ม็อบไม่ต้อง!รมต.ไปเอง

“นายกฯ” สั่ง “รมต.” กลาง ครม. ลงพื้นที่ไปแก้ปัญา ปชช. ไม่ต้องรอให้บุกถึงทำเนียบฯ พร้อมกำชับตรวจคุณสมบัติ “ที่ปรึกษาของรัฐมนตรี” เข้ม “พริษฐ์” จี้ “อนุทิน-รัฐมนตรี”  เคลียร์ตารางตอบกระทู้สภาฯ อย่ามองเป็นงานอดิเรกว่างถึงมา ย้ำเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลัก “ปชป.” ตั้งโต๊ะสอบพิรุธ “ป.ป.ช.” ยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” มอบฝ่าย กม.พิจารณาภายใน 7 วัน “ทักษิณ” ลุ้นอีก 2 ด่านได้ลดโทษออกจากเรือนจำ จับตากรมราชทัณฑ์เคาะต้องใส่กำไลอีเอ็มหรือไม่

ที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 เม.ย.2569 เวลา 13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือทางโทรศัพท์กับนายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์  ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนไทยต่อการบริหารประเทศ พร้อมทั้งย้ำคำเชิญให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ซึ่งฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณยืนยันความพร้อมเข้าร่วมและสนับสนุนการประชุมฯ  ภายใต้การนำของฟิลิปปินส์อย่างเต็มที่

ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตอนหนึ่งระบุว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้กล่าวต่อ ครม.ทุกคนขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ เร่งสร้างผลงานดูแลประชาชน  ขณะนี้ในบางพื้นที่ที่มีข้อเรียกร้องหรือเสียงสะท้อนจากกลุ่มต่างๆ และที่มารวมตัวกันชุมนุมนั้น ขอให้รัฐบาลและรัฐมนตรีเอาตัวเข้าไปหาประชาชน ไม่ต้องให้ประชาชนเดินทางมาจากพื้นที่บ้านเกิดตัวเองมาถึงทำเนียบรัฐบาล

“รัฐมนตรีเองจากนี้ไปจะมีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองแล้ว ขอให้แบ่งกันทำงานไปดูแลประชาชนให้ถึงพื้นที่ เพราะความเดือดร้อนของประชาชนนั้นมีมากอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เขาเดินทางมาที่ทำเนียบฯ ขอให้เอาตัวของเราไปหาประชาชน ไปรับฟังเสียงสะท้อนต่างๆ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

มีรายงานว่า ในการประชุม ครม.ช่วงหนึ่ง นายกฯ ได้กำชับเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด รวมถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาของรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ถือเป็นครั้งแรกที่มีการให้ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มงวดสำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาของรัฐมนตรี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการตรวจสอบในตำแหน่งดังกล่าว

นอกจากนี้ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม.เห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง และข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง อาทิ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เป็นที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย, นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง เป็นเลขานุการ รมว.มหาดไทย และนายนพดล เภรีฤกษ์ เป็น เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา  โดยการแต่งตั้งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.เป็นต้นไป

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงมารับหนังสือข้อร้องเรียนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เครือข่ายแรงงาน และเครือข่ายเกษตรกร เรื่องขอให้นายกฯ เป็นเจ้าภาพปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบอย่างเร่งด่วน เรื่องยกเลิกข้อตกลงไทย-กัมพูชา MOU 43 และ MOU 44 เรื่องเร่งปฏิรูปโครงสร้างค่าจ้างแรงงาน เรื่องขอให้เร่งปฏิรูประบบรัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภค และเรื่องขอให้เร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความเสมอภาคของประชาชนทุกคน

จี้นายกฯ-รมต.มาตอบกระทู้สภา

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กรณีเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมพิจารณาร่วมกับประธานสภาฯ เพื่อพิจารณาสัดส่วนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ ว่าทุกพรรคเห็นตรงกันว่าพรรคการเมืองใดจะมีสัดส่วนที่จะส่ง สส.เข้าเป็นประธานกรรมาธิการจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งที่เห็นตรงกันและประธานสภาฯ สรุปให้กับตัวแทนทุกพรรค คือเรื่องกระบวนการว่าเมื่อมี 35 คณะแล้ว คณะไหนจะมีประธานจากพรรคใด โดยประธานสภาฯ ให้ทำ 2 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 ให้ 6 พรรคการเมืองที่มีอย่างน้อยหนึ่งประธานไปหารือกันนอกรอบ หากใน 35 คณะนั้น มีคณะใดคณะหนึ่งที่ทั้ง 6 พรรคเห็นตรงกันว่าจะจัดสรรให้กับพรรคนี้ ก็ถือว่าเป็นข้อสรุป ส่วนคณะใดที่อาจจะเห็นไม่ตรงกัน โดยอาจจะมีมากกว่าหนึ่งพรรคที่ประสงค์ตัวแทนเข้าไปเป็นประธานกรรมาธิการ ก็ให้เอากลับเข้ามาในขั้นตอนที่ 2 คือการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมืองในรอบที่สอง เพื่อใช้กระบวนการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการเรียงคิวเลือก หรือการจับฉลากเพื่อกำหนดลำดับในการเลือก ฉะนั้นตนคิดว่าข้อสรุปนี้เป็นข้อสรุปที่ถือว่าเป็นธรรม หวังว่าทุกพรรคการเมืองจะรักษากติกาดังกล่าว

นายพริษฐ์ยังกล่าวว่า ในการประชุมสภาวันที่ 22 เม.ย.นี้ วิปฝ่ายค้านจะเสนอเลื่อนญัตติการตรวจสอบและการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรขึ้นมาพิจารณา ซึ่งจากการหารือนอกรอบกับตัวแทนวิปรัฐบาล มีความเข้าใจที่ตรงกัน โดยสาเหตุที่ฝ่ายค้านเห็นตรงกัน เพราะราคาพืชผลการเกษตรกระทบกับประชาชนจำนวนมาก มีต้นทุนที่สูงขึ้นจากน้ำมันและปุ๋ย อีกมุมหนึ่งกลับมีสินค้าเกษตรที่ราคาตกต่ำอย่างมาก เช่น ข้าว มะพร้าว มะม่วง ที่มีสาเหตุมาจากผลกระทบการส่งออกที่ลดน้อยลง รวมถึงการทะลักเข้ามาของสินค้าจากต่างประเทศ จึงเห็นความจำเป็นเร่งด่วน ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลจัดสรรรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะจากสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงตอบคำถามประเด็นต่างๆ ด้วย

ทั้งนี้ ในการประชุมสภาวันที่ 23 เม.ย. จะเป็นสัปดาห์แรกที่มีกระทู้สด กระทู้ทั่วไป และกระทู้แยกเฉพาะ ในส่วนของประชาชนจะมีการเสนออย่างน้อย 1 กระทู้ ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านจะรอดูผลการประชุม ครม. ซึ่งตนอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาล ในช่วงวันพฤหัสบดีเช้า รู้อยู่แล้วว่าเป็นการตอบกระทู้สด และตามข้อบังคับกระทู้สดต้องเสนอและเสนอได้ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี ดังนั้น ครม.ก็ควรบริหารจัดการเวลาเพื่อให้ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีสามารถมาตอบกระทู้ถามสดได้

 “ผมรู้สึกว่าไม่สมเหตุสมผลกับการที่นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อสภารอบที่แล้ว พอถูกถามเรื่องกระทู้สดบอกว่าถ้าว่างจะมา เราต้องย้ำว่าการมาตอบคำถาม สส. ที่ถามแทนประชาชนในสภาเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของนายกฯ และรัฐมนตรี ดังนั้นมันไม่ควรเป็นงานอดิเรกที่นายกฯ จะมาเมื่อว่าง แต่เป็นความรับผิดชอบหลักที่นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนควรจัดสรรเวลาให้  และหากในสัปดาห์นั้นไม่มี สส.ถามรัฐมนตรีท่านใด ก็สามารถมาปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่สภาได้ เพราะมีห้องทำงานหรือห้องประชุมให้ ครม.อยู่แล้ว ตนคิดว่าสัปดาห์นี้คงเป็นบทพิสูจน์แรกว่าตกลงแล้วนายกฯ และรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนหรือไม่" นายพริษฐ์กล่าว

ปชป.ลุยปมยกคำร้องศักดิ์สยาม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวภายหลังการประชุม สส.ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก คือกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับนิติกรรมอำพรางและการถือหุ้นบริษัทที่อาจมีผลประโยชน์ขัดกัน โดยมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางถึงความลักลั่นของคำวินิจฉัย เนื่องจากก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยชัดเจนให้นายศักดิ์สยามขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี โดยมีการพิสูจน์ถึงเส้นทางการเงินที่ผิดปกติไปแล้ว แต่เหตุใดมติของ ป.ป.ช.จึงออกมาในทิศทางที่สวนทางกัน ซึ่งตามหลักรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต้องมีผลผูกพันทุกองค์กร

 “เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ที่ประชุม สส.จึงมีมติมอบหมายให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายชุดใหญ่ของพรรค ไปรวบรวมรายละเอียดข้อเท็จจริงของคดีนี้ตั้งแต่เริ่มต้น และให้นำมาสรุปต่อที่ประชุมภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อกำหนดท่าทีและพิจารณาว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการต่อ ป.ป.ช. หรือตัวอดีตรัฐมนตรีโดยตรง ซึ่งพรรคยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจและติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ในฐานะพรรคการเมืองที่ยึดถือแนวทางการเมืองสุจริต และในฐานะฝ่ายค้านที่เป็นกลไกตรวจสอบสำคัญของประเทศ หากมีประเด็นที่ส่อไปในทางทุจริตหรือเป็นที่สงสัยของสังคม พรรคมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด” นายสาทิตย์กล่าว

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภา กทม.ว่า  ขณะนี้พรรค ภท.ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน และเท่าที่ตนทราบ พรรคไม่ได้มีแผนที่จะส่งชิงอะไร แต่ส่วนตัวไม่แน่ใจว่านายอนุทินพิจารณาใครไว้หรือไม่ แต่เบื้องต้นไม่มี ซึ่งความชัดเจนต้องรอพูดคุยกันในพรรคก่อน

ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) คณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกพรรค เข้าร่วมกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ไม่ว่าพรรคจะอยู่ในสถานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็สามารถทำงานช่วยเหลือประชาชนได้ผ่านเครือข่ายของพรรค โดยเตรียมจัดโครงสร้างการทำงานในระดับภูมิภาค เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

วันเดียวกัน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดออกจากเรือนจำในวันที่ 11 พ.ค.ว่า มีการยื่นเรื่องมาแล้ว  และจะมีการประชุมในวันที่ 29 เม.ย.นี้ เป็นการยื่นเรื่องพักโทษตามปกติ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรมที่จะเป็นผู้ลงนาม และเป็นไปตามขั้นตอนที่ผ่านคณะกรรมการ 3 คณะแล้ว

ถามว่า จะต้องมีการใส่กำไลอีเอ็มหรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ต้องดูความเห็นที่เสนอมา 

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการพักการลงโทษของเรือนจำกลางคลองเปรม ได้นำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษกรณีทั่วไป ซึ่งปรากฏว่ามติในที่ประชุมได้ลงความเห็นให้มีผู้ต้องขังเด็ดขาดของเรือนจำกลางคลองเปรม จำนวน 10 ราย ผ่านเกณฑ์ได้รับการพิจารณาพักการลงโทษ ซึ่ง 1 ในนั้นมีชื่อของนายทักษิณนั้น การประชุมของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์จะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 24 เม.ย.69 เพื่อจะได้เสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ (หรือคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม) ซึ่งประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ ในวันพุธที่ 29 เม.ย.69 มีความเห็นดำเนินการต่อ

 “เรื่องการติดหรือไม่ติดกำไลอีเอ็มของนายทักษิณ หากได้รับการพักโทษปล่อยตัวคุมประพฤติในวันที่ 11 พ.ค.69 นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการในแต่ละลำดับชั้น โดยเฉพาะคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกรมราชทัณฑ์ และระดับกระทรวงยุติธรรม ที่จะพิจารณาจากปัญหาเรื่องสุขภาพและอายุของผู้ต้องขังที่มีอายุเกินกว่า 70 ปี รวมถึงสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของสถานที่คุมประพฤติและชุมชนโดยรอบด้วย ว่ามีความเสี่ยงกระทำผิดซ้ำหรือน่าห่วงกังวลอย่างใดหรือไม่” แหล่งข่าวระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง