"ทรัมป์" บอกเตรียมโทร.หาผู้นำไทย-กัมพูชา โวสยบศึกได้แน่ “อนุทิน” เตรียมให้ “สีหศักดิ์” ร่วมพูดคุย ยันยุบสภาไม่มีผลกระทบเรื่องชายแดน กองทัพรับมีกฎหมายให้อำนาจไว้ ระอุต่อเนื่องวันที่ 5 ยังปะทะในหลายจุด สังเวยทหารกล้ารายที่ 10 แต่ยึดช่องอานม้าปักธงไทยได้สำเร็จ “สุรสันต์” แจงข่าวยกธงขาวไม่น่าเป็นความจริง ผงะ! เฉลยแล้วโดรนบอมบ์เลียนแบบมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวถึงการโทรศัพท์หารือกับไทยและกัมพูชาในวันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ หรือวันนี้ตามเวลาในไทย เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยยอมรับว่า “ใช่ ผมต้องโทรศัพท์สักหน่อย ผมกำลังบอกว่าไทยและกัมพูชา หนึ่งในแปดสมรภูมิที่ผมไกล่เกลี่ยไปแล้ว พวกเขาสู้รบกันมานานมาก นานหลายสิบปีเลยทีเดียว แต่ผมก็เข้ากันได้ดีกับทั้งสองประเทศ พวกเขาเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม เป็นคนดี และผมก็ไกล่เกลี่ยมันได้สำเร็จครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าผมทำได้ค่อนข้างเร็ว ผมคิดว่าเราจะนัดโทรศัพท์คุยกับไทยพรุ่งนี้”
“ผมไกล่เกลี่ยสงครามมา 8 ครั้งแล้ว นานๆ ครั้งจะมีสงครามปะทุขึ้นมาอีก และผมก็ต้องดับไฟเล็กๆ นั้น ต้องดับมัน เราจะดับมันให้ได้ ผมคิดว่าผมสามารถทำให้พวกเขายุติการสู้รบได้”
ด้านเดอะการ์เดียน สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า ความไม่มั่นคงทางการเมืองในประเทศไทย อาจทำให้การเจรจาระหว่างกัมพูชาและไทยในอนาคตมีความซับซ้อนขึ้น
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวตอบผู้สื่อข่าวถึงการยุบสภาจะกระทบต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหรือไม่ว่า ไม่กระทบครับ
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าคืนนี้เวลา 21.20 น. จะหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเป็นอัปเดตสถานการณ์หลังพูดคุยกันล่าสุดตอนที่เดินทางตามเสด็จฯ ที่ประเทศจีน ก็เป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว แต่เรื่องการตัดสินใจดำเนินการอะไรต่างๆ นั้นเป็นเรื่องของรัฐบาลไทยที่สนับสนุนและมอบอำนาจให้กองทัพดำเนินการ
ต่อมาในช่วงบ่าย นายอนุทินได้หารือกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนการหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เป็นการรับฟังความคืบหน้าการดำเนินการ และได้ยืนยันว่าแม้จะยุบสภา แต่รัฐบาลยังทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ยังให้การสนับสนุนเหล่าทัพในการปกป้องอธิปไตยและดูแลประชาชนเหมือนเดิม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกอย่างยังมีประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อถามว่า กองทัพได้วางหลักการพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ว่าอะไรยอมได้อะไรยอมไม่ได้ นายอนุทินกล่าวว่า มีการพูดคุยกัน และได้รับข้อมูลมา ซึ่งในการหารือคืนนี้จะเชิญนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ มาเข้าสายด้วยกัน เพื่อให้เกิดการรับรู้อย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทย
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าในพื้นที่ทหารกัมพูชาบางส่วนยกธงขาวแล้ว ได้รับรายงานแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้คุยเรื่องนี้ เรื่องของยุทธศาสตร์การตัดสินใจในการรักษาบูรณภาพของดินแดน ต้องขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาสูงสุดของฝ่ายกองทัพ และภายใต้มติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ไม่เชื่อเรื่องยกธงขาว
ถามว่า จากการรับฟังรายงานของกองทัพมีการประเมินว่าไทยได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า “ผมว่าดีก็แล้วกัน” ส่วนกระแสข่าวมีทหารรับจ้างต่างชาติเข้ามาในกัมพูชานั้นยังไม่ได้รับรายงาน
ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวในเรื่องนี้ว่า จากสืบทราบและตรวจสอบก็ยังไม่มีการยืนยัน 100% ว่าเหตุผลที่เขาชักธงขาวมีนัยอย่างไรบ้าง
พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า เป็นเรื่องที่เราติดตามอยู่ เพราะสัญลักษณ์ชูธงขาวนั้น ปกติจะหมายถึงการขอเจรจาหรือเป็นลักษณะการประนีประนอม แต่ในพื้นที่นั้นยังมีการยิงและปะทะกันอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงเชื่อว่าไม่ใช่สัญญาณการเจรจาหรือประนีประนอมต่างๆ เพราะทหารหน้าแนวยังมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี รอง ผบ.ทอ. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวเน้นย้ำว่า แม้มีการยุบสภา แต่การปฏิบัติการทางทหารเพื่อปกป้องดินแดนของฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่ภายใต้รัฐบาลปัจจุบันนี้
ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวเสริมว่า การยุบสภาไม่ได้มีผลกระทบอะไรในอํานาจสั่งการของทหาร เนื่องจากทหารมีพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ในการยึดถือปฏิบัติมีแนวทางปฏิบัติชัดเจน ไม่ได้เกี่ยวโยงกับประเด็นทางการเมืองที่มีการยุบสภา
พล.ร.ต.สุรสันต์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ฝ่ายกัมพูชายังโจมตีฝ่ายไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สระแก้ว เราจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.อ.ริชฌากล่าวว่า ในพื้นที่สระแก้ว ฝ่ายไทยได้คุมบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ได้เบ็ดเสร็จ ส่วนบ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ที่ปรากฏภาพทหารไปร้องเพลงชาติ แต่ทหารกัมพูชาโจมตีโต้ตอบเข้ามาอย่างหนัก ใช้ BM-21 ถล่ม ทหารได้รับบาดเจ็บ จึงพิจารณาแล้วว่าบริเวณดังกล่าวไม่สามารถวางกําลังได้ จึงปรับการวางกําลังเข้ามา เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชานําธงชาติของไทยลง แต่ไม่ต้องกังวล พื้นที่นี้อยู่ในความพยายามฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่อีกครั้ง
พ.อ.ริชฌากล่าวต่อว่า พื้นที่คุมบางส่วน เช่น ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ช่องคนา จ.สุรินทร์ ส่วนปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จังหวัดบุรีรัมย์ แม้สามารถทําลายการโจมตีและฐานทหารต่างๆ โดยรอบจํานวนมาก แต่ด้วยภูมิประเทศมีความยากลําบาก ทหารยังมีความพยายามที่จะเข้าปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ให้ได้ โดยการประมาณการสูญเสียของทหารกัมพูชาทั้งในส่วนกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ทำลายยานเกราะรถถัง 9 คัน โดรน 68 ลํา ระบบแอนตี้โดรน 1 ระบบ BM-21 จำนวน 1 คัน ทหารกัมพูชาเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 165 นาย ไม่มีพลเรือนได้รับผลกระทบ
ด้านกองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า มีเหตุการณ์ประทะตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนใหญ่ยิงเข้ามายังฝั่งไทย และยังคงมีการปะทะอย่างหนักใน 12 พื้นที่ ได้แก่ ช่องบก, ช่องอานม้า, พลาญบั้งไฟ, พนมประสิทธิโส, เขาสัตตะโสม, ห้วยตามาเรีย, ภูมะเขือ, ช่องโดนเอาว์, พลาญหินแปดก้อน, พื้นที่ปราสาทคนา, พื้นที่ปราสาทตาเมือน และพื้นที่ปราสาทตาควาย โดยกัมพูชายังใช้วิธีการตอบโต้ด้วยจรวด BM 21 และปืนใหญ่ รวมถึงยังใช้โดรนทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องที่ช่องอานม้า
