจะติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ แต่หาก ตร. ดองเรื่องไว้ ทางกลุ่มจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาดและจะยกระดับการกดดันต่อไป” นายพิชิตระบุ
ขณะที่นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข มิได้วิตกกังวลเลยที่ถูกโยงกับประเด็นทางการเมืองเรื่องการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะเอกสารที่แพทยสภาส่งมาต้องยอมรับว่านายทักษิณป่วยจริง เข้ารับการผ่าตัดจริง และแพทย์ให้ความเห็นสมควรให้รักษาอาการที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลบล้างคำกล่าวหาว่าป่วยทิพย์ แต่สิ่งที่ยังกังวลอยู่นั้นก็คือ การตัดสินลงโทษมาตรฐานทางจริยธรรมที่มองว่ารุนแรงเกินไปต่อแพทย์รัฐทั้ง 3 ราย ตามความเห็นคัดค้านที่ส่งให้แพทยสภาไปแล้วนั้น จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อแพทย์ของรัฐในการใช้ดุลพินิจการรักษา การปฏิบัติราชการ ไม่เกิดผลดีต่อประชาชนจากการรับบริการทางการแพทย์ด้วยสิทธิต่างๆ ของรัฐ โดยเฉพาะผลกระทบกับนักโทษเด็ดขาดที่ป่วย มีโรคประจำตัวและอายุมาก ที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลรัฐอย่างต่อเนื่อง ด้วยขีดจำกัดในการรักษาของโรงพยาบาลราชทัณฑ์
“ในกรณีการรักษาของแพทย์ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขต่อนักโทษเด็ดขาด มีนับหลายหมื่นเคสที่แพทย์รัฐอนุญาตให้นักโทษพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลายาวนาน ยกตัวอย่างเช่น รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ได้รับตัวผู้ป่วยเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ถูกส่งตัวมาจากเรือนจำกลางบางขวาง เข้ารับการรักษาการผ่าตัด เช่น โรคไส้เลื่อน โรคไส้ติ่งอักเสบ โรคทางตา โดยการรับส่งตัวก็เป็นการปฏิบัติราชการปกติระหว่างกระทรวงกับของทางเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเหมือนและไม่แตกต่างกับกรณีของนายทักษิน หลังการผ่าตัดแพทย์ผู้รักษาก็จะอนุญาตให้นักโทษป่วยเหล่านั้นได้ทำการพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง มิได้ส่งต่อไปพักฟื้นที่ รพ.ราชทัณฑ์ หรือส่งกลับเรือนจำในทันที เพราะอาจสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากสถานที่กักขัง จนเมื่อนักโทษมีอาการที่แข็งแรงดีแล้วถึงส่งตัวกลับเรือนจำ” นายจิรพงษ์ระบุ
นายจิรพงษ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่แพทย์รัฐรักษานักโทษเด็ดขาดนับปีไม่ต้องเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะนักโทษที่มีอาการทางจิต สาเหตุอาจมาจากผลของการติดยาเสพติด หรือความเครียดขณะถูกจองจำ ซึ่งเกิดเหตุนักโทษเด็ดขาดฆ่าตัวตาย รวมถึงคลุ้มคลั่งทำร้ายผู้อื่นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน การส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต เช่น รพ.ศรีธัญญา, สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แพทย์ผู้รักษาไม่สามารถบ่งบอกได้อย่างแน่ชัดว่าจะหายจากอาการทางจิตเมื่อใด บางเคสต้องรักษาตัวใน รพ. รับประทานยาอย่างต่อเนื่องมิให้เกิดอาการขาดยา ซึ่งต้องเคารพการตัดสินใจของแพทย์ผู้รักษาว่าจะใช้ระยะเวลารักษาเท่าไหร่ มิอาจมีมาตรฐานใดมากำหนดได้
