กระสุนตก "กกต." ภาคประชาชนบุกทวงความรับผิดชอบเลือกตั้ง ฟาดผลาญงบฯ 8 พันล้านไร้มาตรฐานรัดกุม บี้เร่งทำความกระจ่างต่อสาธารณะ “สนธิญา” จี้ตามติดทิ้งใบคิดคะแนนหมกกองขยะ ลั่นอย่าล้มกระดานโมฆะ ชี้ 32 ล้านเสียงต้องได้รับความเป็นธรรม "ผู้สมัครพรรคส้ม" ร้องนับคะแนนใหม่-เลือกตั้งใหม่ ส่อพิรุธอื้อเมืองปากน้ำ “หัวหน้าเท้ง” เบรกฟ้องปิดปาก ปชช.-เชือด "กปน." แพะรับบาป ขณะที่ "สว.สำรอง" ยื่นศาลปกครองสูงสุดเอาผิด พร้อมสั่งไม่ให้รับรองผลการเลือกตั้ง สส.เป็นการชั่วคราว "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ส่งหนังสือให้ กกต.ชี้แจงภายใน 7 วันปมถูกร้องพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ก่อนวินิจฉัยจะส่งศาล รธน.หรือไม่
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ เวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ กลุ่ม We Watch และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือและอ่านแถลงการณ์ร่วมแสดงจุดยืนเพื่อเรียกร้องต่อ กกต.ให้แสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้ง เพราะการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต.ปรากฏข้อผิดพลาด ความผิดปกติ และปัญหาจำนวนมาก ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของการจัดการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง สถานการณ์ดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในวงกว้าง นำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และสะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งในปัจจุบัน ประเด็นที่ขัดต่อหลักการสำคัญในการจัดการเลือกตั้ง ความโปร่งใส
“ประชาชนคาดหวังให้ กกต.ใช้งบประมาณสาธารณะอย่างคุ้มค่า และจัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในบริบทที่ความไว้วางใจต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งอยู่ในระดับต่ำอย่างยิ่ง จากเอกสารงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2569 พบว่ามีการใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 7,824 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณสาธารณะจำนวนมหาศาล และควรเพียงพออย่างยิ่งในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างมีมาตรฐานและรัดกุม” แถลงการณ์ระบุ
แถลงการณ์ระบุว่า องค์กรมีข้อเรียกร้องต่อ กกต.และข้อเสนอต่อสาธารณะ 2 ระยะ ดังต่อไปนี้ ระยะเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาความเคลือบแคลงสงสัยของสังคม ประการแรก เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ประชาชนตรวจสอบได้ และดำเนินการทันที โดยเปิดเผยผลคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100% ผ่านระบบ ECT Report โดยเร็วที่สุด รวมทั้งเปิดเผยเอกสารสรุปผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ตามระเบียบโดยเร็ว หากเป็นไปได้ควรพิจารณาเปิดเผยภาพกระดานขีดคะแนน (แบบ 5/11) เพื่อให้สาธารณชนตรวจสอบได้ รวมถึงคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกประเภท นอกจากนี้ปัญหาในการจัดการบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ต้องมีการชี้แจงถึงจำนวนบัตรที่มีปัญหา และลักษณะของปัญหาอย่างโปร่งใสและเป็นระบบ เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน
ประการที่สอง ชี้แจงข้อสงสัยอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีหลักฐานรองรับ อธิบายทุกจุดที่สาธารณะตั้งข้อสงสัยอย่างละเอียดและตรวจสอบได้ กรณีคะแนนลดลงหรือข้อมูลไม่ตรงกันต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจน เข้าใจได้ และตรวจสอบซ้ำได้ กรณีระบบรายงานผลขัดข้องหรือเว็บไซต์ล่ม ต้องมีคำอธิบายเชิงเทคนิคด้านระบบคอมพิวเตอร์อย่างโปร่งใส เปิดเผยโครงสร้างการทำงานเบื้องหลังการรายงานคะแนน ว่าใครมีอำนาจเข้าถึงและแก้ไขข้อมูล ระบุจำนวนครั้งของการปรับปรุงข้อมูล แก้จากอะไรเป็นอะไร และด้วยเหตุผลใด
เขย่า 'บาร์โค้ด'
สำหรับกรณีที่สาธารณชนจำนวนมากแสดงความวิตกกังวล ต่อกรณีการนำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูล จนสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ หรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมถึงอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับนั้น เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยเฉพาะสิทธิในความลับของการลงคะแนน
“และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเลือกตั้งโดยรวม กกต.ต้องชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม ทั้งจุดประสงค์ ขอบเขต และขั้นตอนการใช้ระบบดังกล่าวในทุกระดับ มาตรการป้องกันไม่ให้ข้อมูลในระบบสามารถเชื่อมโยงกับตัวบุคคลได้ กลไกทางเทคนิคและกฎหมายที่รับประกันว่าความลับจะไม่ถูกละเมิด กระบวนการจัดเก็บ เข้าถึง และทำลายข้อมูล รวมถึงผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว รวมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและมาตรการรับมือหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล”
ประการที่สาม นับคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยที่มีข้อสงสัย ตามอำนาจกฎหมาย และเปิดเผยต่อสาธารณะ ใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีข้อสงสัย เพื่อแก้ข้อคลางแคลงใจตรงจุด การเปิดหีบบัตรเพื่อนับใหม่ต้องกระทำต่อหน้าประชาชน ผู้สังเกตการณ์ และสื่อมวลชน ถ่ายทอดการนับคะแนนใหม่แบบถ่ายทอดสด หรือบันทึกภาพไว้เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ด้านนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมาสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นสนับสนุนการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการมีบัตรผี โดยระบุถึงกรณีการนำใบขีดคะแนนแล้วมาระบุว่าพบในกองขยะ ขอเรียกร้องให้ กกต. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพราะเชื่อว่าปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากจะเข้าไปกองขยะแน่นอน อีกทั้งจะได้ทราบว่าที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำใบคิดคะแนนไปทิ้งขยะ
รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นที่เทศบาลท่าโขลง อำเภอเมืองปทุมธานี มีสื่อโทรทัศน์แห่งหนึ่งได้พยายามที่จะซูมให้เห็นถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามหมายเลข โดยตนได้นำคลิปนี้ส่งให้กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นเป็นการกระทำที่กำลังจะบอกว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต
“หลังเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะขณะนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,400 หน่วยเลือกตั้ง หรือเกือบแสนหน่วย แต่มีหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยที่เกิดปัญหา และจะนำไปสู่การโมฆะทั้งกระดานนั้น เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ออกไปใช้สิทธิ 32 ล้านคนหรือไม่" นายสนธิญาระบุ
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พรรคทางเลือกใหม่ แถลงว่าจะไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ในกรณีที่กกต.มีการติดบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งทั้งบัญชีรายชื่อและเขต ซึ่งสามารถตรวจสอบจากต้นขั้วได้ว่า บัตรเลือกตั้งใบนี้เป็นของใครและลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจเสนอต่อศาลปกครอง หรือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยพลัน ซึ่งนำเอกสารหลักฐานในการเลือกตั้งปี 69 ที่พบปัญหาหลายอย่าง ทั้งบัตรเขียวเกินกว่าบัตรชมพู คะแนนลงบันทึกสวนทางกับคะแนนที่ติดอยู่หน้าบอร์ด และคะแนนที่ลงบันทึกไม่ตรงกับคะแนนระบบออนไลน์
นายมงคลกิตติ์ระบุว่า เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้มีอะไรที่ไม่สมบูรณ์หลายอย่าง มีการไม่สั่งให้นับคะแนนใหม่ในบางหน่วย และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย แม้จะเป็นอำนาจของ กกต.ก็จริง แต่กรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ชี้แจงว่าหากจะเช็กรหัสที่อยู่บนบัตรลงคะแนนกับต้นขั้วได้ แต่ กกต.ก็ปิดเป็นความลับ ก็ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับนั้น คงไม่ใช่ เพราะคำว่าลับไม่ว่าใครก็ตามแม้ว่าจะตรวจสอบในภายหลัง ก็จะไม่รู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เหมือนกับการเลือกตั้งในปี 2549 ที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ
ขวาง กกต.ฟ้องปิดปาก
ขณะที่นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.เขต 6 สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางมายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีที่พบกระดาษเลือกตั้งอยู่ในกองขยะที่จังหวัดสมุทรปราการ และคัดค้านผลการเลือกตั้ง และให้นับคะแนนใหม่ว่า ตนพบความผิดปกติในการเลือกตั้งเขต 6 สมุทรปราการหลายเรื่อง เช่น พฤติกรรมของ กปน.ที่นำชื่อผู้อื่นมาติดแทนตนเองที่หน้าหน่วย ซึ่งได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.สมุทรปราการไปแล้ว การนำเอกสารใบขีดคะแนนไปทิ้งที่บ่อขยะ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดของเทศบาลเมืองลัดหลวง รวมทั้งมีการนำใบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของจังหวัดบุรีรัมย์ไปทิ้งที่นี่ด้วย และทราบว่าได้มีการสอบสวนผู้ที่พบเห็นเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงเห็นว่า กกต.ควรจะมีการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่
“จึงตั้งข้อสงสัยว่าการไปดูงานของ กกต.เพื่อจัดการเลือกตั้ง จัดการทำประชามติ เสียเปล่าหรือไม่ ในการไปดูงาน ทราบว่าจริงแล้ว กกต.น่าจะสนุกสนานกับการไปดูงานบนยอดเขาที่สวิตเซอร์แลนด์ เมืองที่อยู่ริมทะเลสาบ มากกว่าการทำประชามติ หรือจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส มีหลักฐานและทราบมาว่า หลายต่อหลายคนที่เดินทางไปท่องเที่ยวมากกว่าตั้งใจจะไปดูงาน เพราะถ้าตั้งใจไปดูงาน การจัดการเลือกตั้งตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ อบจ.สมุทรปราการ ที่ กกต.จัดการเลือกตั้งในวันเสาร์ และมีการทำอะไรหลายๆ อย่างที่ผมคิดว่าไม่โปร่งใส” นายวีรภัทรระบุ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสังคมกำลังตั้งคำถามที่ กกต.จะฟ้อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับประชาชนทั่วไป หรือเจ้าหน้าที่ กปน.ที่ทำหน้าที่โดยสุจริต ตามระเบียบแล้วการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งหรือหลังคูหา อันนั้นผิดแน่นอน แต่การถ่ายภาพขั้นตอนก่อนลงคะแนนไม่ได้ผิดอะไร การพุ่งเป้าไปเรียกสอบเจ้าหน้าที่ กปน.ส่วนนั้น ก็ต้องดูว่าทำผิดระเบียบหรือไม่ หรือพยายามจะเรียกสอบเจ้าหน้าที่ที่จะทำให้ทาง กกต.มีความสุ่มเสี่ยง เพราะบาร์โค้ดที่อยู่ในนั้นไม่ได้เป็นการทำให้การลงคะแนนเป็นการลงคะแนนลับ อยากให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องให้ กกต.ทำงานแบบตรงไปตรงมา ไม่อยากให้ใช้อำนาจตัวเองปิดปากผู้อื่น
สำหรับกรณีที่ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.จำนวนมาก พรรคทำในสิ่งที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าการดำเนินคดีอาญามาตรา 157 เเละ172 ตัวแทนของพรรคก็ได้ดำเนินการโดยตรงไปแล้ว และมีภาคประชาชนเข้าไปยื่นที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญและที่ศาลปกครอง ทางพรรคจะไม่เข้าไปยื่นซ้ำซ้อน แต่จะติดตามเรื่องนี้และเรียกร้องให้ กกต.ออกมาเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใสมากที่สุด
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ อาจเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ทั้งศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญในการที่จะพิจารณาเรื่องนี้ หลายคนอาจจะมองว่าเรามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ คนก็อาจจะมองว่าเราแพ้การเลือกตั้งแล้วออกมาเรียกร้องหรือไม่
“สิ่งที่เราเรียกร้องได้คือ การเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้มีความโปร่งใสยุติธรรม ปกป้องสิทธิ์ของประชาชนให้ถึงที่สุด ขณะนี้บัตรเลือกตั้งมีปัญหา กกต.ต้องพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ดีที่สุด ให้เก็บรักษามีความลับ ดีที่สุดคือต้องเร่งทำลายบัตรให้เร็วที่สุด ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ ผมอยู่ในฐานะที่ไม่เหมาะสมที่จะพูด ต้องให้หน่วยงานอื่นๆ เป็นผู้ตัดสินแทน" หัวหน้าพรรค ปชน.ระบุ
ยื่นศาลเบรกรับรอง สส.
