
“อนุทิน” ย้ำจัด “ไทยช่วยไทยพลัส” ไทม์ไลน์เดินหน้าเดือน มิ.ย. หวังแบ่งเบาภาระประชาชน-กระตุ้นเศรษฐกิจ มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบ วอนสื่ออย่าถามดีเทล กลัวคนไม่กล้าทำงาน ยันยินดีให้การสนับสนุนโครงการหรือการดำเนินการต่างๆ ของรัฐมนตรีทุกกระทรวงทุกพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส (คนละครึ่งพลัส) จะนำเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อใดว่า เขาวางไทม์ไลน์ว่าจะเดินหน้าเดือน มิ.ย. ก็ต้องเข้าคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ช่วงนี้ถึงช่วงเดือน พ.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการนี้จะถือเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า โอ๊ย โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่เราใช้ตั้งแต่หาเสียง ตอนแรกต้องการให้โครงการนี้กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นช่วง 4 เดือน ควิกบิ๊กวิน แต่เห็นว่าเมื่อดำเนินการไปแล้วมันเกิดประโยชน์มากมาย เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน และตอนนั้นเรากำลังจะมีเฟส 2 แต่ยุบสภาไปก่อน ไม่ใช่เรื่องใหม่ และช่วงนี้มีเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง อาจมีผลกระทบต่อประชาชน เราก็มาพลัส โดยไม่ใช่คนละครึ่งแล้ว แต่ใช้คำว่าไทยช่วยไทยพลัส รูปแบบไม่ใช่ 50-50 พยายามจัดสรรเพื่อมาแบ่งเบาภาระประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชน ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบ จากเดิมโครงการ 2 เดือน ก็เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 จำนวน 4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท ตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลังบอกไว้
เมื่อถามว่า วางกรอบคนลงทะเบียนไว้เท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า "ต้องถามนายเอกนิติ ขอทำความเข้าใจ จะมาถามรายละเอียดกับตัวผม ผมว่าไปถามผู้ปฏิบัติและผู้รับผิดชอบจะดีกว่า เพราะพอผมพูดไปคนอื่นเลยไม่กล้าพูดต่อ ตัวผมยินดีให้การสนับสนุนโครงการหรือการดำเนินการต่างๆ ของรัฐมนตรีทุกกระทรวงทุกพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ถ้าจะถามผมให้ถามว่าโอเคผมเห็นชอบในหลักการหรือยัง คุยกับเราหรือยัง พร้อมสนับสนุนไหม แต่รายละเอียดขอความกรุณา ถ้าผมตอบไปคนอื่นไม่กล้าทำงานพอดี"
นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาช่วง มิ.ย.-ก.ค.ว่า แลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดัน เราศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง รูปแบบที่ทำให้เกิดขึ้น และวันนี้มีเหตุผลต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงกันว่าใครจะแสดงความเป็นผู้ครอบครองช่องทางขนส่ง โดยมีแนวคิดการจัดเก็บค่าผ่านทางช่องแคบนั้นช่องแคบนี้ ดังนั้นในส่วนของประเทศไทย หากเรามีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้ เกิดประโยชน์และรายได้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเราก็ต้องเร่งพิจารณา
ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ว่า ตนได้เสนอพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้พื้นที่มีความพร้อมแล้วหลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะจัดประชุม ครม.สัญจรได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้
นายพิพัฒน์กล่าวด้วยว่า ส่วนยุทธศาสตร์ทางภาคใต้ ได้มีการวางไว้แล้วในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการพัฒนาในเรื่องอาชีพ โดยโครงการที่เป็นเรือธงในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จะเป็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งจะมีเรื่องของฮาลาลด้วย และในส่วนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำเรื่องพืชพลังงาน ในการขอให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลลงในพื้นที่ ซึ่งมีนักลงทุนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพด้วย โดยทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีการสำรวจพื้นที่ไปบางส่วนแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ แต่ทั้งนี้เราจะทำให้ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ฝรั่งเศส’ดวล‘อังกฤษ’ ศึกศักดิ์ศรีของผู้แพ้
ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากทวีปอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ใกล้จะได้บทสรุปเต็มที หลังได้คู่ชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อย
ลงมติเอกฉันท์ ‘สรณ’ต้องห้าม นั่งเก้าอี้กสทช.
กรรมการสรรหา กสทช.มีมติเอกฉันท์ “นพ.สรณ” มีลักษณะต้องห้าม
ชาวบ้านนํ้าตานองหน้า หลุดเกณฑ์‘บัตรคนจน’
“เอกนิติ” รับผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเกณฑ์แค่ 9.5 ล้านรายจาก 18.8 ล้านราย
สั่งโละ5,924ขรก.ท้องถิ่น
ประชุม กสถ.สะเด็ดน้ำ สั่งยกเลิกผลสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คน
‘จีน’พร้อมเป็นตัวกลาง! แก้ปัญหาชายแดนเขมร
“อนุทิน” เผย “สี จิ้นผิง” อาสาเป็นตัวกลางให้ไทยหารือกัมพูชา
ครอบครัวเดียวกัน ‘สี’ตอกยํ้าสัมพันธ์ไทย/อนุทินชวนลงทุนปัญญาประดิษฐ์
"อนุทิน" พบ “สี จิ้นผิง” นำข้อความพระราชทานจาก "ในหลวง