“ดังนั้นกรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ทั้ง 3 ราย โดยถูกสั่งลงโทษว่ากล่าวตักเตือน รวมถึงการสั่งลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยแพทย์ทั้ง 3 รายเป็นบุคลากรหรือข้าราชการของรัฐ ซึ่งเป็นการลงโทษที่รุนแรง หากการลงโทษในครั้งนี้เกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ ก็จะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการในการวินิจฉัยการรักษาของแพทย์รัฐคนอื่นๆ เปิดช่องให้มีผู้ร้องเรียนได้ง่าย โดยเฉพาะแพทย์จบใหม่ที่จะต้องมาใช้ทุน โดยการปฏิบัติงานในภาครัฐ จะถูกจำกัดการรักษาโดยมาตรฐานจริยธรรมเพิ่มเติม กับที่มีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ไว้แล้ว ก็จะทำให้การยกระดับสาธารณสุขประเทศไทยทำได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและนักโทษในภาพรวม จึงเป็นสาเหตุที่นายสมศักดิ์เป็นห่วงเรื่องลูกหลานของคนไทยที่จะเป็นแพทย์" นายจิรพงษ์กล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยต่อสำนักข่าวอิศราว่า นายธัญพิสิษฐ์ ขบวน พยาบาลเวรเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 และยังเป็น 1 ใน 12 รายที่ถูก ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนในคดีป่วยทิพย์ของนายทักษิณ ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วยงานจากกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ให้ไปอยู่ที่ รพ.ศรีสังวรสุโขทัย จ.สุโขทัย ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2567 จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยเป็นบ้านเกิดของนายสมศักดิ์
นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากแพทยสภาเปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนของแพทยสภาเคยทำหนังสือเชิญนายธัญพิสิษฐ์มาให้ปากคำ ในช่วงการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ถูกกล่าวหาในกรณีการรักษานายทักษิณ เนื่องจากเห็นว่านายธัญพิสิษฐ์เป็นพยาบาลเวรที่เป็นผู้ติดต่อแพทย์หญิงรวมทิพย์ สุภานันท์ ซึ่งเป็นผู้ทำใบส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่รพ.ตำรวจ เป็นผู้ติดต่อรถพยาบาลและประสานงานกับ รพ.ตำรวจ แต่นายธัญพิสิษฐ์ไม่มาให้ปากคำ โดยอ้างว่าไม่สะดวกเนื่องจากอยู่จังหวัดสุโขทัย
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรารายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ได้ติดต่อไปยัง รพ.ศรีสังวรสุโขทัยเพื่อขอสัมภาษณ์นายธัญพิสิษฐ์ ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการย้ายข้ามหน่วยงาน แต่ไม่สามารถติดต่อได้
เจ้าหน้าที่ รพ.ศรีสังวรสุโขทัยระบุว่า นายธัญพิสิษฐ์ย้ายมาทำงานที่ รพ.จริง แต่เนื่องจากเป็นข้าราชการ การจะให้สัมภาษณ์ได้จะต้องมีการทำหนังสือขอสัมภาษณ์เข้ามาถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นทางการก่อน และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าจะอนุญาตให้นายธัญพิสิษฐ์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สดุดีผอ.ศศิพัชร ปูนบำเหน็จ7ขั้น ศธ.เข้มงวดรปภ.
"สมเด็จพระสังฆราช" ทรงสดุดี "ผอ.ศศิพัชร" กล้าหาญเสียสละ ประทานปัจจัย-ผ้าไตร-ไม้จันทน์ "ศธ." ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น
มั่นใจโอกาสทองของไทย ต่างชาติเชื่อเสถียรภาพรบ.
"อนุทิน” มั่นใจเป็นโอกาสทองของประเทศไทย ต่างชาติเชื่อมั่นเสถียรภาพหลังเห็นผลเลือกตั้ง
ไฟเขียวเสริมรั้วชายแดน ทภ.1เตือนทหารเขมรป่วน
"อนุทิน" ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธเพิ่มความแข็งแกร่ง
เลือกตั้งใหม่3หน่วย ชลบุรีไม่มีหลักฐาน
ดับฝันด้อมส้ม! มติ กกต.ไม่นับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี ชี้ไร้หลักฐานความผิดพลาดนับคะแนน
เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เจรจา‘พท.-กธ.-ปชป.’/3พรรคเล็กหนุน‘อนุทิน’สั่งห้ามมีมุ้ง
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือขอพร "ให้คนไทยมีความสุข ร่ำรวย สามัคคี ให้ประเทศไทยเป็นที่ยำเกรง
‘ครม.หนู2’หล่อขึ้น อนุทินอุบนั่งควบกลาโหม/ปชน.จ่อโละยกชุดดัน‘ไอติม’
"อนุทิน" ยันหน้าตา ครม.ใหม่ดีกว่าเดิม อุบควบเก้าอี้กลาโหม ชี้สูตรจัดตั้งรัฐบาลรอ กกต.รับรองครบถ้วนก่อน

