ระทึก! ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในจดหมายถึง 12 ประเทศเรื่องภาษีแล้ว “สภาพัฒน์” จับตาอาจต้องปรับตัวเลขจีดีพี “ธนกร” จี้รัฐบาลหามาตรการรองรับเส้นตาย 9 ก.ค.นี้ ส่วน สอท.รับต้องลุ้น มองแง่บวกใช้เวียดนามโมเดลเป็นบรรทัดฐาน เตือนหากไฟเขียวภาษีมะกัน 0% หมวดสินค้าเกษตรกว่า 20 ล้านชีวิตกระอักแน่
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันขณะเดินทางไปยังรัฐนิวเจอร์ซีย์ ระบุว่า ได้ลงนามในจดหมายถึง 12 ประเทศ ถึงระดับภาษีต่างๆ ที่ประเทศเหล่านั้นต้องเผชิญสำหรับสินค้าที่ส่งออกมายังสหรัฐ
“ผมได้ลงนามในจดหมายบางฉบับ และมันจะถูกส่งออกในวันจันทร์ น่าจะประมาณ 12 ฉบับ จำนวนเงินต่างกัน อัตราภาษีก็ต่างกัน”
มาตรการภาษีสหรัฐถูกประกาศครั้งแรกในเดือน เม.ย. โดยนายทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีพื้นฐานกับสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้าเกือบทั้งหมด และตั้งกำแพงภาษีต่างตอบแทนกับประเทศคู่ค้าที่สหรัฐขาดดุลการค้าด้วย แต่นายทรัมป์สั่งระงับมาตรการภาษีต่างตอบแทนเป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางเจรจาการค้า แต่เส้นตายกำลังจะมาถึงในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ซึ่งหลายประเทศพยายามผลักดันข้อตกลงที่จะช่วยหลีกเลี่ยงหรือลดกำแพงภาษีของสหรัฐ แต่เท่าที่มีการเปิดเผยออกมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐบรรลุข้อตกลงกับ 2 ประเทศเท่านั้น คือสหราชอาณาจักรและเวียดนาม
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหลังเดินทางกลับจากสหรัฐในการเจรจามาตรกรทางภาษีว่า การเจรจาครั้งนี้มีข้อสรุปที่เป็นไปด้วยดี ซึ่งสหรัฐขอบคุณประเทศไทยที่กระตือรือร้นเข้าร่วมเจรจา และไทยจะรับข้อเสนอทั้งหมดกลับไปจัดทำข้อเสนอเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมยืนยันว่า จุดยืนของคณะทำงานฝ่ายไทยต้องได้ข้อตกลงที่ปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน และได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งแม้การเจรจาจะยังต้องเดินหน้าต่อ เพื่อให้บรรลุประโยชน์สูงสุดของ 2 ประเทศ
ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กล่าวถึงการทบทวนตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจปี 2568 หลังการเจรจากับสหรัฐยังไม่เป็นผลว่า ต้องดูปัจจัยหลายอย่าง เดิมให้กรอบจีดีพีไว้ที่ 1.3-2.3% ค่ากลาง 1.8% ในกรณีที่ไทยถูกเรียกเก็บอัตราภาษีสูงสุด 36% และประเทศอื่นไม่เปลี่ยนแปลง แต่ขณะนี้เวียดนามบรรลุการเจรจาถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 20% เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องประเมินจีดีพีใหม่ และต้องรอดูประเทศอื่นๆ ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ที่สำคัญไทยเองจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราเท่าใด ซึ่งเป็นไปได้ตั้งแต่ 10-36% ซึ่งสมมติฐานในการคำนวณจีดีพี มีหลากหลายมาก และมีความเป็นไปได้หลากหลายเช่นกัน จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
“ขณะนี้ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งหมด ซึ่งไม่มีใครสามารถเดาใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ หากจะถามว่าจีดีพีจะเป็นเท่าไร หลังจากตรงนี้ บนพื้นฐานที่ยังไม่รู้ว่าไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีอัตราเท่าใด สมมติฐานในการคำนวณเยอะมาก” นายดนุชากล่าว
แนะหามาตรการรองรับ
นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หลังจากที่นายพิชัยนำคณะเจรจาภาษีสหรัฐ หรือทีมไทยแลนด์เข้าสู่กระบวนการเจรจาเกี่ยวกับภาษีอย่างเป็นทางการกับสหรัฐ โดยได้พบกับภาครัฐและบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบาย แต่ก็ยังมีความน่ากังวล เพราะการเจรจาดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เนื่องจากต้องมีการปรับข้อตกลงและเงื่อนไขใหม่ และเข้าใจว่าจะต้องนำข้อตกลงใหม่บินกลับไปเจรจากับทางการสหรัฐอีกรอบ จึงรู้สึกเป็นห่วงว่ากระบวนการดังกล่าวน่าจะไม่ทันเดดไลน์หรือเส้นตายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไว้ใน 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 9 ก.ค.นี้ หรือมีเวลาแค่ 4 วันเท่านั้น
นายธนกรกล่าวต่อว่า นายพิชัยและทีมไทยแลนด์ ทีมนโยบายเศรษฐกิจจำเป็นจะต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์เกี่ยวกับการเก็บภาษีของสหรัฐ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกอย่างหนักแน่นอน เพราะถ้าไทยถูกเก็บภาษีที่ 36% เมื่อเทียบกับเวียดนามที่ถูกลดเหลือ 20% สินค้าไทยแพงกว่าตั้ง 16% ซึ่งภาคส่งออกของเราจะมีปัญหาแน่นอน ทำให้ความสามารถการแข่งขันในการส่งออกลดลง และสินค้าได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากเวียดนามส่งออกสินค้าโครงสร้างใกล้เคียงกับไทย ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการลงทุน สินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐจะมีราคาสูงขึ้น ทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และอาจส่งผลให้โรงงานในไทยต้องลดกำลังการผลิตหรือปิดกิจการ ซึ่งจะนำไปสู่การว่างงาน ตกงานและปัญหาค่าครองชีพในประเทศสูงขึ้นตามมา
“ขอฝากไปยังนายพิชัยและทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าใจภายหลังการเจรจาอย่างเป็นทางการรอบแรกไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนกลับมา และหลังจากนี้ต้องระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจเพื่อร่วมหาทางออกให้กับประเทศที่ดีที่สุด โดยรัฐบาลต้องเตรียมมาตรการสำรองหรือแผนฉุกเฉินออกมารองรับสถานการณ์ให้รอบด้านทุกมิติ เพื่อช่วยเหลือพยุงผู้ส่งออก ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของประเทศ เช่น การหาตลาดใหม่ที่ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ และมีมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน และออกมาตรการช่วยเหลือแรงงานภายในประเทศไว้ล่วงหน้าด้วย" นายธนกรกล่าว
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ไทยจะครบระยะเวลาผ่อนปรนภาษีนำเข้าเหลือ 10% จากสหรัฐวันที่ 9 ก.ค.2568 ซึ่งปกติการเจรจาต้องเกิดขึ้นหลายรอบ เนื่องจากต้องมีการต่อรองเงื่อนไขระหว่างกัน แต่ไทยเพิ่งได้เริ่มเจรจาวันที่ 3 ก.ค. ทำให้ต้องมีการปรับหรือแก้ไขข้อเสนอใหม่ โดยยังไม่รู้ว่าจะมีการขยายเวลาให้หรือไม่ เพราะเวลานี้กระแสข่าวที่ออกมายังค่อนข้างสับสน
“ปัจจุบันยังไม่รู้ว่ากระแสข่าวใดที่ออกมาจริงหรือเท็จ โดยทรัมป์ระบุว่าเริ่มส่งจดหมายตั้งแต่วันศุกร์ของสหรัฐ หรือวันเสาร์ของไทย ซึ่งยังไม่รู้ว่าประเทศใดที่จะถูกหวยบ้าง และยังไม่รู้ว่าไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีที่เท่าไหร่ และติดอยู่ใน 10 ประเทศแรกเลยหรือไม่ ต้องคอยลุ้นอยู่ทุกวัน เพราะ 100 ประเทศต้องใช้เวลาประมาณ 10 วัน” นายเกรียงไกรกล่าว
นายเกรียงไกรกล่าวว่า หากเป็นไปตามที่เคยคาดการณ์ไว้ และเป็นไปในลักษณะที่การเจรจาไม่ทันกำหนดเดดไลน์ ข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับเวียดนามอาจเป็นต้นแบบหรือโมเดลให้ประเทศในภูมิภาค จึงเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อสหรัฐไม่สามารถเจรจากับประเทศที่เหลือได้ทัน ก็อาจนำแนวทางเดียวกับเวียดนามมาใช้ โดยเก็บภาษี 20% กรณีที่เป็นสินค้าจากเวียดนาม ส่วนกรณีที่เป็นสินค้าที่มีการสวมสิทธิ์โดยผ่านเวียดนามจะถูกเรียกเก็บที่ 40% ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีอีกหนึ่งเงื่อนไขพ่วงด้วยก็คือ เวียดนามจะไม่เก็บภาษีใดๆ ในการนำเข้าสินค้าสู่เวียดนาม หรือภาษีเป็น 0% ทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่
