ชงขึ้นแวต-รีดภาษีหุ้น

“สภาสูง” จ่อรับทราบรายงาน ยกเครื่อง “องค์กรอิสระ” ร่วมกันปราบโกง ซัด กม.  PDPA เป็นอุปสรรคต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล  “กมธ.เศรษฐกิจ” ชงโครงสร้างภาษี เพิ่มแวตเป็น 10% เก็บภาษีป้ายอวยพรของนักการเมือง แนะเพิ่มถอนขนเป็ดแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ-หุ้น-ทองคำ ดันเข้าที่ประชุมวุฒิสภา 21 เม.ย.นี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย.2569 มีรายงานจากรัฐสภาว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา      ได้นัดประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในวันที่ 20  เม.ย. โดยมีวาระพิจารณารับทราบรายงานพิจารณาศึกษาเรื่อง แนวทางการบูรณาการความร่วมมือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ  และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธาน กมธ.

โดยรายงานฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญระบุว่า  การทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทุกมิติ รวมถึงการบิดเบือนกลไกตลาดที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำในสังคม บ่อนทำลายคุณธรรม จริยธรรม  ทำลายความเชื่อถือของประชาชนต่อระบบราชการ และกระบวนการยุติธรรม และด้านการเมือง ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินขาดธรรมาภิบาล  ประสิทธิภาพ นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน

ทั้งนี้ กมธ.มีข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แก่ 1.แก้ไขและปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เช่น เรื่องอายุความในคดีทุจริต เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของหน่วยงานตรวจสอบ สร้างข้อยกเว้นทางกฎหมายให้หน่วยงานอิสระสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อประโยชน์การสืบสวนสอบสวนภายใต้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม เนื่องจากมีข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างหน่วยงาน แม้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต่อการสืบสวนสอบสวนก็ตาม

 2.จัดทำกลไก ช่องทางการเชื่อมโยงการทำงานให้ประสานงานและส่งต่อข้อมูลที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ยับยั้งความเสียหายและดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้โดยทันที 3.ส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกของความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อแก้ปัญหาทุจิต 4.ให้ความสำคัญกับเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งของผู้นำประเทศ เพื่อต่อสู้กับการทุจริตที่จริงจัง และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล 5.คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามหลักการการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และ 6.ผลักดันให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนประเทศตามแผนการปฏิบัติงานเชิงบูรณาการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ที่มีนายกัมพล สุภาแพ่ง สว. เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณาศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทยแล้วเสร็จ และได้นำเสนอการพิจารณาศึกษาให้ที่ประชุม สว.ได้พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 21 เม.ย. ก่อนแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาและดำเนินการตามสมควร เพื่อประโยชน์ชาติและประชาชนสืบไป

โดย กมธ.มีข้อเสนอต่อแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของไทย อาทิ 1.ข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและพัฒนาการเก็บภาษีที่โปร่งใส เป็นธรรม ยกระดับให้กรมสรรพากรเป็นองค์กรจัดเก็บภาษีแห่งชาติ ที่มีคณะกรรมการบริหารอย่างอิสระ ลดอิทธิพลจากฝ่ายการเมือง 2.จัดเก็บภาษีจากฐานรายได้ อาทิ ให้ขึ้นทะเบียนผู้มีเงินได้ทุกคน เชื่อมกับฐานข้อมูลระบบสวัสดิการแห่งรัฐ กำลังพลภาครัฐ และระบบประกันสังคม เพื่อกำหนดนโยบายภาษีอากรของประเทศระยะยาว นโยบายสาธารณะ ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มการหักลดหย่อนบุตรโดยการเกิด เป็นคนละ 5 แสนบาท ให้มีโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล เพื่อสิทธิลดหย่อนภาษีสร้างวัฒนธรรมการออมและการลงทุน

 “ให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 2% ของรายได้จากยอดขาย เพื่อส่งสรรพากร ปรับเพิ่มภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับบุคคลที่ได้รายรับจากเงินปันผลเกิน 10 ล้านบาท โดยให้นำมาคำนวณรายได้ โดยคิดอัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันได ยกเว้นภาษีสตาร์ทอัป 3 ปีแรก จัดเก็บภาษีนิติบุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มแพลตฟอร์มที่ขายสินค้าหรือให้บริการคนไทยหรือผู้ประกอบการไทย 20% เช่น ติ๊กต๊อก อี-เบย์ อาลีบาบา ที่มีรายได้เกิดในไทย ไม่ว่ามีสถานประกอบการในไทยหรือไม่ และจัดเก็บ global minimum tax ขึ้นต่ำ 15% ภายในปี 2570” รายงานของ กมธ.ระบุ

3.ข้อเสนอแนะภาษีจัดเก็บจากฐานการบริโภค อาทิ ปรับเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10% เพื่อใช้พัฒนาสวัสดิการรัฐ รองรับสังคมสูงอายุ จัดเก็บ VAT กิจการธุรกิจอย่างเต็มระบบ โดยไม่ยกเว้นเกณฑ์รายได้ ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จัดเก็บภาษีขายหุ้น จัดเก็บภาษีซื้อ-ขายทองคำ ทั้งทองคำจริง ทองคำผ่านแพลตฟอร์ม และ paper gold  เป็นต้น 4.ข้อเสนอแนะภาษีจัดเก็บจากฐานทรัพย์สิน อาทิ ปรับปรุงกฎหมายที่ดิน ให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า เก็บภาษีสูงขึ้น เก็บภาษีป้ายนอกอาคาร ทั้งที่เป็นการค้าหรือไม่ใช่การค้า เช่น ป้ายนักการเมืองอวยพรในเทศกาลต่างๆ ทบทวนปรับเพดานภาษีรับมรดก ให้เสียภาษีภายใน 150 วันนับจากวันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต ไม่ใช่วันรับมรดก และสนับสนุนให้ออกร่าง พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลเพื่อเป็นเครื่องมือต่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพ ลดการนำสินค้าออกไปบริหารจัดการนอกประเทศ และ 5.ข้อเสนอภาษีกับบทบาทการพัฒนาท้องถิ่น เช่น ศึกษาภาษี Home Town Tax จ่ายภาษีบริจาคให้เงินท้องถิ่นที่ตนต้องการ ให้บทบาท อปท.หารายได้ภาษีด้วยตนเอง มีคณะกรรมการวินัยการคลังท้องถิ่น เป็นองค์กรวิชาการให้คำแนะนำด้านการเงินการคลังกับท้องถิ่น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พี่หนูนาเปิดใจ พรรคชาติไทย สมบัติ ‘ราชครู’

“กัญจนา” เปิดใจ ชาติไทยไม่ได้เป็นของเตี่ย แต่กลุ่มผู้ใหญ่กลุ่มซอยราชครูเป็นผู้สร้างขึ้นมา ยัน ชทพ.-ภท.เป็นเนื้อเดียวกัน ยอมรับหาก "ท็อป" ไม่ย้ายพรรค วันนี้อย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย จะได้เป็น สส.หรือไม่ก็ไม่รู้

ผงะ! รวบ ‘หนุ่มพม่า’ พกปืนในงานนายกฯ

ระทึก! ก่อน "นายกฯ" ถึงงาน 5 นาที เป็นประธานเปิดงานวันไหลบางเบิดที่ชุมพร ชุด รปภ.หน้างานตาไวเห็นพิรุธ ไล่จับต่างด้าวเมียนมาซ่อนอาวุธปืน .38 พร้อมกระสุน 6 นัดไว้ในกระเป๋าเป้เตรียมเข้างาน