"ธปท." ชี้ศาล รธน.วินิจฉัย "นายกฯ อิ๊งค์" พ้นตำแหน่งไม่กระทบมุมมองเศรษฐกิจ เหตุความต่อเนื่องของนโยบายสำคัญกว่า "เอกชน" ห่วง ศก.เผชิญความเสี่ยง แนะทุกฝ่ายต้องร่วมฟื้นฟูความเชื่อมั่น การเมืองเร่งหานายกฯ คนใหม่ "ทิสโก้" ชี้ตลาดหุ้นไทยนิ่งแม้มีข่าว "อิ๊งค์" พ้นเก้าอี้ ระบุไม่เหนือความคาดหมาย ห่วงแค่ยุบสภาทำสะดุด
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ว่า ธปท.มองประเด็นสำคัญที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า คือเรื่องของนโยบายที่วางไว้ หรือมาตรการที่กำลังดำเนินอยู่จะมีความต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด เพราะงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้
น.ส.ชญาวดีกล่าวว่า ตราบใดที่กิจกรรม มาตรการและนโยบายต่างๆ ยังเดินต่อไปได้ ก็คิดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะไม่ได้เยอะ แต่อาจมีผลกระทบบ้างต่อความเชื่อมั่น เรามองว่าเศรษฐกิจยังโตได้ต่อเนื่องตามคาด ถ้าเกิดจะมีอะไรขึ้นมา คงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่ไม่ได้กระทบ base line ที่วางไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากวันนี้หากให้มองในแง่บวก คือจะเห็นภาพความชัดเจนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองที่ไม่ชัดเจน อาจจะทำให้คนชะลอตัดสินใจการลงทุนไว้ก่อน
"หลังจากนี้จะเป็นอีกหนึ่งเปลาะที่จะชัดเจนขึ้น ถึงแม้อาจจะยังมีหลาย scenario ในระยะต่อไป แต่อย่างน้อยทำให้การตัดสินใจหลังจากนี้จะชัดเจนขึ้นได้บ้าง ภาพเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นใคร (นายกฯ) สิ่งที่สำคัญกว่าคือการต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจมากกว่า" โฆษก ธปท.กล่าว
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การตัดสินของศาล รธน.เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับว่าเสถียรภาพทางการเมืองเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และกระทบต่อการวางแผนนโยบายเศรษฐกิจระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันวางมาตรการรองรับได้ทันการณ์
“หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายสำคัญ เช่น การเจรจาภาษีกับสหรัฐ การแก้ไขปัญหาชายแดน การจัดการอุทกภัย และการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการที่ต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ ภาครัฐต้องสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนและประชาชน" ประธาน ส.อ.ท.กล่าว
เช่นเดียวกับ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์ในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความไร้เสถียรภาพทางการเมืองไทย และอาจกระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญวิกฤตอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือฝ่ายการเมืองต้องเร่งหานายกรัฐมนตรีใหม่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศมีผู้นำที่สามารถสานต่อการทำงานได้โดยเร็ว
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจของไทยจะต้องชะลอหรือหยุดชะงักไป ข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีที่ตกลงไว้กับต่างประเทศก็ต้องหยุดทั้งหมด ไม่สามารถเดินต่อไป ส่วนดีลภาษีสหรัฐน่าจะเดินต่อไปได้ เพียงแต่ต้องรอ ครม.ชุดใหม่มาสานต่อ
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ฉากทัศน์ประเทศไทยจากนี้ไปมีความสำคัญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องไม่ผลักเข้าสู่ทางตัน แต่ต้องร่วมกันหาทางออก จีนสร้างกำแพงเมืองจีนเพื่อป้องกันประเทศ สหรัฐอเมริกาสร้างกำแพงภาษีเพื่อปกป้องเศรษฐกิจชาติ ไทยเราต้องไม่สร้างกับดักด้วยกำแพง แต่ต้องร่วมแรงสร้างคนในชาติให้เป็นกำลังพลังขับเคลื่อนประเทศไทย
ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดทุนไม่ตื่นตระหนกต่อประเด็นดังกล่าว เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้ว แม้ระยะสั้นอาจมีความผันผวนบ้าง แต่เชื่อว่าดาวน์ไซด์ไม่มาก เพราะตลาดซึมซับความเสี่ยงทางการเมืองไปกว่า 70-80% แล้ว ส่วนอัปไซด์ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่และความต่อเนื่องของนโยบาย
"ประเด็นเสถียรภาพการเมืองจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ ต้องติดตามว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากทัศน์ที่นักลงทุนมอง แต่มองว่าไม่ได้เป็นฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดสำหรับตลาดทุนไทย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าว
ทั้งนี้ SET ปิดวันนี้ (29 ส.ค.) ที่ 1,236.61 จุด ลดลง 13.48 จุด (-1.08%) มูลค่าซื้อขาย 52,475.14 ล้านบาท นักวิเคราะห์มองแนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดตลาดแกว่งซึมลง ให้แนวรับ 1,230 จุด หากหลุดให้แนวรับถัดไป 1,210 จุด แนวต้านที่ 1,250-1,260 จุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