หวั่นภาคเกษตรกระอัก
“หากสหรัฐนำแนวทางดังกล่าวมาใช้ ก็ไม่รู้ว่าไทยจะยอมรับเงื่อนไขการไม่เก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นก็ต้องมาลุ้นว่าจะเป็นอย่างไร หากได้ลดภาษีเท่ากับเวียดนามก็ยังพอไปไหว หรือหากได้ลดต่ำกว่าเวียดนาม 5-10% ก็จะเป็นผลดีกับไทย แต่ทางกลับกันหากไทยไม่ได้รับการลดภาษี และสหรัฐยึดแนวทางการเก็บภาษีที่ 36% ไทยจะเสียหายอย่างมาก แต่จะมากแค่ไหนต้องมาดูเป็นรายอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่ง” นายเกรียงไกรกล่าว
นายเกรียงไกรกล่าวต่อว่า ประเด็นที่น่าหนักใจเวลานี้ก็คือ ข้อเสนอจากเวียดนามในการเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐเป็น 0% เบื้องต้นที่ได้ตรวจสอบจะไม่กระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคและเอสเอ็มอีมากมายเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ห่วงจากการที่ไม่เก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐเป็น 0% คือสินค้าภาคการเกษตร ซึ่งปัจจุบันสินค้าจากสหรัฐที่ส่งออกทางการเกษตรราคาถูก และผลิตได้ปริมาณมาก หากไทยไม่เก็บภาษีก็มีสินค้าเข้ามาถล่มเกษตรกรไทย ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด หมู และวัว ซึ่งจะกระทบกับเกษตรกรและภาคปศุสัตว์ ที่มีผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมประมาณกว่า 20 ล้านราย
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หากมีข้อสรุปและไทยสามารถปรับลดภาษีได้ต่ำกว่า 20% หรือได้รับการยืดเส้นตาย ภาคส่งออกไทยจะยังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง หากอัตราภาษีตอบโต้ถูกเรียกเก็บในอัตราสูงกว่า 20% ภาคส่งออกจะได้รับผลกระทบและชะลอตัว โดยเฉพาะในสินค้าส่งออกที่ไทยต้องแข่งขันกับเวียดนาม
รศ.ดร.อนุสรณ์ยังกล่าวอีกว่า มาตรการคุมชิป AI ของสหรัฐในการส่งออกมาไทยและมาเลเซีย เพื่อสกัดการลักลอบเข้าจีนสะท้อนการแข่งขันรุนแรงทางเทคโนโลยีเอไอระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่อาจพัฒนาไปสู่การเป็นสงครามทางการค้าอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการกีดกันเพื่อให้คู่แข่งไม่สามารถเข้าถึงความรู้ทางเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการควบคุมการเข้าถึงเทคโนโลยีเอไอล่าสุดส่งผลกระทบอุตสาหกรรมไฮเทคไทยและมาเลเซีย ส่งผลต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ นอกจากนี้ยังจะส่งผลต่อยุทธศาสตร์ในการสร้างอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยอีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส่อถอย! 'ทรัมป์' เผยสงครามอาจจบลงได้ภายใน 2-3 สัปดาห์
กรุงเตหะรานเผชิญกับเหตุระเบิดระลอกใหม่เมื่อวันพุธ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในอีกสองหรือสามสัปดาห์ข้างหน้า
'มาครง' ตอก 'ทรัมป์' ที่โตเกียว ประกาศยุโรปยืนเคียงข้างญี่ปุ่น
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวชื่นชม "ความคาดเดาได้" ของยุโรป ระหว่างการเยือนญี่ปุ่นเมื่อวันพุธ โดยเปรียบเทียบกับประเทศที่ "อาจทำร้ายคุณได้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า" ซึ่งเป็นการกล่าวพาดพิงถึงโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจน
ขอให้ทุกคนโชคดี 'กอบศักดิ์' แฉเหตุ 'ทรัมป์' ไม่ช่วยเอาน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนต ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความว่า
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น
ส่งศาลฟัน44ส้ม เคาะพักโทษแม้ว
ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบยื่นศาลฎีกาฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกลชงแก้มาตรา 112

