"เอม-สามี" เข้าเยี่ยม "ทักษิณ" หลังคุมขังมาแล้ว 20 วัน "ทนายวิญญัติ" เผยทักษิณสุขภาพดีขึ้น แต่ต้องระวังโรคเกี่ยวกับกระดูกต้นคออาจทับเส้นประสาท รับมีการยื่นถวายฎีกาขออภัยโทษครั้งที่ 2 จริง อ้างเป็นสิทธิของนักโทษเด็ดขาดทุกราย ทุกอย่างเป็นพระราชอำนาจและพระเมตตา ไม่อาจก้าวล่วงได้
ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน เวลา 11.00 น. วันที่ 29 กันยายน น.ส.พินทองทา หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายณัฐพงศ์ สามี เดินทางมาเยี่ยมนายทักษิณ โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณรอต้อนรับพาเข้าด้านในเรือนจำ
หลังจากนั้นเวลา 11.30 น. ภายหลัง น.ส.พินทองทาและสามีได้เดินออกมาจากเรือนจำ เพื่อเตรียมขึ้นรถตู้ส่วนตัวเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวก็ได้พยายามสอบถามอีกครั้ง ว่านายทักษิณมีการยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นครั้งที่ 2 จริงหรือไม่ ปรากฏว่า น.ส.พินทองทาไม่ได้ตอบคำถามและรีบก้าวขึ้นรถออกไปทันที
ต่อมานายวิญญัติได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สุขภาพของนายทักษิณตอนนี้ยังมีอาการป่วย แต่สุขภาพก็ยังดูดีขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น เพราะท่านก็พยายามรักษาตัวเอง ปรับตัวให้ได้เมื่ออยู่ข้างใน ส่วนกิจวัตรประจำวันก็ยังทำปกติเหมือนเดิม ตนพูดไปหลายครั้งแล้วว่าอาการของท่านหลักๆ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความดัน เรื่องระบบหัวใจก็ต้องระวัง ส่วนที่เราเป็นกังวลก่อนหน้านี้ก็คืออาการที่เกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ ที่จะไปทับเส้นประสาทหรือไม่ เรื่องที่ค่อนข้างเซนซิทีฟ ทั้งนี้ ก็เป็นไปตามอายุของท่าน เพราะท่านก็มีอาการมาก่อนหน้านี้แล้ว ในเมื่อท่านอยู่ในสภาวะที่ไม่ได้อยู่ใกล้หมอขนาดนี้ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าการเดินหรือการทำกิจวัตรต่างๆ
นายวิญญัติกล่าวว่า ท่านทักษิณยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เรื่องอื่นๆ ที่ทนายความกับลูกความคุยกันก็มักเป็นเรื่องปกติทั่วไป ว่าเรื่องอะไรบ้างที่เราทำอยู่และเป็นข้อห่วงใย ท่านยังได้ขอบคุณพี่น้องคนเสื้อแดงและประชาชนที่เป็นห่วงท่าน ส่วนพี่น้องที่มาจัดกิจกรรมหน้าเรือนจำ ตนขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะอยู่ในสถานที่ราชการ พี่น้องเรามาแสดงพลังก็ดีแล้ว
เมื่อถามถึงเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 ซึ่งทนายวิญญัติยอมรับว่า ได้มีการยื่นขอไปจริง และถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกราย เป็นสิทธิตามกระบวนการ และเราก็ดำเนินการหลายวัน และครั้งนี้ก็ดำเนินการนานกว่าครั้งที่แล้ว ทุกอย่างเป็นพระราชอำนาจเป็นพระเมตตาของพระองค์ท่าน ไม่อาจก้าวล่วงได้ เมื่อถามว่า การขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 สามารถทำได้หรือไม่ ทนายวิญญัติปฏิเสธไม่ให้ความเห็นเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายวิญญัติกล่าวทิ้งท้ายว่า "การยื่นเป็นกระบวนการทางเอกสารและทำความเห็นประมาณ 14 วัน ใช้เวลามากกว่าครั้งที่แล้วซึ่งใช้เวลา 6 วัน การยื่นครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นการเร่งรีบ"
