"อนุทิน” ดินเนอร์ “เนวิน” ร้านประจำ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ คาดเข้าเฝ้าฯ 6 เม.ย. แถลงนโยบาย 9-10 เม.ย. นายกฯ เคี่ยว ครม.ใหม่ เก้าอี้ รมต.ไม่ใช่ทดลองงาน พร้อมตั้งเป้าประเมินผลงาน นัด “ดร.เชน-หนิม” กินข้าวทำเนียบฯ ถกการทำงานร่วมกัน เบรกเติมน้ำมันคนละครึ่ง เมินฝ่ายค้านลับปากซักฟอก บอกคำวิจารณ์เป็นมงคล ด้าน “ศุภจี” เมินเพจดังขุดจบมหา'ลัยนอกห้องแถว บอกไร้สาระขอทำงานเพื่อปชช. “ไอติม” ประกาศสู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส.โดนแช่แข็งตลอดชีพ ลั่นขอทำหน้าที่จนถึงวินาทีสุดท้ายที่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
เมื่อวันพุธ ที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 06.49 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงมหาดไทย ครบ 134 ปี วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยนายกรัฐมนตรีระบุช่วงหนึ่งว่า ตลอดระยะเวลา 134 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการราชสีห์ แห่งกระทรวงมหาดไทย ได้ยืนหยัดปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นและจิตสำนึกแห่งความเป็นข้าราชการที่ดี ยึดมั่นในอุดมการณ์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
“ด้วยความเสียสละ วิริยอุตสาหะ และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ส่งผลให้บุคลากรมหาดไทยในทุกยุคทุกสมัยหล่อหลอมเป็นกำลังสำคัญที่เปี่ยมด้วยความเข้มแข็ง อดทน และพร้อมเผชิญทุกความท้าทาย อันนำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเจริญก้าวหน้าและความผาสุกแก่ประเทศชาติและประชาชน อย่างมั่นคงสืบเนื่องตราบจนปัจจุบัน” นายอนุทินระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันอังคารที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทินเดินทางไปรับประทานอาหารอีสานที่ร้านมลอีสาน ย่านดุสิต ซึ่งเป็นร้านประจำ แต่ครั้งนี้มีแขกพิเศษร่วมโต๊ะด้วยคือนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า นายอนุทินมีสีหน้ายิ้มแย้ม ทักทายกับคนในร้าน
มีรายงานว่า ในวันที่ 6 เม.ย. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเตรียมนัดหมาย ครม.ชุดใหม่ เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีและตรวจคัดกรองโควิด-19 จากนั้นจะขึ้นรถยนต์ที่จัดเตรียมไว้ ออกจากทำเนียบรัฐบาลในเวลาประมาณ 17.00 น. ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ หลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ที่จะมีขึ้นวันที่ 9-10 เม.ย.
เคี่ยว ครม.ใหม่
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ที่ 3 มืออาชีพว่า การเมืองไม่เคยแทรกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสามแม่ครัวหรือสามพ่อครัว ซึ่งคำดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนบัญญัติขึ้น เราทำงานกันในนามคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรี แต่ละท่านมีอิสระสำหรับการทำงาน ตนเองได้คัดเลือกคณะรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถ มาทำหน้าที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มอบนโยบายและให้การสนับสนุนภารกิจที่รัฐมนตรีต้องการทำ หากเป็นประโยชน์กับส่วนรวม บ้านเมืองกับประชาชน ตนก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลครั้งนี้จะมีการวัดเคพีไอรัฐมนตรีรายบุคคลหรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เข้ามาทำหน้าที่ด้วย นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้น ทุกคนก็ต้องแข่งกัน และต้องประเมินการทำงาน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน คณะรัฐมนตรีไม่ใช่ที่ตอบแทนของใคร เราตอบแทนบุญคุณของพี่น้องประชาชนเท่านั้น การตัดสินใจวางคนในตำแหน่งต่างๆ ทุกคนต้องพิสูจน์การทำงานของตนเอง หากทำงานไม่เข้าเป้า ทำไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ ตนเองก็จะทรงสิทธิ์ไว้พิจารณาปรับปรุง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อถามว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงตั้งคณะรัฐมนตรีเพียง 35 คนเท่านั้น นายอนุทินกล่าวว่า ถือเคล็ด เมื่อถามย้ำว่าถือเคล็ดหมายความว่าอย่างไร นายอนุทินบอกว่า ก็อย่าให้ล้น
ส่วนมีนัยทางการเมืองหรือไม่ เช่น รอใครมานั่ง หรือดึงฝ่ายค้านมาร่วมรัฐบาลนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ของบางอย่างขอให้เก็บไว้ที่ตัวเอง
เมื่อถามถึงการทานอาหารอีสานร่วมกันกับนายเนวิน มีการมอบคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อวานไปกินลาบ ไม่ได้มีคำแนะนำอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า การร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย มีข้อตกลงหรือทำเอ็มโอยูในการล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี เราเชื่อใจ เชื่อถือกัน โดยในวันที่ 2 เม.ย. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อพูดคุยหารือถึงการทำงานที่นายยศชนัน ในฐานะรองนายกฯ จะต้องมากำกับดูแลกระทรวงในโควตาของพรรค
เมื่อถามย้ำว่า กระทรวงนายยศชนันจะได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “รวมด้วยสิครับ”
แต๋มเมินโดนขุด
นายกฯ กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะมุ่งแก้เรื่องใดให้กับประชาชนเป็นอันดับแรกว่า การเตรียมร่างแถลงของรัฐบาลในขณะนี้ เหลืออีกเพียงนิดหน่อย โดยคาดว่าจะส่งให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาได้ในต้นสัปดาห์นี้ ส่วนระยะเวลาในการประชุมขึ้นอยู่กับวิปที่จะต้องไปตกลงกัน
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะใช้เวทีแถลงนโยบายเป็นการซ้อมซักฟอก นายกฯ กล่าวว่า ตนผ่านตรงนี้มาหลายครั้งแล้ว และถือว่าไม่ว่าจะเป็นการซักฟอกหรือการวิพากษ์วิจารณ์ การเสนอความเห็น การแนะแนวทาง เป็นมงคลกับตนทั้งนั้น ตนรับฟัง และไม่ดื้อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นต้องมีทีมองครักษ์ในการป้องกันหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ต้องตรงไปตรงมา เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลอยู่แล้วที่จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่
สำหรับนโยบายคนละครึ่ง ที่มีแนวคิดว่าจะจ่ายเดือนละ 200 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือน หรือจะจ่ายเป็นก้อนนั้น นายกฯ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ต้องทำ ตอนนี้ต้องใช้คำว่าหลายพลัส โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสถานการณ์น้ำมัน จึงต้องพลัสขึ้นไปอีก เพื่อให้ประชาชนได้มีอะไรมาทดแทน
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีเพจดังตั้งคำถามถึงวุฒิการศึกษาว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยห้องแถวในต่างประเทศที่ปิดไปแล้วว่า ก็เรียนจริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก่อนย้อนถามสื่อมวลชนว่า "ทำไมหรือ มีปัญหาอะไรหรือ"
ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่าคนที่ออกมาวิจารณ์ระบุว่ามหาวิทยาลัยอื่นก็มี ทำไมถึงไปเรียนมหาวิทยาลัยนี้ เพราะเป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวที่ปิดไปแล้ว นางศุภจีกล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะคนที่มีความสามารถก็จบจากที่นี่มากมาย ในประเทศไทยก็มี และมหาวิทยาลัยนี้ผลิตบุคลากรเยอะแยะมากมาย ซึ่งเรียนจริงๆ และจบจริงๆ ส่วนเรียนมาแล้วมหาวิทยาลัยจะปิดหรือไม่ปิดไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ว่าช่วงที่เรียนยืนยันว่ามีอยู่จริงๆ ซึ่งตนเองก็ทำงานมาขนาดนี้ รวมถึงบริษัทต่างๆ มากมาย จึงไม่คิดว่าเป็นประเด็นอะไรเลย ไร้สาระมาก
อย่างไรก็ตาม คงไม่ฟ้องร้องเพจดังกล่าว ไม่ซีเรียส เพราะมีเรื่องใหญ่กว่านี้ให้โฟกัส อย่างความเดือดร้อนของประชาชน
ที่รัฐสภา นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวแถลงนโยบายรัฐบาลว่า นโยบายรัฐบาลที่มีคำว่าพลัสต่อท้ายนั้น ตนสงสัยว่าเป็นพลัสที่ใคร ไม่ใช่พลัสของประชาชน พร้อมถามว่าใครที่พลัส นโยบายของรัฐบาลที่เข้ามา มีผลประโยชน์กับใคร เราพรรคประชาชนพร้อมอภิปรายเต็มที่ไม่มีกั๊ก แม้แต่วินาทีเดียว
ปชน.สู้ยิบตา
ทางด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยื่นฟ้องคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล กรณีเสนอร่างแก้กฎหมายมาตรา 112 ต่อศาลฎีกาว่า ยืนยันสิ่งที่อดีต สส.พรรคก้าวไกลดำเนินการเสนอร่างกฎหมายเป็นการกระทำที่ไม่ควรนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมือง ขั้นตอนถัดไปทาง ป.ป.ช.จะมีการยื่นเรื่องไปยังศาลฎีกา หากศาลรับคำร้องไว้พิจารณาก็จะมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ยกเว้นเป็นอื่นใด โดยนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย ในฐานะผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ มีการเตรียมมาตรการและคำร้อง ว่าหากมีการรับคำร้องพิจารณาจะไม่มีการนำไปสู่หยุดปฏิบัติหน้าที่
“ขอพูดแทนเพื่อน สส.ทั้ง 10 คน ที่ปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่ในสภาชุดที่ 27 ทุกคนจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ จนถึงวินาทีที่มีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากจะมี” นายพริษฐ์กล่าว
นายพริษฐ์ระบุว่า หากใครกังวลเรื่องอนาคตพรรค ปชน.ยืนยันว่ามีมาตรการรองรับไว้ทุกฉากทัศน์อยู่แล้ว แต่สิ่งที่กังวลมากกว่าคือไม่ใช่ อนาคตพรรค ปชน.แต่คืออนาคตของประเทศและระบบการเมืองไทย
“ทำอย่างเต็มที่ ยังไงก็สู้ยิบตาทุกขั้นตอน แต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไรให้เป็นการตัดสินของศาลฎีกา เป็นที่ชัดเจนว่าขณะนี้พรรคประชาชนเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ส่วนจะมีการพิจารณาวาระอื่นหรือไม่ต้องรอ กระบวนการเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนก่อน ว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งใดออกมา” นายพริษฐ์ระบุ
วันเดียวกัน นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมารับประทานอาหารกลางวันที่ศูนย์อาหาร อาคารรัฐสภา พร้อมระบุว่า ตั้งแต่สภาชุดนี้เข้ามา ก็ให้จัดอาหารกลางวันตามความเป็นจริง ไม่ใช่การเหมารายหัว 500 คนแล้วเอาพันคูณ ขณะนี้สภาจัดหาอาหารกลางวันอยู่ที่ 250 ถึง 300 คนต่อวัน ที่เหลือก็ไม่ได้จ่ายงบประมาณให้กับผู้รับจ้างในการทำอาหารกลางวัน ส่วนงบประมาณที่เหลือก็ส่งคืนสำนักงานเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใครจะทานอาหารกลางวันหรือไม่ทานนั้น ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลตามอัธยาศัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
เคาะค่าไฟ3.95บาท คัดเข้มขึ้นบัตรคนจน
กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นน้อยสุด 7 สตางค์
ถอด‘พิพัฒน์’ส่ง‘เอกนิติ’คุมแทน
นายกฯ จ่อตั้ง “เอกนิติ” คุม "ศบก.-พลังงาน" แทน “พิพัฒน์” อ้างเปลี่ยนตัวตามเสียงเรียกร้อง ปชช. ไม่เกี่ยวมีผลประโยชน์ทับซ้อน
เบื้องหลังโผครม.'อนุทิน2' จัดสมดุลอำนาจ-ฝ่าวิกฤตศก.
หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน รายชื่อส่วนใหญ่ไม่พลิกจากโผที่สื่อคาดการณ์ไว้ แต่ ของจริง อยู่ที่เบื้องหลังการจัดวางตัวบุคคล ซึ่งสะท้อนการคุมเกมอำนาจภายในพรรคสีน้ำเงินอย่างรอบคอบ ทั้งการให้รางวัล “คนทำงาน” การกันแรงกระเพื่อม และการล็อกเสถียรภาพรัฐบาลตั้งแต่วันแรก
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น

