
นายกฯ ลงพื้นที่สุรินทร์ ให้กำลังใจทหารแนวหน้าฐานภูหลวง มอบเหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ ผ้ายันต์คาถายูงทองหลวงปู่มั่นติดหมวก เสริมขวัญกำลังใจ ขณะไทยโต้สื่อนอก ย้ำปฏิบัติหน้าที่ในอาณาเขตตนเอง แม่ทัพภาค 1 คุมบ้านหนองจาน 100% และคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินชาวบ้าน ด้านเขมรไม่ยอมรับเปลี่ยนแปลงเขตพรมแดน
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 2 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ศูนย์การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูหลวง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ติดตามสถานการณ์ รับฟังรายงานภาพรวมพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้า โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่
โอกาสนี้ นายอนุทินได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ และให้กำลังใจทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพล ที่ยังคงปฏิบัติภารกิจดูแลความมั่นคงของชาติ แม้แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ไม่ได้กลับบ้าน
จากนั้นนายอนุทินได้มอบเหรียญพระนารายณ์ทรงครุฑ ซึ่งสมเด็จเจ้าคุณธงชัย หรือสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม ได้ฝากมาให้แจกทหารแนวหน้าทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกล่าวให้กำลังใจสั้นๆ ขอให้ทุกนายแคล้วคลาดปลอดภัย และไม่มีสิ่งใดทำอันตรายได้ รวมถึงยังมีผ้ายันต์คาถายูงทอง "นะโมวิมุตตานัง นะโมวิมุตติยา" จากบทสวดของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต "โมรปริตร" มอบให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง โดยติดไว้บนหมวกของกำลังพล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
ขณะเดียวกัน ภายหลังจากการตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่ตลอดแนวชายแดน ตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 และตรึงกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ชี้แจงเกี่ยวกับรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” ของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชา “กลับบ้านพัก” ซึ่งถ้อยคำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่
โดยประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเกิดขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศไทย และ/หรือในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อนซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่น
การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ 1.คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ 2.ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน 3.ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว
ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ให้ความสำคัญต่อบทบาทของสื่อมวลชน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน ถูกต้อง และใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ
คุมหนองจาน 100%
ขณะเดียวกัน พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้เดินทางลงพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยเป็นการลงพื้นที่อย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 8-27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง
ด้าน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ที่เดินทางมาพร้อมคณะ ได้กล่าวยืนยันต่อชาวบ้านหนองจานว่า ขอให้มั่นใจว่ากองทัพจะดำเนินการทำให้พื้นที่มีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อคืนกรรมสิทธิ์ให้แก่ชาวบ้านอย่างสมบูรณ์ โดยปัจจุบันฝ่ายไทยสามารถครอบครองและควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมดแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่และดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม
ส่วนกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภาพรวมสถานการณ์ประจำวันที่ 1 ม.ค. 2569 โดยทั่วไปว่า ยังไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธหรือเผชิญหน้าโดยตรง แต่ฝ่ายตรงข้ามยังคงเสริมกำลังและเตรียมความพร้อมเชิงยุทธการอย่างต่อเนื่อง ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี พื้นที่ช่องบกและช่องอานม้า ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญ ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ พื้นที่ช่องซำแต-โดนตวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิ์-ช่องตาเฒ่า พบ การเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้ามเพื่อเพิ่มความพร้อมในพื้นที่ยุทธศาสตร์
พื้นที่ปราสาทพระวิหาร-ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย ไม่พบการปะทะ แต่ยังมีการจัดกำลังเตรียมพร้อม พื้นที่ภูมะเขือ-ช่องโดนเอาว์-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน พบ การส่งกำลังบำรุงและการบิน UAV ตรวจการณ์ของฝ่ายตรงข้าม ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม-ช่องเปรอ-ช่องระยี-ปราสาทคนา-ปราสาทตาควาย-ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ไม่พบความเคลื่อนไหวสำคัญ พื้นที่ปราสาทตาควายยังคงตรึงกำลังตามปกติ จังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ไม่มีความเคลื่อนไหวสำคัญ เหตุการณ์สำคัญในพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายตรงข้ามปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีรองรับการส่งกำลังบำรุง โดยเฉพาะเส้นทางมุ่งสู่เนิน 745 และยอดโดม
วันเดียวกัน พรรครักชาติ นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ. ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรครักชาติ ร่วมสดุดีและรำลึกถึงเหล่าวีรชนทหารกล้า โดยนำดอกเบญจมาศสีขาวมาเคารพ พร้อมตั้งจิตระลึกถึงคุณงามความดีที่เหล่าทหารกล้าเสียสละเพื่อชาติไทย ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
โดย รศ. ดร.เจษฎ์ออกมาตอบโต้นายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา กรณีเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศและศาลโลก ให้ไทยชดใช้ค่าเสียหาย กรณีบุกรุกและทำลายทรัพย์สินกัมพูชาว่า เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายที่นายสม รังสีพูดถึงนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยควรต้องเป็นผู้จ่าย
รศ. ดร.เจษฎ์กล่าวย้ำว่า คนที่เป็นคนรุกราน คนที่เป็นคนเริ่มต้นให้เกิดการปะทะกันต่างหากที่ควรต้องรับผิดชอบชดใช้ความเสียหาย หรือประเทศที่พ่ายแพ้สงครามจึงจะเป็นคนที่ต้องชดใช้ ไม่ใช่ฝ่ายที่ถูกกระทำ
“คนที่จะต้องจ่ายค่าเสียหายให้เราคือเขมร คือกัมพูชา ไม่ใช่เราจ่ายค่าเสียหายให้กัมพูชาหรือเขมร” รศ. ดร.เจษฎ์กล่าวทิ้งท้าย
เขมรไม่ยอมรับเขตแดนใหม่
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ASEAN มองไทย ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า "นายเพ็ญ โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในฐานะตัวแทนและโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ได้กล่าวว่ากัมพูชาไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงพรมแดนใดๆ ที่เกิดจากการใช้กำลัง และการกระทำใดๆ ที่เบี่ยงเบนไปจากฉันทามติในแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 และข้อตกลงก่อนหน้านี้ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง"
โดยนายเพ็ญได้เน้นย้ำจุดยืนของกัมพูชาว่า "กัมพูชายืนหยัดอย่างมั่นคงในการปกป้องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชา-ไทย ที่กำหนดโดยคณะกรรมาธิการเขตแดนอินโดจีน-สยาม โดยเคารพหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการเส้นเขตแดนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ (Uti Possidetis Juris) เคารพอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม แผนที่และบันทึกการกำหนดเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนอินโดจีน-สยาม ตลอดจนข้อตกลงและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ในอดีต"
นายเพ็ญกล่าวเพิ่มเติมว่า "ภาพหรือข้อมูลอื่นๆ ที่ประชาชนได้เห็นในบางพื้นที่ตามแนวชายแดนนั้น ไม่ใช่เส้นเขตแดนระหว่างประเทศระหว่าง 2 ประเทศ ดังนั้นโปรดรอให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศทำการวัดก่อนที่จะประกาศเป็นเส้นเขตแดนระหว่างประเทศที่แท้จริงระหว่าง 2 ประเทศ อีกทั้งในข้อ 3 ของปฏิญญาร่วมของการประชุมพิเศษครั้งที่ 3 ของคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างกัมพูชาและไทย ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องว่าข้อตกลงใดๆ ภายใต้ปฏิญญาร่วมนี้จะไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศ ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะมอบหมายให้คณะกรรมการเขตแดนร่วมดำเนินการสำรวจและกำหนดเขตแดนต่อไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน".

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปีม้าดุ3วันสังเวย145ชีวิต!
ปีม้าเลือด! วันที่สามเทศกาลปีใหม่เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ดับ 54 ราย รวมยอด 3 วันสังเวยแล้ว 145 ราย
ประกาศประชามติแล้ว กกต.ยํ้าการ‘หย่อนบัตร’
นายกฯ ประกาศกำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติแล้ว พร้อมเคาะคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" กกต.แจงขั้นตอนออกเสียง
เพื่อไทยรับได้ทุกสี! ‘เชน’มั่นใจไม่รั้ง‘อันดับ3’ เลือกตั้งล่วงหน้าเกินล้าน
แห่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกอาณาเขต 13 วันจ่อทะลุล้าน ขณะที่ "ยศชนัน" ชนหมัด "ชัชชาติ"
กองทัพบกโต้สื่อระดับโลก บิดเบือนข้อมูลไทยรุกรานกัมพูชา ยืนยันพื้นที่ควบคุมอยู่ในอธิปไตยไทย
จากกรณีที่สื่อต่างประเทศ บิดเบือนข้อมูลว่าประเทศไทยใช้กำลังทหารยึดดินแดนของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชากลับบ้านพัก ซึ่งการนำเสนอดังกล่าว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
'อนุทิน' เยี่ยมทหารแนวหน้า 'ปราสาทคนา-ช่องจอม' ชื่นชมกองทัพควบคุมพื้นที่ได้โดยสมบูรณ์
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางให้กำลังใจกำลังพลที่บริเวณประสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ว่า พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.มหาดไทย ซึ่งเคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 2
ทภ.2 พบกัมพูชาเสริมกำลัง บินโดรน ปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีมุ่งสู่เนิน 745-ยอดโดม
กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ ชายแดนไทย–กัมพูชา ภาพรวมสถานการณ์ประจำวันที่ 1 ม.ค.69 ว่าโดยทั่วไปยัง ไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธหรือเผชิญหน้าโดยตรง แต่ฝ่ายตรงข้ามยังคง เสริมกำลังและเตรียมความพร้อมเชิงยุทธการอย่างต่อเนื่อง