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า นายทักษิณได้ยื่นคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษรายบุคคลจริง และขณะนี้ได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 ให้จำคุกนายทักษิณ เป็นเวลา 1 ปี จากนั้นเพียงหนึ่งวันต่อมาคือวันที่ 10 ก.ย. นายทักษิณได้ยื่นคำร้องขอพระราชอภัยโทษต่อกระทรวงยุติธรรมทันที ต่อมาวันที่ 23 ก.ย. 2568 กระทรวงยุติธรรม ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม มีมติรับเรื่องดังกล่าวและส่งต่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน
แหล่งข่าวระบุว่า กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพิ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2568 และได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 24 ก.ย. โดยมีกำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม
สำหรับประเด็นสงสัยว่า การขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายผู้ต้องขังสามารถยื่นขอซ้ำอีกได้หรือไม่นั้น เนื่องจากเมื่อครั้งที่นายทักษิณกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 66 ก็เคยมีการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายไปแล้ว ซึ่งจากโทษรวม 8 ปี ก็ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือ 1 ปีนั้น แหล่งข่าวระบุว่า อาจเป็นความเข้าใจของผู้ต้องขังว่าตนนั้นได้รับโทษไปแล้ว ก็คือการรับโทษมาแล้ว 1 ปี แม้ว่าจะเป็นการไปรักษาตัวนอกเรือนจำที่ รพ.ตำรวจ แต่ก็ไม่ได้มีการออกไปภายนอกสถานที่รักษาตัวแต่อย่างใด
"คราวนี้ล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ได้มีคำพิพากษาว่าต้องรับโทษ จึงต้องบังคับโทษ 1 ปีนั้น จึงไม่ทราบรายละเอียดเนื้อหาว่ามีการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายอย่างไรบ้าง แต่ถ้ามองตามปกติแล้วผู้ต้องขังมักจะเรียบเรียงเรื่องราวของตน ถึงเหตุผลว่าเหตุใดจึงประสงค์ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้" แหล่งข่าวกระทรวงยุติธรรมระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กล้าธรรม’หนาว! ‘โฆษกภท.’เผยในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรทั้งนั้น
เพื่อไทยชักแม่น้ำทั้ง 5 รองรับการเข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน "ยศชนัน" ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย กราบขออภัยจากใจ หลังมีทั้งคนเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย แต่ส่วนใหญ่บอกให้ร่วม
ตามจิกบาร์โค้ด ‘ส้ม’ฟ้อง‘กกต.’
ยังไม่ยอมแพ้ พรรคประชาชนชี้การมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำลายหลักลงคะแนนโดยลับ-เปิดช่องทุจริต จี้ กกต.เร่งเปิดรายงานผลการนับคะแนนทุกหน่วย
นึกว่า‘รังสแกมเมอร์’!
"ไอติม" ดิ้น! แก้ข่าว "สเปกเตอร์ ซี" ไอโอสีส้ม เจอพิรุธเพียบ! ยอมรับเป็นบริษัทของเลขาฯ พรรค แต่ไม่ได้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร เผยชั้น 4 ที่ทำการพรรคเป็นที่ทำการของพนักงานประจำ
อนุทินปลุกไทยหวนคืนเสือเอเชีย
นายกฯ ประชุมหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ “อนุทิน” ลั่นต่อยอดนโยบายควิกบิ๊กวิน พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก และเป็นเสือแห่งเอเชีย เล็งเดินหน้านโยบายหาเสียง “โพลพระปกเกล้า”
‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส
“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก
แดงร่วมรบ.นํ้าเงิน! ยศชนันนำ ถกไร้เงื่อนไข คิวต่อไปทาบ‘กล้าธรรม’
"ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ชื่นมื่น ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ "หนู" ขอให้ลบเรื่องบาดหมางในอดีต กลับมาทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์บ้านเมือง แย้มเตรียมคุย "กล้าธรรม