ด้านนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ถือเทียนไขเข้ามาบริเวณด้านหน้าสำนักงาน กกต. เพื่อเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่า กกต.ไม่มีความสว่างในข้อเท็จจริง และในสายตาประชาชนเป็นองค์กรที่มืดบอด
“วันนี้ กกต.ยังคงอึมครึม ประกาศผลหน้าเว็บไซต์ยังคงค้างอยู่ที่ร้อยละ 95 เป็นคะแนนที่ตรวจสอบแล้ว แต่ทำไมยังคงมีตัวเลขบัตรเขย่งอยู่ เหลืออีกร้อยละ 5 หรือราว 2.5 ล้านคะแนน อยู่ตรงไหนเป็นคะแนนที่เอาไปตกแต่งเพิ่มเติมหรือไม่ ทำไมรอเวลาถึง 8 วัน หรือศูนย์รวมคะแนนไม่ได้อยู่ที่ กกต.แต่อยู่ที่ซอยรางน้ำ เพราะตอนนี้มีการแบ่งปันเก้าอี้รัฐมนตรีกันแล้ว ไม่ว่าจะไปร้องที่ศาลไหน เสมือนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความปกติ จึงจำเป็นจะต้องไปร้องศาลหลักเมืองวันเสาร์ 21 ก.พ.นี้” ทนายอั๋นระบุ
ทั้งนี้ นายภัทรพงศ์ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบุคคลอื่นที่ สามารถเข้าถึงข้อมูลของ กกต.ได้ กกต.ไม่เคยแสดงความโปร่งใสหรือไม่เคยอธิบาย เพราะเซิร์ฟเวอร์เป็นปัญหาตั้งแต่วันแรก พร้อมเห็นว่าการควบคุมการรายงานผลคะแนนอาจจะไม่ใช่เพียงแค่ กกต.หรือไม่ อาจจะมีบุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์อาจจะอยู่ซอยรางน้ำ ซึ่งตนทราบมาว่าวันนี้ผู้มีอำนาจสั่งให้ กกต.รีบรับรอง จึงเป็นที่มาของวันที่ 26 ก.พ. ที่วุฒิสภาจะเปิดประชุมวิสามัญเพื่อคัดตัว กกต. 2 คนมานั่งใหม่ สองคนนี้แหละที่จะเข้ามาเป็นคนเซ็นใบอนุญาตให้บรรดา สส.ที่ผ่านการเลือกตั้งที่คนไทยมองว่าสกปรกที่สุด
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภากลุ่มสำรอง แถลงข่าวว่า ได้ยื่นฟ้อง กกต., สำนักงาน กกต. และเลขาธิการ กกต.ต่อศาลปกครอง ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย กรณีจัดพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง สส. โดยขัดหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญ โดยให้ศาลสั่งให้บัตรเลือกตั้ง สส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน รวมทั้งให้ กกต.เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้งดังกล่าวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
พร้อมทั้งให้สั่งลงโทษ กกต., สำนักงาน กกต.และ เลขาธิการ กกต. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น และขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ก่อน กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.ใหม่ นอกจากนี้ยังได้ขอให้ศาลสั่งไม่ให้รับรองผลการเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
วันเดียวกัน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือถึงสำนักงาน กกต. ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้ผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 หรือไม่ โดยกำหนดให้สำนักงาน กกต.ชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน
ก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 13 ก.พ.รวม 12 คำร้อง โดยในจำนวนนี้มีคำร้องที่ยื่นขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการที่สำนักงานผู้ตรวจการฯ มีหนังสือแจ้งให้ กกต.ชี้แจงนั้นมาจาก 3 คำร้อง คือ คำร้องของนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์, นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ และตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อ
อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักงาน กกต.แล้ว ทางสำนักงานฯ จะประมวลเรื่องและเสนอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา หากที่ประชุมเห็นว่าคำร้องมีมูลเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง
สำหรับปัจจุบันมีผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 คน คือ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.ท.ยุทธนา สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนอีกหนึ่งคนอยู่ระหว่างการสรรหา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กทม.ล้อมคอก! ตรวจเข้ม50เขต สั่งปิด3ผับเถื่อน
“ผบช.น.” เร่งสรุปคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว สอบปากคำแล้ว 106 ปาก พบหลักฐานบ่งชี้ประมาท ส่อต่อเติมระบบไฟเอง-ล็อกประตูหนีไฟ
ยุโรป vs อเมริกาใต้ ใครจะเจ๋งกว่ากัน!
ในที่สุดก็ได้คู่ชิงชนะเลิศกันเสียที สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโกและแคนาดาร่วมกันเป็นเจ้าภาพ หลังลงสนามฟาดแข้งกันมาแบบยาวๆ ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา
ดึงทุนยุโรปเร่งลุยโครงสร้าง
ดึงทุนยุโรป! นายกฯ หารือนักธุรกิจยุโรปกว่า 40 บริษัท ย้ำไทยเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เร่งปิดดีล "FTA ไทย-อียู"
ตั้ง‘เซมเบ้’คุมสถ. เริ่มโละ3,621คน
นายกฯ ชี้โกงข้อสอบท้องถิ่นไม่เกี่ยวเข้าเป็นภาคี OECD เซ็นตั้ง "นิรัตน์" รองปลัด มท. นั่งรักษาการอธิบดี สถ. "ปลัด มท." นัด กสถ.ประชุม 17 ก.ค.
สภาหมื่นล้าน ครบวันประกัน ยังซ่อมไม่เสร็จ
นายกฯ โยนให้ผู้สื่อข่าวประเมินผลงาน รมต. ขณะที่ "รมต.ลูกเทพ" ซัด ปชป.หยุดผลิตวาทกรรม “ดีแต่พูด” เสียที "การดี" โต้กลับประเทศวิกฤตต้องการคนเก่งแสดงฝีมือเยอะๆ
กองทัพฝากคุยกับจีน นายกฯผนึกบก.ทท.กระชับข้อมูลก่อนพบ‘สีจิ้นผิง’
“อนุทิน” ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย กระชับข้อมูลด้านความมั่นคงก่อนบินจีน ชื่นชมจีนมหามิตรหนุนไทยทุกเรื่อง