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากฝั่งกัมพูชาว่า พลจัตวาพน ซารุม รองผู้บัญชาการกองพลน้อยสนับสนุนที่ 8 (รอง.ผบ.พลน้อย.สสน.8) ผู้บัญชาการกองพันสนับสนุนที่ 384 (ผบ.พัน.สสน.384) รับผิดชอบพื้นที่ตาซึม ตรงข้ามช่องโดนเอาว์ติดกับภูมะเขือ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนใหญ่ฝ่ายไทย ขณะนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเปรียะเกตุมาลา กรุงพนมเปญ
ในเวลา 16.00 น. พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุว่า ตั้งแต่เวลา 06.29 น. ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีมายังฝ่ายไทย ทำให้เราจำเป็นต้องตอบโต้การรุกราน ซึ่งสถานการณ์ตลอดแนวชายแดน 7 จังหวัดยังมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง และในเวลา 12.00 น. ฝ่ายกัมพูชาระดมยิงอาวุธหนักเข้ามาบริเวณช่องอานม้า ทำให้ทหารไทยจากกรมรบพิเศษที่ 1 เสียชีวิต 1 นาย โดยกองทัพบกได้ตอบโต้จนสามารถยึดเนิน 677 ที่ช่องอานม้าได้ 100% แม้มีกำลังพลเสียชีวิต ถือว่าเป็นวีรชนผู้เสียสละเพื่อชาติ ก็ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย โดยเหตุการณ์ตรงนี้ยังไม่เสร็จสิ้น กัมพูชายังคงระดมยิงอาวุธสนับสนุนเข้ามา โดยฝ่ายเรายังดำรงการยิงต่อต้านเพื่อสถาปนาพื้นที่เอาไว้ เพราะยังไม่ไว้วางใจว่าทางกัมพูชาวางอาวุธแล้วหรือยัง และยังมีการปะทะอย่างต่อเนื่อง
ยึดช่องอานม้า 100%
ต่อมาในเวลา 17.30 น. ทหารไทยปักธงชาติไทยบนยอดเนิน 677 ได้แล้ว 100% ช่องอานม้า หน่วยดำเนินกลยุทธ์ เข้าเคลียร์พื้นที่สถาปนาปักธงชาติไทย ยึดที่หมาย A1-A6
เฟซบุ๊กเพจทีมโฆษก กอ.รมน. โพสต์ข้อความระบุว่า สดุดีวีรชนรายที่ 10 ส.อ.พชร รบพิเศษป่าหวาย ผู้พลีชีพกลางสมรภูมิช่องอานม้า ระบุว่า ขอแจ้งข่าวเศร้า และร่วมไว้อาลัยแด่ ส.อ.พชร แย้มแตงอ่อน ทหารกล้ารายที่ 10 ผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย
ขณะที่ น.อ.นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ ยืนยันปฏิบัติการเครื่องบิน F-16 บริเวณบ้าน 3 หลัง อ.ชำราก จ.ตราด เนื่องจากมีการตรวจพบมีการขุดคูเลตเป็นที่มั่นทางทหาร สร้างบังเกอร์ คอนกรีตที่อยู่ใต้ดิน เป็นภัยคุกคาม ทําให้เราไม่สามารถนําทหารราบนาวิกโยธินเข้ายึดที่หมายได้ และมีอาวุธสนับสนุนยิงมาจากเขตดินแดนของกัมพูชามายังพื้นที่เป้าหมาย
จากรายงานข่าวกรองทราบว่า กัมพูชาได้มีการเพิ่มเติมกําลังทางด้านจังหวัดจันทบุรีบริเวณด่านผักกาด ด่านจังหวัดตราด บ้านหนองลีบน ทําให้เห็นถึงความตั้งใจในการพยายามเป็นภัยคุกคาม ทําให้เรายังต้องดํารงการปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติการของเรา ทหารบก เรือ อากาศ ที่ทํางานเต็มที่ เพื่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ
มีรายงานว่า ปฏิบัติการที่ F-16 ทิ้งระเบิดทำลายเป้าหมายบ้าน 3 หลัง ทำให้ทหารฝ่ายกัมพูชาที่หลบซ่อนอยู่ในแนวบังเกอร์และคูเลต เสียชีวิต 6 นาย
พล.ร.ต.สุรสันต์แถลงอีกว่า กองทัพเรือ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ยังดำเนินยุทธการตราดปราบปรปักษ์ เพื่อต่อต้านการรุกรานของทางฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านท่าเส้น จังหวัดตราด ที่ฝ่ายกัมพูชาได้เพิ่มกำลังอาวุธหนักมาประชิดตามแนวชายแดน ขณะที่กองทัพอากาศก็ยังคงส่งกำลังสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดินของทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ ปฏิบัติการตลอดทั้งวัน
