ทรัมป์บอกเวเนฯ เป็นเด็กดีแล้ว ไม่ต้องถล่มรอบ 2! เลขา UNFCCC บอกการถอนตัวจากองค์กรและสนธิสัญญา 66 ฉบับเป็นการทำร้ายตัวเอง เชื่ออาจซ้ำรอยข้อตกลงปารีสฯ สุดท้ายก็กลับมา
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า เวเนซุเอลากำลังทำงานได้ดีร่วมกับสหรัฐในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการปล่อยตัวนักโทษการเมืองจำนวนมาก ซึ่งทำให้การดำเนินการโจมตีเพิ่มเติมไม่จำเป็นอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ยังมีความต่อเนื่องจากคำสั่งของทรัมป์ ที่ให้สหรัฐถอนตัวออกจากองค์กรและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ 66 ฉบับ ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ด้วยเหตุแห่งการขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญที่สุดคือ กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเป็นรากฐานของข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศที่สำคัญทั้งหมด
โดยไซมอน สตีล เลขาธิการบริหารของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กล่าวว่า การตัดสินใจของทรัมป์จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ งาน และมาตรฐานการครองชีพของสหรัฐมากกว่าใคร มันเป็นการทำร้ายตัวเองครั้งใหญ่ที่จะทำให้สหรัฐขาดความมั่นคงและมั่งคั่งมากขึ้น
“ประตูยังคงเปิดอยู่สำหรับสหรัฐที่จะกลับเข้าร่วมในอนาคต เช่นเดียวกับที่เคยทำมาแล้วกับข้อตกลงปารีส” สตีลกล่าวไว้
ส่วนเดวิด วิดาวสกี ผู้อำนวยการของสถาบันวิจัยทรัพยากรโลก กล่าวว่า การกระทำนี้เป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ที่ทำให้สหรัฐสูญเสียความได้เปรียบไปโดยไม่ได้รับอะไรตอบแทน
“ข้อตกลงที่มีอายุ 30 ปีนี้เป็นรากฐานของความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ การถอนตัวไม่ได้ทำให้สหรัฐอยู่ข้างสนามเท่านั้น แต่ยังทำให้สหรัฐออกจากเวทีนี้ไปโดยสิ้นเชิง” วิดาวสกีกล่าว
สนธิสัญญาที่ลงนามในปี 1992 เป็นข้อตกลงระดับโลกของประเทศต่างๆ เพื่อร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้โลกร้อน และปรับตัวให้เข้ากับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“การตัดสินใจของประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดและปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับสองของโลกที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจและโชคร้าย” วอปเกอ ฮุกสตรา หัวหน้าฝ่ายสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ทุ่มเทนโยบายภายในประเทศทั้งหมดให้กับเชื้อเพลิงฟอสซิล และดูหมิ่นวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศว่าเป็นเรื่องหลอกลวง รัฐบาลของเขาไม่ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติครั้งล่าสุดที่บราซิลในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจัดขึ้นทุกปีภายใต้การดูแลของ UNFCCC
อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (UNFCCC) ได้รับการรับรองเมื่อ 34 ปีก่อนในการประชุมสุดยอดโลกที่รีโอ และได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐ ในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช
รัฐธรรมนูญของสหรัฐอนุญาตให้ประธานาธิบดีเข้าร่วมสนธิสัญญาได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสมาชิกสองในสาม แต่ไม่ได้ระบุถึงกระบวนการถอนตัวออกจากสนธิสัญญา ซึ่งเป็นความคลุมเครือทางกฎหมายที่อาจนำไปสู่การฟ้องร้องในศาล
ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งสำคัญ นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่ง เช่นเดียวกับที่เขาทำในสมัยแรกของเขาตั้งแต่ปี 2017-2021 ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกโดยโจ ไบเดน ผู้สืบทอดตำแหน่งจากพรรคเดโมแครต
การถอนตัวออกจาก UNFCCC อาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายเกี่ยวกับการพยายามเข้าร่วมใหม่ของสหรัฐในอนาคต
ฌอง ซู ทนายความอาวุโสของศูนย์เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร กล่าวว่า “การถอนตัวออกจาก UNFCCC นั้นแตกต่างจากการถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสอย่างสิ้นเชิง”
“เรายืนยันว่าการที่ประธานาธิบดีถอนตัวออกจากสนธิสัญญาฝ่ายเดียวซึ่งต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาถึงสองในสามนั้นผิดกฎหมาย เรากำลังพิจารณาทางเลือกทางกฎหมายเพื่อดำเนินการตามแนวทางนั้น" เธอกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิพัฒน์สนองหนู ลงพื้นที่ฟังปชช. ลุย‘แลนด์บริดจ์’
“นายกฯ” รับเข้าใจชาวบ้านกังวล “แลนด์บริดจ์” สั่งคมนาคมลุยฟังเสียงความคิดเห็น
ไทยแจ้งเขมรเลิกMOU44 ตั้ง‘ผู้พัน’ไม่ขยับชายแดน
“สีหศักดิ์” เผยหารือทวิภาคี “ปรัก สุคน” เตรียมส่งหนังสือยกเลิกเอ็มโอยู 44
คิงชาร์ลส์-ทรัมป์ชื่นมื่นสยบร้าว
"ปธน.ทรัมป์" เปิดทำเนียบขาวรับเสด็จ "สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" ประสานรอยร้าวสองประเทศจากสงคราม เจรจาสันติภาพเริ่มมีหวัง
ฟ้าหนุนส้มยื่นสอบปปช.ปล่อยโอ๋
“นายกฯ” พา “รมว.กลาโหมสิงคโปร์” กินโจ๊กเจ้าดังบางรัก เซ็นตั้ง “วีระพงษ์” ผู้แทนการค้าไทย
เคาะอุ้มค่าไฟ3บาท 200หน่วย‘ขั้นบันได’สะดุด กองทุนนํ้ามันกู้2หมื่นล้าน
รัฐบาลเคาะวาระแห่งชาติด้านพลังงาน อุ้มค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
กษัตริย์ชาร์ลส์ทรงเรียกร้องให้ทรัมป์ 'ร่วมมือ' กับอังกฤษ
สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ ทรงได้รับการต้อนรับอย่างเต็มรูปแบบจากโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว และมีพระราชดำรัสต่อรัฐสภาในวันอังคาร ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยาก เพื่อพยายามประสานรอยร้าวระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน

