
“อนุทิน-สีหศักดิ์” ให้การต้อนรับ “หวัง อี้” ชมเปาะ “นายกฯ หล่อ” หารือกว่า 1 ชม. ก่อนเป็นโชเฟอร์พาขึ้นรถไฟฟ้าส่วนตัวไปกินข้าวกลางวัน อนุทินฝากอย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ พร้อมขอให้ขายปุ๋ยช่วยไทย เล็งเชิญ “นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง” มาไทย
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย.2569 โดยทั้งสองได้เป็นประธานร่วมประชุมกลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย-จีน ครั้งที่ 3
ในเวลา 10.55 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง อี้ เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเมื่อนายหวัง อี้ มาถึง นายกฯ ได้เข้าจับมือและโอบไหล่ทักทาย และพูดคุยกันเล็กน้อย โดยนายหวัง อี้กล่าวชมนายอนุทินว่า “ท่านดูหล่อมากครับ” ก่อนที่นายอนุทินจะตอบกลับว่า “หล่อน้อยกว่าท่าน” พร้อมพาคณะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาหารือประเด็นต่างๆ บนตึกไทยคู่ฟ้าประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีการเสิร์ฟเมนูทุเรียนและข้าวหลามต้อนรับ ซึ่งเป็นเมนูโปรดของนายหวัง อี้ นอกจากนี้ยังจัดขนมลูกชุบและขนมสอดไส้ต้อนรับด้วย
ภายหลังการหารือ เวลา 11.55 น. นายอนุทินและนายหวัง อี้ ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้าพร้อมกัน เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารอาหารจีนโรงแรม Chefman ถนนวิทยุ โดยนายอนุทินได้พานายหวัง อี้ ขึ้นรถยนต์ไฟฟ้า BYD ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนของนายกฯ พร้อมเปิดประตูรถให้นายหวัง อี้ด้านข้างคนขับ ก่อนที่จะขึ้นรถทำหน้าที่เป็นคนขับเอง และมีนายสีหศักดิ์นั่งอยู่เบาะด้านหลัง เดินทางออกจากทำเนียบฯ
ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นายอนุทินเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเดินทางถึงนายกฯ ได้เดินลงจากรถและเรียกตำรวจรักษาความปลอดภัยประจำตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมชี้ไปทางพุ่มไม้หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ให้ปรับตกแต่งจัดวางให้สวยงามและดูแลความเรียบร้อยเพื่อต้อนรับนายหวัง อี้
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปสาระสำคัญการหารือว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้ การยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยจะผลักดันการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมที่สอดประสานกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของทั้งสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง ฝ่ายจีนได้เชิญนายกฯ ร่วมประชุมผู้นำเอเปกที่จีนจะเป็นเจ้าภาพในช่วงเดือน พ.ย.2569 นี้ และเชิญเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ฝ่ายไทยได้เชิญนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง เยือนไทย ซึ่งฝ่ายจีนได้ตอบรับในหลักการและอยู่ระหว่างการจัดกำหนดการ
“ความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ และการต่อยอดความร่วมมือเชิงรูปธรรมผ่านกลไกและกิจกรรมร่วม” น.ส.รัชดากล่าว
ในเวลา 14.10 น. นายอนุทินแถลงผลหารือกับนายหวัง อี้ ว่าได้พูดคุยทุกอย่าง และขอให้จีนช่วยหากได้ไปเจรจาการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรื่องการบริหารการจัดส่งพลังงาน น้ำมันดิบ ก๊าซ ก็ขอให้นึกถึงไทยรวมไปในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่างๆ จากตะวันออกกลางไปจีนต้องมีส่วนที่ผ่านไทย ซึ่งนายหวัง อี้ ก็บอกว่าขออย่าได้กังวล เพราะไทยและจีนมีความสัมพันธ์เปรียบเสมือนพี่น้องกัน
“ได้เรียนนายหวัง อี้ ว่าถ้าเราบริหารจัดการเรื่องน้ำมันได้แล้ว ก็ยังมีอีกประเด็นใหญ่ ถ้าหากไทยได้รับการสนับสนุนจากจีน ประเทศไทยจะไม่มีปัญหาใดๆ ที่เป็นผลกระทบอย่างหนักจนรับไม่ได้จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเรื่องปุ๋ย อยากให้จีนพิจารณาเรื่องจำหน่ายปุ๋ย ถ้าเขามีปริมาณมากเพียงพอ”
เมื่อถามว่า ได้พูดคุยความร่วมมือในการปราบปรามสแกมเมอร์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็มีการหารือกัน ซึ่งไทยย้ำว่าได้ให้ความร่วมมือในเรื่องของการปราบสแกมเมอร์กับจีนมาก จะเห็นได้ว่าคนที่กระทำผิดและคนที่เป็นสแกมเมอร์ตั้งแต่รุ่นใหญ่ถึงรุ่นเล็ก และการที่ประเทศไทยใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามสแกมเมอร์ทำให้จีนได้ตัวคนเหล่านี้กลับไปดำเนินคดี ถ้าไทยไม่จริงจังในเรื่องนี้ หรือพูดเฉยๆ ไม่ปฏิบัติ ป่านนี้คนเหล่านี้คงวนเวียนมาทำความผิดในไทย ซึ่งทางจีนก็เห็นถึงท่าทีของไทยและความจริงใจของไทยชัดเจน
เมื่อถามว่า จีนได้แสดงท่าทีมาลงทุนอะไรเพิ่มเติมในไทยหรือไม่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง กล่าวว่า มีลงทุนมาก ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ หุ่นยนต์ เอไอทั้งหลาย ซึ่งเขามองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน
ถามว่า ได้พูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกัน สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ณ วันนี้เป็นต้นไปคงต้องมาพิจารณาอย่างเข้มข้น เพราะอินโดนีเซียเริ่มเปรยเรื่องการคิดค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา ถึงแม้ว่ายังไม่เกิดขึ้น แต่ก็จำเป็นที่ไทยต้องเริ่มคิดเหมือนกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม้วถอดEMบินดูไบ พท.แก้ร่างรธน.ยึดสสร.ปี40/ส้มฟ้องปปช.‘ช่วยน้ำเงินด้วย’
“ทักษิณ” ถอดกำไล EM แล้ว “กรมคุมประพฤติ” บริการถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า
ศิลปินขึ้น"ฮาล์ฟไทม์โชว์"นัดชิงฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์"เวิลด์คัพ"
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ประกาศข่าวใหญ่ที่ถือว่าเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมากผ่านทางอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่า "เวิลด์คัพ 2026" จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของนัดชิงชนะเลิศ ที่จะมีการแสดงโชว์ในช่วงพักครึ่งจากเหล่าศิลปินระดับโลก
คลังแจงได้งบบัตรคนจน กษ.ชงเพิ่มแจกไร่ละพัน
"ปลัดคลัง" คอนเฟิร์ม 11 มิ.ย.นี้ "บอร์ดบัตรคนจน" นัดถก รื้อเกณฑ์ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่
โต้เป่าคดีฮั้วสว. กกต.ทำบุญใหญ่ แหวงขอน้ำมนต์
ประธาน กกต.เดินหน้าบวงสรวงฉลอง 28 ปี ลั่นคดีฮั้ว สว.ไม่สะดุด-ไม่เป่าคดี
อนุทินฮึ่ม!ฮุนเซนคิดให้ดีใช้กำลัง
นายกฯ โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิกวางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคงที่จับต้องได้จริง
ไทย-เวียดนาม ร่วมมือทุกด้าน เติบโตไปด้วยกัน
นายกฯ อนุทินนำคณะบินเวียดนาม ร่วมเวที ASEAN Future Forum พบเอกชนไทยในเวียดนาม