พล.ร.ต.สุรสันต์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการนำตัวคนไทยที่ติดค้างในปอยเปตกลับไทยว่า กระทรวงต่างประเทศได้ประสานขอความร่วมมือไปทางฝ่ายกัมพูชาแล้ว ซึ่งฝ่ายกัมพูชายังไม่อนุญาตให้กลับมา โดย กต.ก็ยังไม่หยุดยั้งในการประสานงานไปยังฝ่ายกัมพูชาเพื่ออนุญาตให้คนไทยเดินทางกลับมาได้
นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ กต.ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ และทราบว่าได้ติดต่อไปแล้ว ยืนยันจะขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชาอย่างเต็มที่ และจะประสานให้คนไทยกลับบ้านได้
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมพร้อมแล้ว 100% ในการรับคนไทยทั้งหมดกลับประเทศทันทีที่การประสานงานประสบความสำเร็จ
วันเดียวกัน พล.ร.ต.สุรสันต์ยังกล่าวถึงภาพที่ฝ่ายกัมพูชานำมากล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยยิงปืนใหญ่เข้ามาบริเวณโรงพยาบาลของกัมพูชาว่า เป็นภาพปลอม หากเป็นหัวกระสุนที่ถูกยิงมา สภาพหัวกระสุนต้องบิดเบี้ยว บุบสลาย ถือว่าเป็นภาพจัดฉากของฝ่ายกัมพูชา เพื่อให้ดูว่าเราโจมตีสถานพลเรือนต่างๆ นอกจากนี้ยังมีภาพเฟกนิวส์ที่สร้างโดยเอไอ ที่กล่าวว่ามีการตรวจพบกองกำลัง BHQ กัมพูชาแทรกซึมในพื้นที่ ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเป็นสถานการณ์จริง แต่ภาพที่นำมาเสนอเป็นภาพที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน สังเกตได้ คนที่เดินเข้ามาการใส่หมวกของชาวตะวันตก ดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ในภูมิภาคเอเชีย
ด้าน พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษก ทอ. กล่าวเสริมถึงคลิปที่ฝ่ายกัมพูชาเผยแพร่อ้างว่าเกิดจากผลกระทบ F16 รร.พระวิหาร ว่ายืนยันว่ากองทัพอากาศโจมตีเป้าหมายทางทหารทั้งหมด เราให้ความสำคัญต้องไม่กระทบกับพลเมือง หรือให้กระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ การเลือกเป้าหมาย เราพิจารณาอาวุธเป็นองค์ประกอบ เป้าหมายที่มีโอกาสใกล้เคียงพลเรือนใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง อำนาจการทำลายล้างระเบิดขนาด 500 ปอนด์ ต้องใหญ่กว่าที่กัมพูชาขุดเอาไว้มาก เป็นความพยายามสร้างเฟกนิวส์ สร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายกัมพูชา
“ระเบิด 500 ปอนด์หากลงมาแถวนี้ ช่อง 5 จะหายไปทันที หาก 2,000 ปอนด์เท่ากับสนามฟุตบอล ถือว่าเป็นความพยายามที่ดูน่ารัก แต่ดูไม่สมเหตุสมผล ขอยืนยันทุกเป้าหมายที่เราเลือกให้เกิดผลกระทบ ขีดความสามารถ ลดทอนขีดความสามารถกัมพูชา และเสริมสร้างโอกาสที่ฝ่ายเราเข้าปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”
โดรนจากสงครามยูเครน
มีรายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่า จากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 5 วันที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้โดรนเป็นยุทโธปกรณ์ในการเข้าโจมตีฝั่งไทยเป็นจำนวนหลายครั้ง กระทั่งมีการตรวจพบว่าผู้ที่บังคับโดรนดังกล่าวไม่ใช่คนกัมพูชา จึงได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์จนชัดเจนว่า โดรนที่กัมพูชาใช้กับไทยคล้ายกับมีการใช้ในสงครามยูเครน-รัสเซีย
สำหรับโดรน FPV ในสงครามยูเครน-รัสเซีย เป็นตัวอย่างของอาวุธต้นทุนต่ำที่สร้างผลทำลายสูง โครงสร้างหลักประกอบด้วย 1.เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ 2.มอเตอร์ 4 ตัว และ 3.กล้อง FPV ที่เชื่อมต่อแว่นควบคุมแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ควบคุมสามารถนำโดรนพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความแม่นยำสูงมาก ขณะเดียวกันยังมีการติดหัวรบขนาดเล็กหรือดัดแปลงจากกระสุนปืนใหญ่ ปืนกล หรือหัวรบ RPG ด้วยต้นทุนต่ำ แต่มีผลทางยุทธวิธีสูง
รานงานแจ้งอีกว่า เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับซากโดรนที่ทหารไทยยึดได้ในพื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า พบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับโดรน FPV ที่ใช้ในสงครามยูเครน-รัสเซียอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเฟรมขนาด 5 นิ้ว, แบตเตอรี่ LiPo พร้อมหัวต่อ XT60, โครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ และรูปแบบการติดหัวรบด้วยสายรัดและเคเบิลไทร์ รวมทั้งชิ้นส่วนภายในที่บ่งชี้ว่าเป็นโดรนพุ่งชน ไม่ใช่โดรนลาดตระเวน การตรวจจับสัญญาณยังพบการเข้ามาจากทิศทางกัมพูชาในห้วงเวลาเดียวกับการปะทะ ทำให้ยืนยันได้ว่าการโจมตีดังกล่าวมีแบบแผนและถูกควบคุมโดยผู้ที่มีความรู้ในระบบ FPV อย่างจริงจัง
“การนำโดรนทั้งระบบจากสมรภูมิยุโรปตะวันออกมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการขนส่งและการควบคุมยุทโธปกรณ์ระหว่างประเทศ สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าคือการนำความรู้ เทคนิค บุคลากร และต้นแบบการประกอบเข้ามาเผยแพร่ให้กัมพูชา ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบทั่วไปในสงครามพร็อกซีในศตวรรษที่ 21 ความรู้ด้านการประกอบโดรน FPV และการฝึกนักบินสามารถถ่ายทอดได้รวดเร็ว และผู้เชี่ยวชาญสามารถเดินทางเข้าประเทศภายใต้สถานะพลเรือน เช่น นักกีฬาโดรน ช่างเทคนิค หรือที่ปรึกษาเอกชน พร้อมนำอุปกรณ์ควบคุมที่พกพาง่ายเข้ามาด้วยโดยไม่สะดุดสายตา หนึ่งในหลักฐานที่สนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้คือการพบคำสั่งเสียงภาษาอังกฤษ เช่นคำว่า Finished ซึ่งไม่ใช่ภาษาที่ทหารกัมพูชาใช้ตามปกติ แต่เป็นสำนวนที่พบในการสื่อสารของนักบิน FPV ในสงครามยูเครน-รัสเซีย”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อนุทิน’คิกออฟ ปลดล็อกลงทุน
“อนุทิน” กดปุ่มคิกออฟ "Thailand FastPass" 23 มิ.ย.นี้ ปลดล็อกอุปสรรคลงทุนโครงการใหญ่เต็มสูบ ดันคำขอส่งเสริมลงทุนแสนล้านสู่ลงทุนจริง “เอกนิติ” ชี้ปรับกลไกการอนุมัติภาครัฐ หนุนเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุนเพิ่ม ปลื้ม IMD ให้คะแนนส่งเสริมลงทุนระหว่างประเทศไทยพุ่งขึ้น 6 อันดับ
เพราะพระเมตตาเปลี่ยนชีวิต
พระราชวงศ์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง พระเมตตาเปลี่ยนชีวิต! พยาบาลสาวบ้านไล่โว่เผยความประทับใจ ได้ถวายภาพวาดแด่ "พระองค์ภา"
ภูมิใจไทยไล่บี้ส้ม! เกลือจิ้มเกลือต้อน ‘สส.ป้อม’ แจงForexกับกมธ.ตำรวจ
เกลือจิ้มเกลือ "วัชรพงศ์" ปธ.กมธ.ตำรวจ จากพรรคภูมิใจไทย จ่อเชิญ "ป้อม” ภาวุธ สส.ส้ม แจงปมเงิน 28 ล้าน โยงคดี Forex เผยให้โอกาสใช้กลไก กมธ.
เปิดงบ กห.ปี70 2แสนล้านบาท ตั้งรับภัยทุกมิติ
เปิด "งบ.กลาโหม 70” เม็ดเงิน 2.03 แสนล้าน รับมือภัยคุกคามทุกมิติ เติมของ-เสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบ หลังศึก “ไทย-กัมพูชา” ทบ.เล็งซื้อ HIMARS จากสหรัฐ “ทอ.”เดินหน้าระบบป้องกันภัยทางอากาศ Barak MX ระยะ 2 ด้าน ทร.ติดหล่มเพดานหนี้ “เรือฟริเกต” ลำที่ 2 ยังฝืด
‘เอกนิติ’ตั้งเป้า ดันกรอ.ปั้นศก. เหมือนป๋าเปรม
“เอกนิติ” เตรียมต่อยอดความเชื่อมั่นประเทศไทย หลัง ศก.ไทยรับสัญญาณบวก 2 เด้ง
‘หนู’ลั่นไม่บ้าจี้ พูดคุยเปิดด่าน กองทัพคุมเข้ม
“อนุทิน” เผยดึงข้อศอก “ฮุน มาเนต” คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน ลั่นไม่มีพูดเรื่องเปิด-ปิดด่าน

